ข่าว

"ถึงตรงนี้ต้องเป็นศรีธนญชัย"

"ถึงตรงนี้ต้องเป็นศรีธนญชัย"

11 ส.ค. 2553

ตั้งท่าอยู่นานสำหรับ "พรรคเพื่อไทย" ที่จะขับไล่ "ส.ส.ปันใจ" ไปอยู่พรรคการเมืองอื่นให้พ้นจากสมาชิกพรรค เนื่องจากเห็นว่า ส.ส.เหล่านั้นไม่ปฏิบัติตามมติแนวทางของพรรค กระทำตนเป็นปฏิปักษ์ และฝ่าฝืนแนวนโยบาย

 ในที่ประชุม "คณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย" ก็มีมติจัดประชุมใหญ่วิสามัญในวันที่ 16 สิงหาคม เพื่อพิจารณาขับ "2 ส.ส." คือ "ร.ต.ปรพล อดิเรกสาร" ส.ส.สระบุรี และ "จุมพฏ บุญใหญ่" ส.ส.สกลนคร

 ส่วนอีก "3 ส.ส." คือ นิคม เชาว์กิตติโสภณ ส.ส.สัดส่วน, สมบูรณ์ วันไชยธนวงศ์ ส.ส.สัดส่วน และ วุฒิชัย กิตติธเนศวร ส.ส.นครนายก จะนำเรื่องเข้าคณะกรรมการวินัยและจรรณยาบรรณพรรค พิจารณาก่อนเสนอที่ประชุมใหญ่เพื่อพิจารณาขับพ้นจากสมาชิกพรรคไปพร้อมๆ กับ "ร.ต.ปรพล" และ "จุมพฏ"

 การลงมติขับ ส.ส.พ้นสภาพจากสมาชิกต้องใช้เสียง 3 ใน 4 ของ ส.ส.ร่วมกับคณะกรรมการบริหารพรรคประมาณ 150 เสียงขึ้นไป

 มีการตั้งข้อสังเกตว่า ทำไม "พรรคเพื่อไทย" ปล่อยให้เรื่องการขับ ส.ส.เหล่านี้เนิ่นนาน ไม่มีการดำเนินการออกมาเป็นมติพรรค หรือขับให้พ้นจากพรรคโดยเร็ว ทั้งที่ก่อนหน้านี้พรรคเพื่อไทยมีการ "ตั้งคณะกรรมการสอบทางวินัย" แต่เรื่องก็เงียบหาย

 แต่จะมีการนำพฤติกรรมของ ส.ส.เหล่านี้มาพูดถึงทุกครั้งที่จะมีการลงมติเรื่องใดเรื่องหนึ่งในสภา หรือกรณีการซื้อขายตัว ส.ส.

 และที่รุนแรงที่สุดในแวดวงพรรคการเมืองคือการปิดประกาศหน้าประตูทางเข้าพรรคเพื่อไทย พร้อมรูป 4 ส.ส.ห้ามทำกิจกรรมในนามพรรค

 "สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้ที่มีรายนามต่อไปนี้ ร.ต.ปรพล อดิเรกสาร ส.ส.สระบุรี นายจุมพฏ บุญใหญ่ ส.ส.สกลนคร นายนิคม เชาว์กิตติโสภณ ส.ส.สัดส่วน นายสมบูรณ์ วันไชยธนวงศ์ ส.ส.สัดส่วน เป็นบุคคลที่ไม่ปฏิบัติตามมติ และแนวทางการดำเนินของพรรค โดยกระทำตนเป็นปฏิปักษ์ และฝ่าฝืนแนวนโยบายของพรรคอย่างชัดแจ้ง ซึ่งทางพรรคกำลังดำเนินการ เพื่อให้พ้นจากสมาชิกภาพของพรรคตามขั้นตอนต่อไป และไม่ให้ทำกิจกรรมในนามพรรคอีก จึงแจ้งให้ทราบโดยทั่วกัน ลงชื่อพรรคเพื่อไทย"

 "จุมพฏ บุญใหญ่" ส.ส.สกลนคร พรรคเพื่อไทย หนึ่งในรายชื่อที่ถูกติดประจานเมื่อเห็นประกาศดังกล่าวถึงกับชักสีหน้าแสดงความไม่พอใจ และเมื่อรู้ว่าในวันที่ 16 สิงหาคม จะมีการประชุมขับไล่ถึงกับเอ่ยปากว่า ก็ดี ที่จริงควรมีมติขับตั้งแต่ปีที่แล้ว หลังจากถูกตั้งกรรมการสอบวินัย ซึ่งได้ไปชี้แจงถึงเหตุผลที่ไม่สามารถทำกิจกรรมร่วมกับพรรคไปแล้ว แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีการแจ้งผลการสอบวินัย

 "ผมได้ชี้แจงต่อคณะกรรมการสอบวินัยถึงสาเหตุที่ไม่สามารถทำกิจกรรมร่วมกับพรรค เพราะพรรคเพื่อไทยถูกครอบงำโดยคนนอก ขัดขวางการทำหน้าที่ ส.ส. เพราะมีคำสั่งห้ามให้ผมอภิปรายไม่ไว้วางใจ, ขัดขวางการยื่นถอดถอน 3 รัฐมนตรีที่ลงมติ พ.ร.บ.งบประมาณ และเมื่อสอบวินัยผมแล้วควรจะแจ้งว่าผมทำผิดระเบียบพรรคข้อหาอะไรจริงหรือไม่ เพราะระเบียบพรรคมีบทลงโทษ 4 ขั้นตอน คือ 1.ตักเตือน 2.ภาคทัณฑ์ 3.ตัดสิทธิควรมีควรได้ของ ส.ส. 4.ขับออกจากพรรคทันที ถ้าผมไม่เห็นด้วยกับมติของกรรมการสอบวินัย ผมจะได้ยื่นเรื่องชี้แจงต่อกรรมการบริหารพรรคภายใน 7 วัน"

