
"นครปฐม"เฉือน"เทโร" "สระบุรี"ลอยลำไทยคม เอฟเอ คัพ
"เจดีย์ใหญ่" นครปฐม ได้ประตูชัยช่วงทดเจ็บ เฉือน "มังกรไฟ" บีอีซี เทโรศาสน 3-2 ขณะที่ พัทยา ยูไนเต็ด เฉือน โอสถสภา เอ็ม-150 สระบุรี 1-0 ลอยลำเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย ศึกลูกหนังไทยคม เอฟเอ คัพ ได้สำเร็จ ด้าน วิชิต แย้มบุญเรือง ประธานบริษัท ไทยพรีเมียร์ลีก จำกัด
การแข่งขันฟุตบอลมูลนิธิไทยคม เอฟเอ คัพ รอบ 16 ทีมสุดท้าย เมื่อวันที่ 11 สิงหาคมที่ผ่านมา “มังกรไฟ” บีอีซี เทโรศาสน จากศึกไทยลีก ย้ายจากสนามเทพหัสดิน มาใช้แพท สเตเดี้ยม รับการมาเยือน “เจดีย์ใหญ่” นครปฐม จากดิวิชั่น 1 เกมในครึ่งแรกเป็นไปอย่างสูสี ก่อนที่ทีมมังกรไฟจะมาได้ประตูขึ้นนำในนาที 43 จากการสับไกยิงของ แองเจโล มาชูซา ให้บีอีซี เทโรศาสน นำ 1-0 เมื่อหมดครึ่งแรก
ครึ่งหลังนครปฐมโหมบุกหนัก ก่อนตีเสมออย่างมีโชคช่วยในนาที 72 เมื่อ อังเดร ฮูนา พยายามวางบอลมาหน้าประตู แต่โดนผิดเหลี่ยมลูกไซด์เข้ากรอบ ขณะที่ พิศาล แก้วดอกไม้ นายทวารเจ้าบ้าน พยายามออกมาตัดบอล แต่อ่านทางบอลผิด บอลลอยตุงตาข่ายให้สกอร์กลับมาเท่ากันที่ 1-1 จากนั้นนาที 81 บีอีซี เทโรศาสน กลับขึ้นไปนำอีกครั้ง จากการยิงของ อานนท์ สังสระน้อย ทว่าดีใจได้ไม่ถึงนาที รัฐพล นาวันโน ก็ยิงตีเสมอให้นครปฐมได้สำเร็จ เกมทำท่าว่าจะจบลงด้วยการเสมอกัน แต่แล้วในช่วงนาทีแรกของการทดเวลาบาดเจ็บ นครปฐม ก็มาได้ประตูชัยจากจังหวะที่ รัฐพล นาวันโน หลุดเข้าไปยิงด้านซ้าย พิศาล ดอกไม้แก้ว พุ่งปัดออกมาเป็นจังหวะที่ วิทยา นนทะสี วิ่งเข้ามาซ้ำไม่เหลือขึ้นนำ 3-2
จากนั้นนาที 95 ทีมเยือนมาเหลือผู้เล่น 10 คนเมื่อ ริตี้ ชอน เจตนาฟาวล์ผู้เล่นของ เทโร ผู้ตัดสินให้ใบเหลืองที่สอง เป็นใบแดง จนหมดเวลาการแข่งขัน นครปฐม พลิกเอาชนะ บีอีซี เทโรศาสน ไปอย่างสนุก 3-2 ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายสำเร็จ
ส่วนสนามเทศบาลเมืองหนองปรือ “โลมาฟ้าขาว” พัทยา ยูไนเต็ด เปิดบ้านพบ “พลังเอ็ม” โอสถสภา เอ็ม-150 สระบุรี เกมนี้เจ้าบ้านส่งชุดใหญ่ มีคู่หอกเป็น ปฏิพน เพชรวิเศษ กับลูโดวิค ทาคัม ส่วนทีมเยือนส่งดาวรุ่งลงเสียส่วนใหญ่ มี ศิวะเมต ธนูศร คุมแนวรับ รวมถึงโอลอฟ วัตสัน ยืนแดนกลาง เกมเป็น พัทยา ยูไนเต็ด ที่ดาหน้าบุกข้างเดียว แต่ยังเจาะประตูทีมเยือนไม่เข้า หมด 45 นาทีแรกเสมอกันอยู่ 0-0
ครึ่งหลัง รูปเกมยังคงเป็นพัทยา ยูไนเต็ด ที่เดินหน้าบุกเข้าใส่ โอสถสภา เอ็ม-150 สระบุรี มารับแล้วรอโต้กลับ นาทีที่ 53 เกือบพลิกขึ้นนำ สุรเดช ธงชัย ยิงตรงมุมเขตโทษด้านขวาบอลฮุกผ่านมือ นริศ ทวีกุล นายทวารโลมากระแทกใต้คานโชคดีไม่เด้งข้ามเส้น อีก 3 นาทีกลายเป็นเจ้าบ้านขึ้นนำจนได้ สันติ หยอดจากซ้าย ปฏิพน ขวิดเสาแรก 1-0 เหลือ 15 นาทีสุดท้าย พลังเอ็ม ส่งคู่หน้าทั้ง คลีตัน ซิลวา, อีแวนส์ เมนชาห์ รวมถึงอภิภู สุนทรพนาเวศ ลงไป ทำให้เกมรุกหวือหวาขึ้น แต่ที่สุดไม่อาจยิงประตูคืนได้ จบเกม พัทยา ยูไนเต็ด เขี่ย โอสถสภา เอ็ม-150 สระบุรี ตกรอบ 1-0
