
นิพิฎฐ์"ดันน้องปลื้มเชื่อเป็นนักการเมืองน้ำดี
รมว.วธ เป็นป๋าดัน ปลื้ม เข้าเล่นการเมืองจริงจัง เชื่อเป็นนักการเมืองที่ดีได้ ด้านน้องปลื้มเผยแค่อยากลองดูก่อน แต่ยังไม่คิดเล่นการเมือง
(11ส.ค.) นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวกรณีแต่งตั้งนายสุรบถ หลีกภัย เป็นรองโฆษกกระทรวงวัฒนธรรม ว่า ยังไม่ได้เรียนนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ แต่คิดว่าท่านคงทราบจากข่าวที่ออกวานนี้(10 ส.ค.)
“ผมบอกเขาว่าอายุเขาและประสบการณ์ของเขาควรที่จะฝึกงานด้านการเมืองได้แล้ว ก็โทรไปบอกเขาว่าหากสนใจงานด้านการเมือง ก็มาทำงานด้วยกัน เขาก็ตกลง ในส่วนของท่านชวนอาจจะยังไม่ทราบ แต่อาจจะทราบจากข่าวเมื่อวานแล้ว คือหลักๆผมโทรไปคุยกับเขาว่าความจริงแล้ว เขาควรจะฝึกงานการเมืองอย่างจริงๆจังได้แล้ว” นายนิพิฏฐ์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่แต่งตั้งขึ้นมาเพราะมองลึกลงไปถึงบทบาทภายในพรรคด้วยหรือไม่ นายนิพิฏฐ์ กล่าวว่า ไม่เกี่ยวเรื่องของพรรค แต่ในอนาคตตนคิดว่า นายสุรบถ น่าจะเป็นนักการเมืองที่ดี ตนหวังให้เป็นนักการเมืองที่ดี ดังนั้นก็ต้องสร้างสมประสบการณ์
ด้านนายสุรบถ หลีกภัย รองโฆษกกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวกรณีการเข้ารับตำแหน่งรองโฆษกกระทรวงฯ ว่า เข้ามาทำงานนั้นคุณพ่อ (นายชวน หลีกภัย) ไม่ได้ขัดขวางหรือสนับสนุน แต่อยากให้ตนลองอะไรที่หลากหลาย คือไม่เจาะจงว่าต้องมาเล่นการเมือง หรือไม่เล่นการเมืองท่านเพียงแต่บอกว่าหากเป็นอะไรที่ตนเลือกแล้วก็ถือว่าตามนั้น
“ผมเข้ามาทำงานกระทรวงวัฒนธรรม เพราะผมสนใจด้านนี้อยู่ก่อนแล้ว ถ้าถามว่าตรงนี้เป็นการปูทางด้านการเมืองหรือไม่นั้น ผมก็ตอบไม่ได้ คือผมอยากใช้คำว่า ขอลองดูก่อน ผมไม่ได้เข้ามาลองแบบเด็กๆที่ไม่มีอะไร แต่จะตั้งใจทำงานเพื่อกระทรวงและเพื่อประชาชน” นายสุรบถ กล่าว
รองโฆษกกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า งานหลักๆ คือตามตำแหน่งรองโฆษกกระทรวงฝ่ายการเมือง ที่นายนิพิฏฐ์ ออกมากล่าวว่าเชื่อว่าตนจะเป็นนักการเมืองที่ดีได้นั้น หากถึงขั้นที่ตนเลือกที่จะเล่นการเมือง ก็ขอบคุณนายนิพิฏฐ์ที่เชื่อมั่นในตน
ผู้สื่อข่าวถามว่า ถือเป็นการชิมรางหรือไม่ รองโฆษกกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า ตนรู้สึกว่าการเมืองเป็นอะไรที่ละเอียดอ่อน อยากจะลองดู
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีโครงการอะไรที่อยากจะนำเสนอหรือไม่ นายสุรบถ กล่าวว่า คิดว่าจะทำด้านที่เกี่ยวกับการแสดง โดยเฉพาะเกี่ยวกับวัฒนธรรมไทยเก่าแก่ ไม่ว่าจะเป็นโขน ลำตัด รำไทย ดนตรีไทย ตนจะนำมาทำเป็นร่วมสมัย เพื่อที่จะให้วัยรุ่นมาสนใจในวัฒนธรรมไทยมากกว่าวัฒนธรรมชาวต่างชาติว่าวัฒนธรรมไทยมีเอกลักษณ์ที่สมบูรณ์แบบและสวยงาม หากตนมีโอกาสคงต้องมีการพูดคุยกับนายนิพิฏฐ์ และเรื่องการเชิดชูคนดีที่ทางกระทรวงได้ทำอยู่ เพราะตนอยากให้ประชาชนทราบว่าการทำความดีมีคนมองเห็นและสนใจ ไม่ใช่ว่าทำดีแล้วหายไป



