
เสียงขู่จากแกนนำเสื้อแดง
รัฐบาลกำลังพิจารณาว่าสมควรยกเลิกประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินในพื้นที่ยังคงมีการบังคับใช้ รวมทั้งกรุงเทพมหานคร เพื่อแสดงให้เห็นว่าสถานการณ์ต่างๆ เข้าสู่สภาวะปกติ ตามเสียงเรียกร้องของบางกลุ่มในสังคม โดยเฉพาะจากผู้ประกอบการธุรกิจ รวมทั้งคณะกรรมการต่างๆ ซึ่งรัฐบาลแต
ประชาชนก็หวังว่าบ้านเมืองจะเข้าสู่สภาวะปกติ เศรษฐกิจจะฟื้นตัวรวดเร็ว ประชาชนจะทำมาหากินเลี้ยงชีพเหมือนเดิมแม้ซากปรักหักพัง จากการเผาบ้านเผาเมืองของกลุ่มก่อการร้าย มวลชนเสื้อแดง ยังคาตาให้เห็นกลางเมืองก็ตาม แต่ความหวังคงจะเป็นความจริงได้ยาก เมื่อแกนนำ นปช.รายหนึ่ง นายจตุพร พรหมพันธุ์ ซึ่งมีชีวิตสุขสบายอยู่นอกคุก เพราะมีเอกสิทธิ์ ส.ส.สัดส่วน คุ้มหัวอยู่ ขณะที่เพื่อนร่วมขบวนการเสื้อแดง “สู้แล้วรวย” ตามข้อสังเกตของ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ยังติดคุก ยังไม่มีโอกาสได้ประกันตัว ทั้งๆ ที่มีส่วนร่วมในการกระทำความผิด สร้างความทุกข์สาหัสให้คนเมืองกรุงนานกว่า 2 เดือน รวมทั้งการเสียชีวิตของทหารและประชาชน เหยื่อการก่อการร้าย
นายจตุพรได้ขู่ว่าจะนำมวลชนเสื้อแดงเป็นแสนคนออกมาชุมนุมกดดันอัยการให้ดำเนินคดีกับกลุ่มพันธมิตรและเอาอย่างพันธมิตรซึ่งสามารถชุมนุมได้ในการเรียกร้องให้รัฐบาลจัดการเอาแผ่นดินรอบปราสาทพระวิหารคืนจากกัมพูชา แต่นายจตุพรอาจมองว่าถ้ากัมพูชาต้องยอมไทย ผลประโยชน์ของเครือข่ายนายจ้าง คือพรรคเพื่อไทยและ “ทักษิณ ชินวัตร” ซึ่งมีผลประโยชน์ร่วมในกัมพูชา ซึ่งกลายเป็นแหล่งหลบหนีซ่องสุมแกนนำเสื้อแดงก่อการร้ายเช่นกัน และ “ทักษิณ” ก็เป็นที่ปรึกษารัฐบาลกัมพูชาและผู้นำรัฐบาลนายฮุน เซน
นายจตุพรประกาศเตือนแบบกร้าวว่า "วันนี้เมื่ออยู่ดีๆ กันไม่ชอบมันก็ต้องฉิบหายกันไปข้าง ถ้าอยากจะฉิบหายกันนัก ก็พร้อมจะฉิบหายกันให้มาโชว์ออฟ กดขี่ข่มเหง เหยียบย่ำหัวใจทุกวันอย่างนี้ก็ต้องเจอกันบ้าง ถ้าไร้ซึ่งความปรานี ไร้ความเมตตา ก็อย่าอยู่กันดีๆ เลย ความเท่าเทียมที่คุณให้กับพันธมิตร และกับผม มันไม่เป็นธรรม วันนี้มันเป็นยุติธรรมอำมหิต เป็นฆาตกรรมยุติธรรม ผมไม่มีวันรอวันให้เพื่อนๆ พี่ๆ ถูกขังโดยไม่กระทำการใดๆ มิฉะนั้นผมจะไม่ใช่คนแล้ว บ้านเมืองนี้เแผ่นดินไม่กลบหน้า มันก็อยู่นิ่งเฉยไม่ได้"
เมื่อได้ยินคำขู่ของนายจตุพร ประชาชนคงหลับตานึกเห็นภาพการก่อการร้าย เผาบ้าน เผาเมือง การใช้กำลังยิงต่อสู้กับทหาร ตำรวจ ด้วยความสยดสยอง และคงหวังว่านายจตุพรควรอยู่ในคุกด้วยเช่นกัน เพราะการได้อยู่นอกคุก เอาเปรียบเพื่อนร่วมอุดมการณ์นั้น เป็นการใช้เอกสิทธิ์อย่างไม่สมควร และเอกสิทธิ์รัฐสภาไม่ได้มีวัตถุประสงค์ให้ความคุ้มครองอาชญากร คือกลุ่มปลุกระดมก่อการร้าย แต่เป็นการป้องกันไม่ให้สมาชิกรัฐสภาถูกกลั่นแกล้งโดยนักการเมืองผู้มีอำนาจ ส่วนในกรณีนายจตุพรและ ส.ส.คนอื่นๆ สังกัดพรรคเพื่อไทย นั้น การรอดพ้นจากการถูกขังในคุกในช่วงรอการถูกดำเนินคดี ถูกสังคมมองว่าไม่เป็นธรรมเช่นกัน เป็นสองมาตรฐาน เพราะถูกดำเนินคดีเหมือนแกนนำเสื้อแดงคนอื่นๆ



