
กรุณาอย่าทวงบุญคุณ
แม้จะถือได้ว่าก้าวมาถึงจุดสูงสุดของการทำงาน แต่การก้าวขึ้นสู่ผู้นำยุทธจักรสีกากีของ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ก็ใช่ว่าจะมีเวลาให้ "ฮันนีมูน" หรือเฉลิมฉลองได้มากนัก
รู้กันอยู่ว่า วงการตำรวจนั้น หลายคน หลายครั้ง หลงลืมไปว่า "ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์" นั้นเป็นอย่างไร
ยิ่งในภาวะที่ "การเมือง" เป็นเข็มทิศนำการปฏิบัติหน้าที่ กระทั่งถูกตราหน้าว่าเป็น "มะเขือเทศ" ก็ยิ่งแสดงให้เห็นว่าภาพลักษณ์ของตำรวจนั้น จะต้องได้รับการดูแลปรับเปลี่ยน หรือที่ใครต่อใครชอบพูดว่า "ปฏิรูป" ให้เร็วที่สุด
ถึงแม้ว่ามีสีกากีบางส่วนยิ้นรื่นได้กับคำว่า "มะเขือเทศ" แต่เขาเหล่านั้นก็ต้องยอมรับด้วยเช่นกันว่า มีผู้ที่สวมชุดสีกากีอีกจำนวนมาก ที่รู้สึกอัปยศอดสู และรู้สึกเป็นคำพูดที่ดูหมิ่นเหยียดหยาม
ลงได้ชื่อว่า ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์แล้วต้องเป็นให้สมศักดิ์ศรี หน้าที่ย่อมอยู่เหนือสิ่งอื่นใด ผิด-ถูก เป็นสิ่งสำคัญมากกว่า "สี" หรือ "ฝ่าย"
ที่ผ่านมา เมื่อเกิดสิ่งผิดปกติ เรามักจะโยนเรื่องนี้ว่า เป็นเพราะวงการสีกากีมันฟอนเฟะอยู่แล้ว ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่า อะไรที่ทำให้เกิดปัญหาเช่นนั้น
การบีบบังคับให้เลือกข้าง ไม่ว่าจะด้วยผลประโยชน์ ลาภยศ ความก้าวหน้าในชีวิตราชการ ที่ฝ่าย "การเมือง" หยิบยื่นให้ตรงนี้ต่างหากที่เป็นรากเหง้าของปัญหา
เมื่อลงได้เป็นพวกพ้องแล้ว ผิดถูกอย่างไร การเมืองก็เสกสรรค์ปั้นแต่งให้ก้าวหน้าสถาพร
เมื่อก้าวขึ้นมา เมื่อเติบใหญ่ในหน้าที่ ก็ถึงคราวที่ต้อง "จ่ายคืน"
วงจรอุบาทว์มันจึงเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ถึงแม้ว่า สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ และประธาน ก.ตร.จะแสดงความเชื่อมั่นว่า เมื่อ พล.ต.อ.วิเชียร ขึ้นมารับหน้าที่ ผบ.ตร.แล้ว ความแตกร้าวภายในองค์กรจะค่อยๆ ได้รับการสมาน จนกลับมาร่วมมือร่วมใจกันได้
ซึ่งก็คงไม่ต่างจากประชาชนคนทั่วไป ที่มุ่งหวังว่า ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์จะไม่เป็นผู้พิฆาตความสุขสันติ
นั่นก็หมายความว่า ฝ่ายการเมือง อย่าได้คิด อย่าได้หวังว่า จะไปเอาบุญเอาคุณกับว่าที่ ผบ.ตร.คนใหม่
อย่าไปอ้างว่า ตั้งมากับมือ เพียงเพื่อที่จะเรียกร้องให้ตอบบุญแทนคุณในบางเรื่องบางอย่าง โดยเฉพาะการเลือกตั้งที่น่าจะมีขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้
เพราะหากทำเช่นนั้น ก็เท่ากับย่ำยีสีกากีที่ยับย่นอยู่แล้ว ให้เปื่อยยุ่ยจนยากที่จะกลับมาสร้างความภาคภูมิใจให้แก่ตำรวจน้อยใหญ่ได้อีกต่อไป
ศรายุทธ สายคำมี
[email protected]



