ข่าว

 'ปฏิรูปตำรวจ'...ก้าวย่างที่ท้าทาย

'ปฏิรูปตำรวจ'...ก้าวย่างที่ท้าทาย

12 ส.ค. 2553

นับตั้งแต่ตำรวจถูกครหาว่าไม่ปฏิบัติหน้าที่ระหว่างการชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดง พร้อมเหน็บแนมด้วยข้อความแสบๆ คันๆ "ตำรวจมะเขือเทศ" เมื่อได้โอกาสนายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จึงมอบหมายให้ พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร อดีตรองอธิบดีกรมตำรวจ ในฐานะตำรวจที่ได้ชื่อว่ามือสะอาด

 หนึ่งในแนวทางปฏิบัติเป็นเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายที่เป็นธรรม วัดจากความรู้ความสามารถและลำดับอาวุโส ซึ่งการแต่งตั้งโยกย้ายที่ผ่านๆ มาวงการตำรวจถือว่า เต็มไปด้วยมลทินและกลิ่นเงิน ?!!

 เมื่อ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) ให้ขึ้นเป็น ผบ.ตร.คนใหม่ หนึ่งในงานหลักที่ต้องเร่งรัดปฏิบัติที่สุดก็หนีไม่พ้นเรื่องการปฏิรูปตำรวจ

 หนึ่งในสาระสำคัญคือแนวคิดในการพัฒนาระบบตำแหน่งในสถานีตำรวจและตำแหน่งพนักงานสอบสวน เพื่อแก้ไขเรื่องการขาดความเจริญก้าวหน้า และขาดขวัญกำลังใจของพนักงานสอบสวน เนื่องจากมักไม่ได้รับการพิจารณาแต่งตั้งเลื่อนระดับตำแหน่งสูงๆ ขึ้นไป หรือไม่ได้รับการพิจารณาแต่งตั้งข้ามสายงาน

 เป็นที่รับรู้กันดีว่าตำแหน่งพนักงานสอบสวนนั้น เป็นงานเอกสารและเกี่ยวกับการทำสำนวนการสอบสวน หลายคนไม่อยากเข้ามาทำงานสายนี้ เพราะยุ่งยากและไม่ค่อยมีเวลา ส่วนคนที่ทำอยู่ก็มักจะไม่ได้รับการแต่งตั้งให้ไปทำสายอื่น

 การแก้ปัญหานี้คณะกรรมการปฏิรูปตำรวจเห็นว่า น่าจะสลับสับเปลี่ยนข้าราชการทุกระดับตำแหน่งในสถานีหมุนเวียนในทุกสายงาน ขณะเดียวกันก็สามารถแต่งตั้งเลื่อนระดับสูงข้ามสายงานได้ด้วย เพื่อก้าวขึ้นตำแหน่งผู้กำกับการ (ผกก.) หัวหน้าสถานีในอนาคต ซึ่งหัวใจของเนื้องานอยู่ที่การบริหารโรงพัก

 โดยกำหนดให้นายตำรวจระดับ สว.-ผกก.ยกเว้นงานอำนวยให้มีประสบการณ์งานสอบสวนเป็นระยะเวลา 2-4 ปี ตามระดับตำแหน่ง ซึ่งคณะกรรมการมองว่าจะช่วยให้เกิดผลดีในการเตรียมความพร้อมของผู้ที่จะเป็นหัวหน้าสถานีตำรวจในอนาคต ให้มีความรู้ความสามารถครอบคลุมทุกด้าน โดยเฉพาะสามารถปฏิบัติหน้าที่ในฐานะพนักงานสอบสวนพิจารณาสั่งสำนวนและมีความเห็นทางคดีได้อย่างถูกต้องมีประสิทธิภาพ

 นายตำรวจระดับสูงในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ให้ความเห็นว่า แนวทางศึกษาการปฏิรูปตำรวจของ พล.ต.อ.วสิษฐ กับของ สตช.เป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยในการสัมมนาระดมความคิดเห็นตั้งแต่ระดับรอง ผบช.ลงมาก่อนหน้านี้ทุกนายเห็นพ้องต้องกันเรื่อง "ลำดับอาวุโส" เช่นเดียวกับคณะกรรมการ แตกต่างเพียงจากเดิมกำหนดไว้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 25 ของตำแหน่งที่ว่าง เป็นไม่น้อยกว่าร้อยละ 33 หากมีเศษให้ปัดขึ้น 

 อีกประเด็นที่ต้องดำเนินการในการแต่งตั้งที่จะถึงนี้ คือ ต้องประกาศบัญชีอาวุโส เพื่อให้เกิดความโปร่งใส เพราะมีข้าราชการตำรวจจำนวนมากที่ไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ในลำดับอาวุโสที่เท่าไร ?