บ.ไทยลีกยัน "นครินทร์" ห้ามย้ายทีม
หลังจากที่ ดร.วิชิต แย้มบุญเรือง ประธานบริษัท ไทยพรีเมียร์ลีก จำกัด เคยกล่าวถึงกรณีการย้ายทีมของ “เจ้าโอ” นครินทร์ ฟูปลูก กองหลังของ “วิหคเพลิง” ทีโอที-แคท ไปสู่ “สิงห์เหนือ” ทีทีเอ็ม พิจิตร ในการประชุมผู้ควบคุมการแข่งขันฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีก เมื่อวันที่ 9 สิงหาคมที่ผ่านมา ว่า ไม่อาจกระทำได้ตามระเบียบของฟีฟ่า แต่ภายหลังกลับมีการให้สัมภาษณ์ว่า เตรียมส่งเรื่องการย้ายทีมครั้งนี้ให้สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย อนุมัติเป็นกรณีพิเศษ โดยอ้างว่า เป็นการกระทำเพื่ออนาคตของเด็ก พร้อมจะไปร่างระเบียบให้รัดกุมในปีถัดไปนั้น
ล่าสุด “คม ชัด ลึก” สอบถามความคืบหน้าเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว ได้รับการชี้แจงจาก ดร.วิชิต ว่า ความคิดเดิมคือ เราอยากเห็นนักเตะมีโอกาสลงสนาม อีกทั้งในระเบียบการแข่งขันของไทยพรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้ ไม่ได้เขียนเอาไว้อย่างชัดเจน แต่หากไปดูที่ระเบียบ เรื่องสถานะ และการโอนย้ายของฟีฟ่า ปี 2010 เขาระบุเอาไว้ว่า ผู้เล่นไม่สามารถย้ายทีมได้เกิน 2 ทีมในลีกและปีเดียวกัน
"เมื่อมาพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้ว เห็นว่า แม้เราอยากจะให้โอกาสกับเด็ก แต่คงไม่เป็นธรรมกับสโมสรอื่นๆ ที่ได้ปฏิบัติตามระเบียบเรื่องการโอนย้ายมาอย่างถูกต้อง ดังนั้นจึงพิจารณาให้ยกเลิกการย้ายทีมครั้งนี้ และถือว่า นครินทร์ ฟูปลูก ยังคงเป็นนักเตะของทีโอที-แคทต่อไป ส่วนว่าจะเป็นนักเตะมีสังกัดหรือไม่ คงเป็นเรื่องที่ทีโอที-แคท ไปดำเนินการต่อไปในฐานะต้นสังกัดต่อไป”
ขณะเดียวกันอีกรายหนึ่งคือ วสันต์ พรามคุ้น นักเตะของ “โลมาฟ้าขาว” พัทยา ยูไนเต็ด ที่ได้ย้ายไปสู่ “ขุนแผน” สุพรรณบุรี ในช่วงเปิดตลาดรอบ 2 แต่ปรากฏว่าเกิดการเปลี่ยนแปลงภายในทีมต้นสังกัดใหม่ ทำให้ วสันต์ ไม่อยู่ในแผนทำทีม และย้ายกลับมาสู่พัทยา ยูไนเต็ดไปแล้วนั้น ปรากฏว่า ภายหลังเกิดกรณีของ นครินทร์ ขึ้นมา ทำให้ต้นสังกัดไม่กล้าส่งชื่อเข้าเล่นไทยพรีเมียร์ลีก เลกสอง เพราะเกรงจะผิดกฎฟีฟ่า เนื่องจากการตีความของคำว่าสังกัดที่ 3 กับการย้ายทีมครั้งที่ 3 ค่อนข้างคลุมเครือ และไม่มีใครสามารถอธิบายเรื่องนี้ได้ ทำให้ วสันต์ กลายเป็นนักเตะไร้สังกัดไปโดยปริยาย



