
เตีย บันคุยประวิตรขอเลื่อนถกจีบีซีไทย-เขมร
เตีย บัน โฟนคุย ประวิตร ขอเลื่อนถกจีบีซีไทย-เขมร อ้างสถานการณ์ตึงเครียด รอคลี่คลายค่อยถกใหม่ หวั่นเป็นน้ำผึ้งหยดเดียวทำสัมพันธ์ไทย-เขมรร้าวกระทบศก.ยาว ด้านกลาโหมไทยแจงเลื่อนประชุมจีบีซี เหตุเอกสาร 2 ฝ่ายไม่พร้อม ยันสถานการณ์ชายแดนปกติ "สุเทพ"ยัน
เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 11 ส.ค.พ.อ.ธนาธิป สว่างแสง โฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงเลื่อนการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (กทช.) ไทย-กัมพูชา (จีบีซี) ครั้งที่ 7 ว่า การประชุมจีบีซีที่จะมีขึ้นในวันที่ 27 – 28 สิงหาคมนี้ ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพการประชุม เนื่องจากมีความจำเป็นเกี่ยวกับความพร้อมด้านเอกสาร ทำให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวกลาโหมทั้งของไทยและกัมพูชา ในฐานะประธานกรมการทั้ง 2 ฝ่าย จึงเห็นชอบร่วมกันให้เลื่อนการประชุมดังกล่าวออกไปก่อน
โดยยังไม่มีกำหนดว่าจะนัดประชุมกันอีกในช่วงวัน เวลาใด ที่ผ่านมาเคยมีการเลื่อนการประชุมลักษณะเช่นนี้ หากเอกสารไม่มีความพร้อมในการประชุม ซึ่งเรามีการหารือหลายประเด็นทั้งยาเสพติด ความมั่นคงทางทะเล ระบบความร่วมมือของทหารในพื้นที่ การเก็บกู้วัตถุระเบิด ยืนยันว่าสถานการณ์ทั่วไปในพื้นที่ยังปกติ ซึ่งการไปมาหาสู่ของทหารในพื้นที่ยังมีการประสานข้อมูลกัน แต่ยังมีความเข้มงวดในการเข้าออกบุคคลที่เข้าออกในด่านชายแดน เพื่อไม่ต้องการให้เกิดปัญหาในอนาคต
เมื่อถามว่า การให้สัมภาษณ์ของผู้นำกัมพูชาที่จะทำให้เกิดสถานการณ์ลุกลามหรือไม่ พ.อ.ธนาธิป กล่าว่า สถานการณ์ยังปกติการค้าขายยังทำได้ปกติ และยังมีการประชุมเจ้าหน้าที่ระดับพื้นที่ทั้งไทยและกัมพูชา ทั้งนี้ เรื่องเอกสารที่ใช้ในการประชุมต้องมีการจัดทำร่วมกัน แต่ยังไม่มีความพร้อม ซึ่งกรมกิจการชายแดนทหารชี้แจงว่าเอกสารจำเป็นบางอย่างไม่มีความพร้อม จึงต้องเลื่อนการประชุม ยืนยันว่าไม่เกี่ยวกับสถานการณ์ตรึงเครียด ส่วนเรื่องการปักปันเขตแดนเป็นเรื่องของคณะกรรมการปักปันเขตแดนไทยกัมพูชา (เจบีซี) เป็นเรื่องของกระทรวงการต่างประเทศผู้รับผิดชอบไม่เกี่ยวกับการประชุมจีบีซี ทั้งนี้ ในพื้นที่ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงสามารถประสานกันได้ของทหารทั้ง 2 ประเทศ
รายงานข่าวแจ้งว่า สาเหตุการเลื่อนการประชุมจีบีซีครั้งที่ 7 นี้ เนื่องจากในการพูดคุยกันผ่านทางโทรศัพท์ระหว่าง พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของไทยกับ พล.อ. เตีย บันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกัมพูชานั้น ปรากฏว่า พล.อ. เตีย บัน ได้ขอเลื่อนการประชุมจีบีซีออกไป เนื่องจากช่วงเวลาการประชุมดังกล่าวไม่สะดวก ซึ่งจากการพูดคุยทั้งสองฝ่ายมีความคิดเห็นว่า บรรยากาศขณะนี้ไม่เหมาะสมที่จะมีการประชุม เนื่องจากประชาชนที่สนับสนุนของทั้ง 2 ประเทศยังมีความเคลื่อนไหวอยู่