 สำหรับการประกาศบัญชีอาวุโสจะกระทำใน 2 ส่วน คือ ในส่วนของ ตร.จะประกาศบัญชีทุกระดับตั้งแต่ สว.-รอง ผบ.ตร.หรือจเรตำรวจแห่งชาติ ส่วนระดับกองบัญชาการ (บช.) ให้ประกาศตั้งแต่ระดับ ผบช.ลงไป โดยให้ประกาศพร้อมกันในวันที่ 18 สิงหาคมนี้ ก่อนมีการแต่งตั้ง ถ้าหากนายตำรวจคนใดหรือหน่วยงานใดเห็นว่า ลำดับอาวุโสไม่ถูกต้อง ให้ยื่นเรื่องให้ ผบ.ตร.หรือ ผบช.แต่ละหน่วยพิจารณาทบทวนภายใน 7 วัน นับตั้งแต่วันที่ 18 สิงหาคมเป็นต้นไป

 ในส่วนของผู้ที่ครบกำหนดหลักเกณฑ์เป็นปีแรก เช่น กฎหมายกำหนดไว้ 3 ปี 5 ปี ก่อนจะเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นต้องปรากฏเป็นเอกสารชัดเจนถึงคุณงามความดีและผลงานอย่างเด่นชัดและเป็นที่ยอมรับ

 "เรื่องนี้ พล.ต.อ.วสิษฐเสนอแนวทางให้ท่านนายกรัฐมนตรีทราบแล้ว ซึ่งคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ก็เห็นชอบ รวมถึงการแต่งตั้งครั้งแรกต้องไม่ไปลงที่สถานีตำรวจชั้นหนึ่ง" นายตำรวจคนเดิม กล่าว

 อย่างไรก็ดีจนถึงขณะนี้ ตร.ก็ยังไม่มีการกำหนดชั้นของสถานีตำรวจเอาไว้ว่า สถานีใดเป็นสถานีชั้นหนึ่ง ชั้นสอง หรือชั้นสาม ลดหลั่นกันลงมา ดังนั้น การดำเนินการที่จะถึงนี้ให้ยึดมติ ก.ตร.ที่เคยมีไว้ว่า ในการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งครั้งแรกต้องส่งไปยังสถานีตำรวจที่มีงานน้อย ไม่มีสำนวนคดีมาก คือ เป็นสถานีชั้นรองๆ ลงไป ขณะเดียวกันให้พิจารณาหัวหน้าสถานีตำรวจที่ดำรงตำแหน่งครบ 2 ปีตามสถานีต่างๆ ให้ขึ้นไปดำรงตำแหน่งในสถานีตำรวจที่มีงานมาก

 ที่น่าสนใจอีกประการ คือ ในการแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจปีนี้ ถือเป็นครั้งแรกที่นำกฎ ก.ตร.ว่าด้วยกระบวนการจริยธรรมและจรรยาบรรณตำรวจ ปี 2551 มาพิจารณาประกอบ กรณีแต่งตั้งตำแหน่งสูงขึ้นหรือหมุนเวียน รวมถึงการพิจารณาผู้ที่ได้รับรางวัลสถานีตำรวจเพื่อประชาชนดีเด่น และพนักงานสอบสวนดีเด่นมาพิจารณาประกอบด้วยเช่นกัน

 พ.ร.บ.ตำรวจว่าด้วยการแต่งตั้ง กำหนดให้การแต่งตั้งตำรวจระดับ ผบก.-รอง ผบ.ตร.และจเรตำรวจแห่งชาติ ต้องเสร็จสิ้นภายในวันที่ 31 สิงหาคม แต่เนื่องจากต้องประกาศบัญชีอาวุโสและให้เวลาทบทวนแก้ไข ก.ตร.จึงมีมติเลื่อนการแต่งตั้งไปถึงวันที่ 15 กันยายน

 โดยการแต่งตั้งนายตำรวจระดับ ผบช.-รอง ผบ.ตร.และจเรตำรวจแห่งชาติ จะเสร็จสิ้นก่อนเดือนสิงหาคม และนำเข้าที่ประชุม ก.ตร.พิจารณาในช่วงวันที่ 25-27 สิงหาคม จากนั้นวันที่ 30 สิงหาคมจะแจ้งให้ บช.ดำเนินการคัดเลือกเพื่อแต่งตั้งระดับ ผบก.-รอง ผบช.คาดว่าจะประชุม ก.ตร.เพื่อพิจารณาได้ในวันที่ 3 กันยายน แล้วเสนอโปรดเกล้าฯ ได้ในวันที่ 6 กันยายนนี้