
สุวิทย์ดันไทยศูนย์กลางพุทธศาสนาทุกนิกายในโลก
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ เดินหน้าผลักดันไทยเป็นศูนย์กลางศาสนาทุกนิกายในโลก ดันโครงการพุทธอุทยานโลกคืบหน้าไปมาก จับผู้เกี่ยวข้องลงนามบันทึกข้อตกลงทางวิชาการเพื่อสำรวจและออกแบบสังเวชนียสถาน 4 ตำบล
นายสุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า "พุทธอุทยานโลก" เป็นโครงการที่เปิดขึ้นจากปฏิญญากรุงเทพฯ ข้อ 7 ในการประชุมพระพุทธศาสนานานาชาติครั้งที่ 7 ที่ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ที่มีประสงค์จะจัดตั้งให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของศาสนาพุทธทุกนิกายทั่วโลก เพื่อเป็นพุทธสถานที่เป็นจุดศูนย์รวมของชาวโลกที่นับถือศาสนาพุทธ
ด้วยเหตุนี้ทางกรมป่าไม้และมูลนิธิพุทธอุทยานโลก จึงได้จัดทำโครงการพุทธอุทยานโลกขึ้น เพื่อดำเนินการจัดตั้งพุทธอุทยานโลกให้เป็นไปอย่างรวดเร็ว โดยมีวัตถุประสงค์ร่วมกันจัดตั้งพุทธอุทยานโลก ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าน้ำตกเขาดีโต้ ด.เนินหอม อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี บนพื้นที่ 13,593 ไร่ เพื่อให้เป็นพื้นพิทักษ์ อนุรักษ์ รักษา ฟื้นฟู ทรัพยากรป่าไม้ ภายใต้แนวคิด "พุทธอุทยาน" รวมถึงดำเนินการส่งเสิรมการศึกษา ศาสนา ป่าไม้ และธรรมชาติ
โครงการนี้จะใช้เวลา 30 ปี สร้างเป็น 3 โซนด้วยกันคือ โซนแรกเป็นสังเวชนียสถาน 4 ตำบล ได้แก่ลุมพินีวัน สถานที่ประสูติของพระพุทธเจ้า พุทธคยา สถานที่ตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า สารนาถ สถานที่แสดงปฐมเทศนา และกุสินารา สถานที่ดับขันธปรินิพพาน
โซนที่สอง จะเป็นพื้นที่เขตสังฆาวา หรือพื้นที่จำพรรษา พื้นที่ปฏิบัติกิจต่างๆ ของพระสงฆ์ทั่วโลก และโซนที่สาม เป็นพื้นที่สร้างอัครสถานพระรัตนตรัย หรือเป็นหอพระพุทธ หอพระธรรม (พระไตรปิฎก) และหอพระสงฆ์ ซึ่งเป็นศูนย์กลางของทุกนิยาย รวมถึงการจัดทำพิพิธภัณฑ์พุทธศาสนา
โดยได้รับความร่วมมือจากทีมอาจารย์จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ เป็นผู้ออกแบบและสร้างสังเวชนียสถาน 4 ตำบล โดยจะเดินทางไปดูของจริงพร้อมกับเก็บรายละเอียดทั้งหมด เพื่อมาสร้างในที่ที่จัดเตรียมไว้ให้แล้ว ในขนาดอัตราส่วนเท่าของจริงที่ไปดูมา ไม่มีการย่อให้เล็กลงแต่อย่างใด
"หวังว่าหลังจากพุทธอุทยานโลกสร้างเสร็จสิ้นแล้ว จะกลายเป็นแหล่งเรียนรู้พุทธศาสนาสำหรับทุกคนจากทั่วโลก คาดว่าในอนาคตเทรนด์ของการท่องเที่ยวทางด้านธรรมะจะมีเพิ่มมากขึ้น และเมื่อมีคนเข้ามาเยือนพุทธอุทยานโลกเพิ่มมากขึ้น ประเทศก็ได้ประโยชน์ในการที่จะเป็นที่รู้จักเพิ่มมากขึ้น และมีผลดีต่อการท่องเที่ยวด้วย" นายสุวิทย์กล่าว