รายงานข่าวแจ้งว่า จากสถานการณ์ที่ค่อนข้างตึงเครียดขณะนี้ ทำให้ทั้งสองฝ่ายมีความเห็นว่า ควรหยุดการหารือ หรือทำกิจกรรมร่วมกันสักพัก รอให้สถานการณ์คลี่คลายจึงกลับมาพูดคุยกันอีกครั้ง เนื่องจากเกรงว่า ปัญหาดังกล่าวจะกลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียว อย่างไรก็ตามความสัมพันธ์ทางทหาร ไม่มีปัญหาอะไร และทางกองทัพไทยไม่อยากใช้กำลังทหารแก้ไขปัญหา เพราะเกรงว่า จะส่งผลกระทบต่อทั้งสองชาติในระยะยาว โดยเฉพาะไทยที่จะต้องได้ผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจ เนื่องจากในปีหนึ่ง ๆ กัมพูชาได้ซื้อสินค้าของไทยรวมกว่า 1 หมื่นล้านบาทต่อปี
ส่วนข้อติดขัดทางเอกสารที่เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาด้านความมั่นคง เช่น การค้ามนุษย์ ยาเสพติด การป้องกันตัดไม้ทำลายป่าที่ ต้องมีการลงนามจากทั้งสองฝ่ายนั้น ทางไทยยังไม่สามารถลงนามได้ เนื่องจากเอกสารที่จะต้องลงนามยังไม่ผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภา
"สุเทพ"ยันไทยไม่เสียดินเแดนให้เขมร
เมื่อเวลา14.00น.นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีและผอ.ศอฉ.กล่าวถึงกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีมอบให้กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงกลาโหมและสภาความมั่นคงแห่งชาติ ดำเนินการผลักดันชาวกัมพูชาที่ลุกล้ำเข้ามาตั้งถิ่นฐานในพื้นที่4.6ตร.กม.บริเวณปราสาทพระวิหารว่า ศอฉ.มีหน้าที่แก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในประเทศจึงแก้ไขเรื่องนี้และศอฉ.ไม่ได้คุยเรื่องกัมพูชา เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องของรัฐบาล กระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงหลาโหมที่แต่ละหน่วยงานจะดำเนินการอยู่แล้ว เมื่อถามว่า กองทัพระบุว่ามีแผนรองรับและจะกระชับพื้นที่ดังกล่าว นายสุเทพกล่าวว่า ขอเรียนว่าประเทศไทยยังไม่สูญเสียพื้นที่ใดๆ เมื่อถามว่าสมเด็จฮุนเซน นายกฯกัมพูชาระบุว่าพื้นที่นั้นเป็นของกัมพูชา นายสุเทพกล่าวว่า “เขากล่าวอ้าง เราก็กล่าวอ้างเช่นกัน มันถึงเป็นพื้นที่และเป็นกรณีที่ยังไม่ได้ตกลงกันอยู่”
เมื่อถามว่านายกฯระบุว่ากองทัพและกระทรวงต่างประเทศสั่งผลักดันประชาชนกัมพูชาที่ลุกล้ำในพื้นที่นี้แล้ว นายสุเทพกล่าวว่าตนยังไม่ค่อยชัดเจนและขอตอบวันหลัง และควรไปถามกระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงกลาโหม เพราะนายกฯสั่งสองกระทรวงนี้ ตนจะไปตามใหม่ เมื่อถามว่ามาตรการที่ไทยเตรียมแสดงสิทธิอย่างเป็นรูปธรรมในเรื่องนี้คืออะไร นายสุเทพกล่าวว่า ไม่ทราบจริงๆ เพราะถามในสิ่งนอกภูมิปัญญาของตน บางเรื่องนั้นมีรายละเอียดและเป็นความรับผิดชอบของแต่ละส่วน รมว.กลาโหมรับผิดชอบคณะกรรมการปักปันเขตแดน(JBC)ส่วนรมว.ต่างประเทศดูแลด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จึงขอไปคุยกับแต่ละคนว่ารายละเอียดของงานแต่ละคนนั้นคืออะไรและเป็นเช่นใด จะถามตนคงไม่ได้ เมื่อถามว่าบันทึกความเข้าใจไทย-กัมพูชา2543ระบุว่า สองฝ่ายต้องมาคุยกัน นายสุเทพกล่าวว่ายืนยันว่าการอยู่ร่วมกันกับเพื่อนบ้านอาจกระทบกระทั่งกันบ้างและไม่ลงรอยกัน จึงควรมีการเจรจา