 แม้ว่าคณะกรรมการสอบวินัยจะไม่แจ้งผลการสอบอย่างเป็นทางการ แต่ "จุมพฏ" อ้างว่ารู้ผลการสอบว่าไม่ผิด เพราะมีกรรมการท่านหนึ่งบอกระหว่างเดินสวนออกจากห้องน้ำว่าผลการสอบไม่ผิด จึงเก็บเรื่องไม่แถลง แต่หยิบประเด็นการเมืองเรื่องการลงมติไว้วางใจรัฐมนตรีออกมาแถลงจะขับออกจากสมาชิกพรรค

 "จุมพฏ" ได้ตั้งข้อสังเกตถึงสาเหตุที่จะลงมติขับพ้นสมาชิกพรรคเพื่อไทยในวันที่ 16 สิงหาคมว่า เพื่อต้องการให้ 5 ส.ส.พ้นสมาชิกพรรคเพื่อไทย ไม่มีสิทธิลงมติ พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2554 วาระ 2 และ 3 ในวันที่ 18-19 สิงหาคม เพราะถ้ากรรมการบริหารพรรคลงมติขับพ้นสมาชิกพรรคก็จะมีผลทันที ไม่สามารถทำกิจกรรมใดๆ ในนามของพรรคเพื่อไทยได้ แต่ในมุมมองของตนเห็นว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญและกฎหมายพรรคการเมืองยังคุ้มครองอยู่ภายใน 30 วัน ระหว่างที่ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ

 "ในวันที่ 16 สิงหาคม การขับพวกผมพ้นสมาชิกพรรคสมบูรณ์ก็จะทำให้การเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยสิ้นสุดลง แต่สมาชิกภาพการเป็น ส.ส.ของพวกผมต้องยังคงอยู่สามารถลงมติพ.ร.บ.งบประมาณ วาระ 2 และ 3 ได้เหมือนกับกรณีการเลือกคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกฯ วันนั้นผมก็จะลุกขึ้นแนะนำตัวแล้วเอ่ยชื่อผมนายจุมพฏ บุญใหญ่ ส.ส.สกลนคร แต่จะไม่เอ่ยชื่อพรรค ซึ่งผมรอมานาน ผมจะเอ่ยให้ความเห็นชอบให้ผ่านร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ ที่ผ่านมาไม่เคยมีฝ่ายค้านคว่ำ พ.ร.บ.งบประมาณ เพราะเป็นเรื่องสำคัญอย่างมากก็แค่งดออกเสียงเท่านั้น" จุมพฏ กล่าว

 "จุมพฏ" กล่าวต่อว่า การจะขับ ส.ส.พ้นจากสมาชิกพรรคการเมืองต้องใช้เวลา มีขั้นตอนต้องทำหนังสือแจ้งวาระการประชุมจะขับเพราะสาเหตุอะไร ต้องแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่ได้รับหนังสือใดๆ จากพรรค จะอ้างว่าแจ้งผ่านสื่อมวลชนไม่ได้ เพราะไม่มีที่ไหนทำกันเหมือน

 ส่วนเรื่องการร้องศาลรัฐธรรมนูญ "จุมพฏ" กล่าวว่า คงไม่ถึงขั้นให้ยุบพรรคเพื่อไทย อย่างน้อยก็ได้เป็น ส.ส.เพราะพรรคนี้ จะร้องเพื่อปกป้องสิทธิของตัวเองให้เต็มที่เท่านั้น และที่มาทำกิจกรรมกับพรรคภูมิใจไทยในทางกฎหมายก็ไม่ผิด เพราะกฎหมายพรรคการเมืองห้ามเป็นสมาชิกพรรคการเมืองอื่น ไม่ได้ห้าม ส.ส.ทำกิจกรรมร่วมกับพรรคการเมืองอื่น

 "จะขับพ้นสมาชิกพรรคเพราะไปทำกิจกรรมกับพรรคอื่น ผมขอถามว่าการโหวตเลือกนายกฯ ในสภาและเสนอกฎหมายเรียกว่าทำกิจกรรมร่วมกันหรือไม่ ผมรู้ว่าการพูดตีความกฎหมายในประเด็นนี้ไม่สง่างาม แต่เมื่อสถานการณ์มาถึงตรงนี้ก็ต้องเป็นศรีธนญชัย" จุมพฏ กล่าวพร้อมหัวเราะ

   "จุมพฏ" กล่าวปิดท้ายเรื่องข่าวการขายตัว 50 ล้านบาทแลกกับการย้ายพรรคว่า คนซื้อก็ต้องดูว่าซื้อแล้วจะคุ้มค่าหรือไม่ ถ้าเป็นจริงคงรวยไปแล้ว ใครจะว่าขายตัว ผมไม่สน ขอให้ลูกเข้าใจก็พอ เพราะตัดสินใจเรื่องอะไรหารือกันทั้งครอบครัว ถ้าลงสมัคร ส.ส.แล้วไม่ได้รับเลือกก็ช่างปะไร

สมถวิล เทพสวัสดิ์