ข่าว

 ต้องต่อกรกับฮุนเซนหมัดต่อหมัดทางการทูต-การเมือง

ต้องต่อกรกับฮุนเซนหมัดต่อหมัดทางการทูต-การเมือง

11 ส.ค. 2553

ฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา พยายามที่จะสร้างภาพในเวทีสากลอย่างยิ่ง ล่าสุดที่ออกแถลงการณ์ส่งไปถึงทั้งประธานสมัชชาสหประชาชาติ ไปจนถึงคณะมนตรีความมั่นคงนั้น ก็เพื่อที่จะสร้างภาพว่าประเทศไทยเป็นฝ่ายที่ก่อความรุนแรงไปรุกรานเขา

 ฮุน เซนใช้คำว่านองเลือดด้วย บอกว่ากัมพูชาต้องการให้มีการจัดการประชุมนานาชาติ ยกเอากรณีข้อพิพาทระหว่างไทยกับกัมพูชาเป็นหัวข้อสำคัญ และบอกด้วยว่าความพยายามในการเจรจาระหว่างทวิภาคีเพื่อแก้ปัญหาข้อขัดแย้งนั้นไม่ได้ผล จึงต้องให้นานาชาติเข้ามาช่วยระงับเหตุการณ์บอกว่าสถานการณ์ในพื้นที่พิพาทระหว่างไทยกับกัมพูชาจะร้อนแรงมากยิ่งขึ้น อาจจะนำไปสู่การใช้ความรุนแรงถึงขั้นนองเลือด

 พร้อมกันนั้นฮุน เซนก็ย้ำข้อเรียกร้องขอให้นานาชาติไม่ว่าจะเป็นยูเอ็นและอาเซียนเข้ามาช่วยยุติความขัดแย้งนี้ เห็นชัดเจนว่านี่เป็นกลยุทธ์ของฮุน เซนต้องการให้เรื่องไทยกับกัมพูชากลายเป็นประเด็นสากล เพราะกัมพูชามีความมั่นใจว่าสามารถหาเสียงสนับสนุนจากนานาชาติได้

 ฝ่ายไทยจะต้องตั้งหลักให้ดี เพราะว่าถ้าเป็นเกมที่จะให้เรื่องไทยกับกัมพูชากลายเป็นประเด็นสากล ไทยต้องพร้อม ไม่ว่าจะด้วยวิถีทางการทูต ทางการเมือง ที่จะชี้แจงอธิบายให้แก่นานาชาติเห็นว่ากัมพูชาเป็นผู้ที่ล่วงล้ำเข้ามาผิดจากข้อตกลงในเอ็มโอยู หรือบันทึกความเข้าใจ ปี 2543 ที่ว่าต่างฝ่ายต่างจะต้องไม่ขยับเขยื้อนจะต้องช่วยกันขีดเส้นชายแดนให้เกิดความชัดเจนเสียก่อน

 ฉะนั้นสิ่งที่นายกรัฐมนตรีพูดเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาตอบโต้ฮุน เซน บอกว่าความจริงแล้วเป็นการเวียนหนังสือของกระทรวงต่างประเทศของกัมพูชาบนพื้นฐานที่คลาดเคลื่อนทั้งคำพูดและรายงานต่างๆ คุณอภิสิทธิ์บอกไม่มีปัญหาอะไรไม่ได้ทำให้ไทยเสียเปรียบ ทางกระทรวงต่างประเทศไทยคงจะต้องทำความเข้าใจ

 แต่ว่าสิ่งที่คุณอภิสิทธิ์พูดที่น่าสนใจคือว่าผมค่อนข้างจะเห็นชัดเจนว่า กัมพูชาพยายามที่จะให้ภาพของเราในสายตาของชาวโลกเป็นฝ่ายที่รุนแรงไปรุกรานเขาเป็นสิ่งตรงกันข้ามกับที่ผมพูด คุณอภิสิทธิ์ว่าอย่างนั้น ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่เราต้องตอบโต้การรุกล้ำเข้ามาของฝ่ายที่เขาทำกับเราต่างหาก ซึ่งคุณอภิสิทธิ์บอกว่าชี้แจงได้อยู่แล้วไม่มีปัญหา เพราะเขาเป็นคนสร้างปัญหาขึ้นมา

 แต่ไทยนอนใจไม่ได้ เพราะกลยุทธ์วิธีการของฮุน เซนในการเรียกร้องความเห็นใจจากนานาชาติที่ผ่านมาได้ผลเกินคาด ไทยเรากลับถูกมองว่าเป็นฝ่ายที่รุกรานเป็นฝ่ายที่ก่อให้บรรยากาศตึงเครียด

 ฉะนั้นไทยจะต้องสร้างให้เกิดภาพของสันติภาพของการพร้อมจะเจรจาและปฏิเสธข้ออ้างของกัมพูชาในทุกเวทีไม่ว่าจะเป็นเวทีอาเซียน เวทีเล็ก เวทีใหญ่ เวทีสหประชาชาติ เพราะนี่คือสงครามการทูต ต้องป้องกันไม่ให้เกิดการนองเลือดตรงชายแดน แต่ต้องเป็นการสู้กันทุกหมัดตามแนวทางการทูตและความสามารถในการโน้มน้าวของไทยต่อเวทีสากล ว่าทั้งสิ้นทั้งปวงนั้นไทยกับกัมพูชาต้องนั่งลงตกลงแก้ปัญหากัน มิใช่โยนเรื่องไปให้เวทีอาเซียน หรือสหประชาชาติแต่ประการใดทั้งสิ้น

สุทธิชัย หยุ่น