ข่าว

วาระแห่งการอ่าน

วาระแห่งการอ่าน

11 ส.ค. 2553

ผมเขียนต้นฉบับ “วันเว้นวันฯ” ฉบับนี้ที่จังหวัดอุบลราชธานี เนื่องจากเดินทางมาร่วมเสวนาในงาน “สัปดาห์หนังสือและการเรียนรู้ ” ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่ 2 โดยเป็นงานที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือร่วมใจของภาคเอกชน อย่างศูนย์การค้าซิตี้ มอลล์ กับภาครัฐ อย่างจังหวัด

 อุบลราชธานี, กศน., สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย, มหาวิทยาลัยราชภัฏ, สถานศึกษาต่างๆ และองค์กร อย่างสมาคมผู้จัดพิมพ์และจำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย, หอการค้าจังหวัด เป็นต้น

 งานดังกล่าวจัดขึ้นที่ศูนย์การค้าซิตี้ มอลล์ ระหว่างวันที่ 7-15  สิงหาคมนี้ ในงานมีการออกร้านจำหน่ายหนังสือราคาถูกของสำนักพิมพ์และร้านขายหนังสือชั้นนำกว่า 50 แห่ง

 การแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน และของศิลปินไทย-ลาว การเสวนาของนักเขียนและศิลปิน

 อย่าง ชัย ราชวัตร, "กาละแมร์" พัชรศรี เบญจมาศ, "หนูดี" วนิษา เรซ ฯลฯ สมกับคำขวัญที่ว่า

 “จัดใหญ่ไม่แพ้กรุงเทพฯ” ซึ่งต้องปรบมือให้คุณสุนีย์ ตริยางกูรศรี นักธุรกิจคนสำคัญของจังหวัดอุบลราชธานี ประธานจัดงาน ที่ทุ่มเทให้แก่งานนี้เป็นอย่างมาก ทั้งยังยืนยันว่า หากประสบความสำเร็จก็จะจัดงาน “สัปดาห์หนังสือและการเรียนรู้ฯ” ครั้งต่อๆ ไป เป็นประจำทุกปี เพื่อส่งเสริมความรู้และการอ่านของพี่น้องชาวจังหวัดอุบลฯ สิ่งที่น่าชื่นชมนอกจากความร่วมมือร่วมใจของทุกภาคส่วนแล้ว ก็คือความสนใจที่ประชาชนและเยาวชนในจังหวัดอุบลราชธานีและจังหวัดใกล้เคียงสนใจงานนี้ และทางสมาคมผู้จัดพิมพ์ก็คุยกับผมว่าน่าจะนำ “อุบลฯ โมเดล” เป็นต้นแบบในการจัดงานในลักษณะนี้ในจังหวัดอื่นๆ ต่อไป

 สิ่งหนึ่งซึ่งเห็นได้จากการจัดงาน “สัปดาห์หนังสือและการเรียนรู้ฯ” ก็คือ ศักยภาพของภูมิภาคในการที่จะพัฒนาตนเอง โดยไม่ต้องรอดำริหรือโอกาสจากภายนอก แต่สามารถสร้างโอกาสขึ้นเองและอำนวยประโยชน์แก่คนในท้องถิ่น ถึงแม้การอ่านจะเป็นสิ่งที่นายกรัฐมนตรีกำหนดให้เป็นวาระแห่งชาติ แต่ก็ไม่สู้จะปรากฏผลเป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน จนมีการตั้งคำถามกันเล่นๆ ว่า เป็นวาระแห่งชาตินี้หรือชาติหน้า?

 ในสังคมแห่งการเรียนรู้นั้น หนังสือยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะนำความรู้มาสู่สมาชิกในสังคม และเป็นที่ยอมรับกันว่าสังคมใดที่คนอ่านหนังสือมาก สังคมนั้นก็จะมีความเจริญก้าวหน้า มีความรู้ความคิด และสติปัญญามากตามไปด้วย ตัวอย่างที่เห็นได้ใกล้ๆ บ้านเรา ก็เช่นญี่ปุ่น สิงคโปร์ และเวียดนาม

 ดังนั้น การส่งเสริมการอ่านจึงไม่ใช่แค่เป็นเพียงถ้อยคำหรูๆ ที่เขียนขึ้นมาลอยๆ แต่เป็นสิ่งที่ต้องลงมือทำกันอย่างจริงจัง และทำกันในทุกระดับตั้งแต่ครอบครัว โรงเรียน ที่ทำงาน และทุกหนแห่ง เพื่อสร้างนิสัยรักการอ่านให้คนไทยให้จงได้

 เรามาร่วมกันสร้างวาระแห่งการอ่านด้วยตัวของเราเองกันเถอะครับ