ข่าว

แม่เม้าท์ลูก...ลูกเม้าท์แม่...ด้วยรัก...

แม่เม้าท์ลูก...ลูกเม้าท์แม่...ด้วยรัก...

12 ส.ค. 2553

ความรัก ความผูกพันของคู่แม่ลูกไม่มีสิ่งใดมาเปรียบได้ โดยเฉพาะความรักที่แม่มีต่อลูกนั้นมากมายสุดจะพรรณนา ซึ่งก็เป็นที่รู้กันอยู่แล้วยิ่งในช่วงเทศกาลวันแม่เทศกาลแห่งการรักแม่ยิ่งระอุร้อนแรง แต่วันนี้ขอแบ่งมุมมองความรักของแม่ต่อลูกหรือลูกสู่แม่ในแง่มุมที่น่า

  เริ่มจากคู่แม่ลูกที่ตัวติดกันจริงๆ เพราะถ้าเห็นคุณแม่เป็นต้องเห็นลูกสาวคนนี้ แม่อรุยา พุทธินันทน์ และ "น้องพีช" สิดารัศมิ์ เริ่มจากคุณแม่ที่เปิดใจของเม้าท์ลูกสาวคนเล็กๆ ว่า "คนส่วนใหญ่เห็นน้องพีชแล้วจะบอกตรงกันเลยว่าดูเป็นคนเงียบๆ เฉยๆ และไม่ค่อยจะพูดกับใคร จะเฉยมากยิ่งเวลาออกไปข้างนอกด้วยกันก็จะเห็นว่าลูกพีชอยู่กับแม่เสมอ แต่ความจริงแล้วถ้าใครรูจักและสนิทกับน้องพีชจะรู้เลยว่าเขาพูดมาก พูดเยอะ โดยเฉพาะกับแม่กับพี่สาวพูดไม่หยุด จนบางครั้งแม่เคยขอเขาว่าลูกพีช...หยุดพูดสัก 1 นาทีได้ไหม..." แม่อรุยา เม้าท์ลูกสาวด้วยน้ำเสียงเปี่ยมสุข

 ส่วนลูกสาว "น้องพีช" สิดารัศมิ์ เล่าด้วยน้ำเสียงร่าเริงที่ได้ทีเม้าท์คุณแม่ซะที ว่า "เรื่องช็อปปิ้งเลยคะ เพราะทั้งพีชและคุณแม่จะชอบของไม่เหมือนกัน สไตล์ต่างกัน แล้วที่นี้เวลาไปซื้อของก็จะเห็นต่างกันเสมอ อย่างพีชชอบกระเป๋าใบนี้คุณแม่ไม่ชอบ ก็จะบอกว่าอย่าซื้อเลยพีชถือไม่สวยหรอก แต่เมื่อพีชชอบก็ให้ซื้อ แล้วพอมาเห็นพีชถือครั้งหลังๆ ก็จะบอกว่าเออ..กระเป๋าพีชก็สวยเหมือนกันนะอย่างนี้เสมอ" ลูกสาวคนเล็ก เล่าพร้อมเสียงหัวเราะ

 อีกหนึ่งคู่แม่ลูกที่มักจะออกงานด้วยกันเสมอจนเป็นที่คุ้นหน้าคุ้นตาอย่างดีตามหน้าหนังสือพิมพ์ และแม็กกาซีน ก็ "คุณแม่ใหม่" เกล็ดดาว พานิชสมัย และลูกสาวคนสวย "น้องมัดหมี่" พิมดาว นั่นเอง โดยเริ่มจากคุณแม่กันก่อนเลยที่ครั้งนี้ขอเม้าท์ในเรื่องความโก๊ะของลูกสาวคนโตว่า "มัดหมี่เป็นเด็กไฮเปอร์ แอ็กทีฟ ทำอะไรรวดเร็ว จนกลายเป็นขี้หลงขี้ลืม มีอยู่วันหนึ่งมัดหมี่เขาสั่งซาลาเปาจะเอาไปให้เพื่อนๆ ทาน พอไปเจอเพื่อน เขาก็ส่งเอสเอ็มเอสมาบอกแม่ด้วยความตกใจว่าซาลาเปาหายไปจากรถ แม่ก็ขำๆ เขา แล้วส่งเอสเอ็มเอสกลับไปบอกว่า ซาลาเปาไม่ได้หายไปไหน แต่มันอยู่บนโต๊ะทานข้าวที่บ้าน แม่เลยต้องให้คนส่งตามไปให้ไม่งั้นเพื่อนๆ ของมัดหมี่คงจะอดทานซาลาเปาไปด้วย" คุณแม่ใหม่เล่าอย่างสนุกสนาน

 สำหรับแม่ลูกคู่นี้ "คุณแม่ต๋อย" ณัฏฐินี ชุณหะวัณ และ "น้องมิ้งค์" ณัฏฐิ์ประภา ถึงจะไม่ได้เห็นตามงานสังคมด้วยกันบ่อยนัก แต่คอนเฟิร์มว่าสนิทกันมากราวกับเป็นเพื่อนกันทีเดียว โดยงานนี้ น้องมิ้งค์ เปิดฉากเริ่มเม้าท์คุณแม่ก่อนว่า "ตอนเด็กๆ มีอยู่ครั้งหนึ่งมิ้งค์กับน้องๆ ทะเลาะกันจนทำให้คุณแม่งอน แล้วหนีขึ้นไปแอบอยู่ที่ห้องน้องชาย มิ้งค์กับน้องก็เอาเก้าอี้ไปปีนแอบดูแต่ก็มองไม่เห็น เลยเอาหลอดหักสอดเข้าไป เพราะคิดว่าจะเหมือนกับกล้องส่องบนเรือดำน้ำที่ใช้ส่องดูผิวน้ำ แต่ก็ไม่เห็นอะไร พอดีกับที่คุณแม่กำลังติดสติ๊กเกอร์อยู่ในห้องแล้วเห็นหลอดโผล่เข้าไปพอดี คุณแม่เลยแกล้งตัดหลอด ตอนนั้งมิ้งค์ตกใจมากคิดว่าผีหลอก รีบวิ่งหนีลงมาอย่างเร็วแถมร้องกรี๊ดลั่นบ้านทีเดียว" ลูกสาวคนโตเม้าท์คุณแม่ด้วยน้ำเสียงสนุกสนาน

