
ผุดสระน้ำชุมชนต้นแบบที่โคราช มูลนิธิเตือนภัยฯ เดินหน้าโครงการต้านภัยแล้ง
นครราชสีมา- มูลนิธิเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ เดินหน้าโครงการ สระน้ำร่วมใจ ต้านภัยแล้ง ขุดสระน้ำชุมชนต้นแบบแห่งแรกของประเทศที่โคราช
นายชัยรัตน์ ไทยดำรงเดช นายอำเภอขามสะแกแสง จ.นครราชสีมา กล่าวว่า อ.ขามสะแกแสง มีพื้นที่ทั้งหมด 42 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 2.5 หมื่นไร่ มีประชาชน 4.5 หมื่นคน 1,200 ครัวเรือน สภาพทั่วไปเป็นที่ราบ ไม่มีพื้นที่ป่าไม้ มีลำห้วยขนาดเล็กไหลผ่าน ซึ่งมักจะแห้งขอดและตื้นเขินในฤดูแล้ง และไม่มีลำน้ำสายหลักไหลผ่าน สภาพของดินเค็มและเหนียวร่วน ทำการเกษตรไม่ได้ผลเท่าที่ควร แต่เมื่อมีโครงการสระน้ำต้นแบบร่วมใจ ต้านภัยแล้ง ของมูลนิธิเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ที่ขุดสระน้ำชุมชนเพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ในยามหน้าแล้ง โดยมีหน่วยงานภาครัฐ เอกชน รวมถึงประชาชนในพื้นที่ร่วมบริจาคและองค์กรปกครองท้องถิ่นสนับสนุนเครื่องจักร ทำให้ไม่ต้องพึ่งงบประมาณของทางราชการ กระทั่งการดำเนินการใกล้แล้วเสร็จ
"สระกักเก็บน้ำชุมชนต้นแบบ ตามโครงการสระน้ำร่วมใจ ต้านภัยแล้ง แห่งแรกของประเทศ ที่ อ.ขามสะแกแสง แห่งนี้มีพื้นที่รวมทั้งสิ้น 16 ไร่ ขุดลอกลำคลองธรรมชาติบริเวณด้านล่างสระเก็บน้ำเพิ่มเป็นระยะทาง 500 เมตร เพื่อสร้างความชุมชื้นในพื้นที่โดยรอบ และเพิ่มระบบนิเวศให้เหมาะสมต่อการแปรสภาพเป็นแหล่งน้ำโดยสมบูรณ์และสามารถกักเก็บน้ำได้ยาวนานกว่าปกติ ซึ่งตามแผนงานที่วางไว้ สระน้ำแห่งนี้จะมีขนาด 400X400 เมตร ลึกจากระดับผืนนา 4 เมตร และสามารถกักเก็บน้ำทั้งหมดไม่ต่ำกว่า 1.3 แสนลูกบาศก์เมตร หรือเพิ่มขึ้นจากเดิมกว่า 6 เท่าตัว คาดว่าจะใช้งบประมาณในการดำเนินการทั้งหมดเพียงแค่ 3 แสนบาทเท่านั้น"
นายชัยรัตน์ กล่าวว่า การก่อสร้างสระกักน้ำดังกล่าว ใช้งบประมาณน้อยมาก เพราะได้รับการสนับสนุนเครื่องจักรที่ใช้ในการขุดสระทั้งหมดจาก องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา ล่าสุดสระน้ำชุมชนแห่งนี้ดำเนินการแล้วเสร็จกว่า 80% และมีกำหนดการแล้วเสร็จสมบูรณ์ในวันที่ 15 สิงหาคม 2553 ซึ่งหากสระน้ำแห่งนี้เสร็จสมบูรณ์จะสามารถเป็นแหล่งน้ำหลักเพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ 3 หมู่บ้านของ ต.หนองพะงาด อ.ขามสะแกแสง ได้ใช้อุปโภคบริโภคตลอดปี
นายจรัส ละหานนอก ชาวบ้านโนนประดู่ กล่าวว่า เดิมทีหมู่บ้านแห้งแล้งอย่างหนัก โดยเฉพาะยามหน้าแล้งนั้นแทบจะไม่มีน้ำเหลือให้ได้ใช้ มีลำห้วยเล็กๆ เพียงแห่งเดียวของหมู่บ้าน ยามหน้าแล้งก็แห้งขอดจนไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้ แม้จะมีการขุดเจาะน้ำบาดาลเพื่อแก้ปัญหาแต่ก็ช่วยไม่ได้มากนัก เนื่องจากน้ำใต้ดินมีความเค็ม ดังนั้นหากโครงการนี้สำเร็จก็ถือเป็นเรื่องดีจะช่วยให้ประชาชนในชุมชนแห่งนี้ไม่เดือดร้อนจากปัญหาภัยแล้งและมีน้ำกินน้ำใช้ตลอดปี