อดีตตชด.รุ่นเก๋าไม่เชื่อ"ฮุนเซน"ยึดสันติ
ส.ท. เปล่ง มีมุ้ย อายุ 85 ปี อดีตตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) ที่มาปฏิบัติราชการที่บนเขาพระวิหารเป็นชุดแรก เมื่อประมาณปี พ.ศ.2503 ก่อนศาลโลกตัดสินให้ตัวปราสาทตกเป็นของกัมพูชา ปี 2505 ซึ่งปัจจุบันท่านอาศัยอยู่บ้านภูมิซรอล ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ กล่าวว่า เมื่อก่อนไม่มีเขมรเข้ามาอยู่บนเขาพระวิหารแม้แต่คนเดียว มีแต่ ต.ช.ด. ไทยและคนไทยอาศัยอยู่ หลังจากคำตัดสินของศาลโลกให้ปราสาทพระวิหารตกเป็นของกัมพูชา เราก็ย้ายฐาน ตชด.ลงมาอยู่รอบนอกปราสาทบริเวณบันไดทางขึ้น พร้อมกับหน่วยงานรัฐให้ชาวบ้านเราถอยออกมา จากนั้นเขมรก็เข้ามายึดครองและรุกพื้นที่เราเข้ามาเรื่อยๆ
“คิดว่าถ้าสถานการณ์ยังเป็นอย่างนี้ต่อไป มีหวังได้ปะทะกันแน่ ๆ เพราะเขมรไม่ยอม มีแต่รุกเข้ามา ทหารก็เตรียมพร้อม ส่วนทางชาวบ้านเสียงปืนดังเมื่อไหร่รถเขาก็จะมารับ ถ้ายิงกันจริง ๆ เขาพระวิหารจะไม่เหลือเลย ยิงกันแค่ 2 - 3 ลูกก็ไม่เหลือแล้วเขาพระวิหาร และตนเชื่อว่าเขมรไม่มีโอกาสชนะเราได้แน่ ว่าจะสู้กันนานไป จะมีประเทศใหญ่ ๆมาช่วยเขมร ดังนั้นเราต้องเร่งทำให้จบอย่าให้เขาตั้งตัวได้”ส.ท.เปล่ง กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่าการเจรจาในทางสันติจะมีโอกาสเป็นไปได้ไหม ส.ท.เปล่ง กล่าวว่า ไม่มีทางเป็นไปได้เขมรไม่ยอมอยู่แล้วเพราะถือว่าเขามีพวกและมีคนหนุนหลังเขาจึงไม่ยอม ตนคิดว่าต้องปะทะให้มันพังไปเลย เพราะจะให้เขายอมไม่มีทางมีแต่จะรุกเข้ามาเรื่อย ๆ แต่ก่อนบอกให้ยึดสันปันน้ำแบ่งเขตแดนก็ไม่ยอมและให้ศาลโลกมาตัดสิน
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากเกิดเหตุการณ์สู้รบขึ้นมาจะทำอย่างไร ส.ท.เปล่ง กล่าวว่า ก็ต้องนั่งดูเพราะไม่รู้จะทำอย่างไร วิถีกระสุนถึงกันทรลักษ์ เพราะเขามีจรวด แถวนี้ (หมู่บ้าน) ลูกปืนตกถึงหมด ก็ต้องทำตัวเป็นหนูวิ่งลงรูหมด
เมื่อถามถึงความพร้อมทหารไทย ส.ท.เปล่ง กล่าวว่า มีทหารรุ่นน้องหลายคนมาคุยด้วยเหมือนกัน เขาบอกว่ามีความพร้อม บางคนเข้ามาปรึกษา บอกว่าแต่ก่อนก็เฉย ๆ แต่ตอนนี้เขาอยากสู้ ไม่อยากถอย เพราะตอนนี้มันกวนประสาทเราเหลือเกิน ยั่วยุเราอยู่เรื่อย ๆ คงอีกไม่นานอาจจะมีการปะทะกันเกิดขึ้น ปะทะเมื่อไหร่ก็หาหลุมหลบ เพราะเขาทำหลุมหลบภัยให้แล้ว แต่ถ้าสู้รบกันจริง ๆคิดว่าไม่เกิน 3 วันก็จบเพราะอาวุธเราเยอะ ที่ไม่เคยเห็นก็ได้เห็น อดีต ตชด.รุ่นบุกเบิกเขาพระวิหารก่อนแพ้ตามคำตัดสินของศาลโลก