 ฝ่าย คุณแม่ต๋อย ก็ไม่ยอมให้ลูกสาวเม้าท์ฝ่ายเดียวแน่นอน รีบขุดวีรกรรมลูกสาวเมื่อตอนเด็กออกมาสวนกลับทันควันว่า " เมื่อสมัยเด็กๆ ห้องของน้องมิ้งค์จะรกมาก จนมักจะถูกแม่บ่นเสมอ พอถึงช่วงปิดเทอมแม่ก็จะให้น้องมิ้งค์จัดห้อง ถ้าไม่ทันตามเวลาที่แม่กำหนดก็จะไม่อนุญาตให้ดูทีวี น้องมิ้งค์เขาก็เลยปิ๊งไอเดียโดยเอาของเล่นทั้งหมดไปใส่ในอ่างอาบน้ำแล้วรูดม่านปิด แล้วบอกแม่ว่าจัดห้องเสร็จแล้ว!! เออ...คือว่าน้องมิ้งค์เขาจะแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้เก่งมาก..." คุณแม่ต๋อยลากเสียงยาวพลางหัวเราะในวีรกรรมฉลาดแกมโกงของลูกสาวเมื่อครั้งอดีต

 ส่วนแม่ลูกคู่ซี้ที่เกือบจะเป็นปาท่องโก๋ต้องยกให้ "แต้ว" รุ่งทิพย์ อิศรางกูร ณ อยุธยา กับลูกสาวสุดรัก "น้ำหวาน" ภาวดี เขาล่ะ...คู่นี้พอได้ยินว่าให้ลูกเม้าท์แม่เท่านั้นแหละ น้ำหวานเปิดฉากเม้าท์แบบไม่มีเม้ม..."เมื่อ 2 ปีก่อนช่วงที่น้ำหวานเรียนจบใหม่ๆ คุณแม่ก็พาไปเที่ยวยุโรปฉลองเรียนจบ ทริปนั้นสนุกมากเป็นทริปที่เราไปกันเองนั่งรถไฟไปเที่ยวตามที่ต่างๆ อิตาลี ฝรั่งเศส อังกฤษ ทริปนี้มีเรื่องขำๆ ตลอด ครั้งหนึ่งตอนไปฝรั่งเศสพวกเรานั่งรถไฟผิดสายแล้วเหมือนเป็นทางบังคับพอขึ้นบันไดเลื่อนแล้วลงไม่ได้ ถ้าจะนั่งกลับไปต้องอ้อมไกลมาก หวานกับเพื่อนๆ เลยตัดสินใจวิ่งสวนบันไดเลื่อนที่กำลังเลื่อนขึ้นลงมาจนถึงข้างล่าง คุณแม่ก็ยืนกรี๊ดๆ คนเดียวอยู่ด้านบนไม่กล้าลงกลัวหน้าคะมำ คนอื่นก็มองแปลกใจว่าเกิดอะไรขึ้น สุดท้ายหวานเลยขึ้นไปรับคุณแม่พาวิ่งลงมาพร้อมกันระหว่างนั้นคุณแม่ก็กรี๊ดตลอดทาง" น้ำหวานเผาคุณแม่อย่างอารมณ์ดี

 ข้างฝั่ง "แม่แต้ว" รุ่งทิพย์ ก็เริ่มเอื้อนเอ่ยทันทีเมื่อมีโอกาสว่า ตอนน้องน้ำหวานเกิดก็ตั้งใจให้เขาชื่อน้ำหวานเพราะเป็นลูกสาวจะได้สวยหวานๆ แต่ตรงกันข้ามลูกสาวยิ่งโตก็ยิ่งห้าว กลายเป็นสาวอึด สาวห้าว สาวลุย สาวฮา อย่างเวลาไปต่างประเทศเขาก็อึดมากถือกระเป๋าใบใหญ่มาก ไปโน่นนี่โดยไม่มีบ่น  ยังนึกเลยว่าจากชื่อน้ำหวานน่าจะเปลี่ยนเป็นชื่ออื่นนะ "แต่เขาก็รักสวยรักงามนะ อย่างตอนน้ำหวานอายุประมาณ 10-11 ปี เขาก็จะมารื้อโต๊ะเครื่องสำอางของแม่ประจำ แล้วหยิบลิปสติกไปทาปากสม่ำ สวยบ้างเลอะบ้างตามประสาเด็ก แต่ที่ทำเอาแม่โกรธเห็นจะเป็นเพราะใช้แล้วทำลิปสติกแม่หักด้วย เป็นสิบๆ แท่งเลย แม่เลยแก้เผ็ดลูกสาวคนนี้แหละด้วยการนำพริกไปทาที่ลิปสติกไว้ หลังจากนั่นแหละคะ...ลูกสาวคนนี้เลิกมาหยิบลิปสติกที่โต๊ะเครื่องสำอางแม่เลย"  แม่แต้ว เม้าท์ลูกสาวอย่างอารมณ์ดี