
พลังแห่งรักของแม่ในแคชเมียร์ (1)
แต่ไหนแต่ไรมา ผู้หญิงในแคว้นแคชเมียร์ ดินแดนแห่งความสวยงามทางธรรมชาติในแดนภารตอินเดีย โดยเฉพาะผู้หญิงมุสลิมจะเก็บเนื้อเก็บตัวอยู่แต่ในบ้าน อันเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัยที่สุดของผู้หญิงโดยเฉพาะ ไม่ออกมายุ่งเกี่ยวกับการเมืองหรือการประท้วงใดๆ ซึ่งนับวันยิ่งปะทุร
เหตุนี้จึงเป็นเรื่องแปลกและผิดสังเกตไม่ใช่น้อย เมื่อผู้หญิงมุสลิมในแคว้นนี้จำนวนไม่ใช่น้อยได้โดดเข้าไปมีบทบาทมากขึ้นในการประท้วงตลอดช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา
"พวกเราพร้อมใจกันออกไปประท้วงตามท้องถนนสายต่างๆ เพื่อจะส่งสารสำคัญว่า "ฆ่าพวกเราซะยังดีกว่าฆ่าลูกๆ ของพวกเรา" ครูคนหนึ่งให้ความเห็น พร้อมกับยืนยันว่าเป็นจุดยืนที่หนักแน่นของบรรดาผู้หญิงมุสลิมในเมืองศรีนาคา เมืองเอกของแคชเมียร์ส่วนของอินเดีย
นับวันจำนวนของผู้หญิงที่เข้าร่วมการชุมนุมประท้วงมีมากขึ้นตามลำดับ หลังจากมีผู้เสียชีวิตระหว่างการสลายการชุมนุมอย่างน้อย 45 คนในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา โดยเหยื่อเกือบทุกคนล้วนเป็นเด็กหนุ่มที่ถูกตำรวจยิงเสียชีวิตขณะเรียกร้องให้ทางการยกเลิกเคอร์ฟิว ซึ่งมักจะประกาศใช้อยู่บ่อยๆเวลาที่เกิดปัญหา จนเกือบจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันไปแล้ว
ทุกครั้งที่มีข่าวการเสียชีวิต โดยเฉพาะกรณีของผู้หญิง 2 คนที่ถูกตำรวจยิงเสียชีวิตก็ยิ่งสร้างกระแสโกรธแค้นมากขึ้นในหมู่ชาวมุสลิม การตอบโต้ทหารและตำรวจจึงยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นชนิด "ตายหนึ่งเกิดเป็นแสน"
"จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า แล้วจะให้เราอยู่นิ่งเฉยได้อย่างไร" แม่ม่ายวัย 49 ปีผู้หนึ่งซึ่งอยู่กับลูกสาว 2 คนให้ความเห็น "เราต้องการสื่อถึงทหารและตำรวจว่าเราไม่ใช่คนอ่อนแอ"
ตลอดช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ส่วนใหญ่แล้วบรรดาเด็กหนุ่มเลือดร้อนมักจะเป็นหัวหอกนำการประท้วงด้วยการปาก้อนหินใส่ทหารและตำรวจ แต่สถานการณ์ในขณะนี้เริ่มเปลี่ยนไป หญิงวัยกลางคนผู้หนึ่งซึ่งมีลูกชายอยูในช่วงวัยรุ่นอยู่ 3 คนให้ความเห็นพร้อมกับเผยว่าเพิ่งจะตัดสินใจออกไปร่วมชุมนุมประท้วงที่เมืองศรีนาคา เมื่อเด็กนักเรียนชายวัย 17 ปีคนหนึ่งถูกตำรวจยิงแก๊สน้ำตาใส่จนเสียชีวิตเมื่อกลางเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา
"พวกเราหมดความอดทนที่จะนั่งดูอยู่เฉยๆ อีกต่อไป พวกเขามีแต่ฆ่าลูกชายของเราพี่น้องของเรา แล้วจะหวังให้พวกเราปิดปากเงียบยอมอยู่เฉยๆ ได้อย่างไร"
บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์



