ข่าว

บนเส้นทางมิจฉาทิฐิ

บนเส้นทางมิจฉาทิฐิ

11 ส.ค. 2553

การเปิดเวทีเพื่อแสดงความคิด ความเห็น และเหตุผลที่กว้างไกลในประเด็นเรื่องปราสาทพระวิหารและพื้นที่โดยรอบของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี นับเป็นเรื่องที่น่ายินดี อย่างน้อยการได้รับรู้ข้อมูลรอบด้าน ในเรื่องราวที่มีทั้งมิติประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์

กฎหมายระหว่างประเทศ โดยเฉพาะเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้าคนส่วนใหญ่ในยุคปัจจุบัน จะช่วยให้ประชาชนสามารถปะติดปะต่อ ข่าวสาร ข้อมูลที่เป็นชิ้นๆ เนื่องเพราะสื่อกระแสหลักจำนวนหนึ่ง มุ่งแต่จะขายข่าวความขัดแย้งเป็นภาพใหญ่ เพื่อความเข้าใจว่า แท้จริงประเทศไทยได้สูญเสียอธิปไตยเหนือดินแดนพิพาทไปแล้วอย่างไร หรือไม่ และคนไทยควรแสดงความรู้สึกในแบบ “คลั่งชาติ” หรือ “รักชาติ”

 นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ แกนนำภาคประชาชนคนหนึ่งในการเคลื่อนไหวต่อสู้เพื่อรักษาดินแดนไทย อธิบายถึงการถอนตัวออกมาจากพื้นที่ความขัดแย้งว่า เขาไม่แน่ใจว่าในบรรดากลุ่มผู้เรียกร้องให้รัฐบาลจัดการปัญหาปราสาทพระวิหารซึ่งมีอย่างหลากหลายนั้น จะกลายเป็นเพียงเครื่องมือของคนกลุ่มเดียวที่อาจมีเป้าหมายทางการเมืองหรือไม่ คำของนายไชยวัฒน์ อาจสะท้อนบทบาทและท่าทีของตัวแทนกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย นักวิชาการ บนเวทีดีเบตว่าด้วยปัญหาปราสาทพระวิหาร แม้กระทั่งนายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว.สรรหา ที่ต่างแสดง “มิจฉาทิฐิ” คือความยึดมั่น ถือมั่นในความเชื่อและความรู้สึก จนละเลยและไม่ใส่ใจเอกสาร ข้อมูลใดๆ ทั้งสิ้น

 การเปิดเวทีความคิด โดยไม่จำกัดพวก จำกัดฝ่ายนั้น จะทำให้คนฟังเกิดปัญญา แต่หากคนพูดไม่ได้ใช้ปัญญา หากมุ่งแต่จะเอาชนะคะคานกันด้วยความเชื่อและความรู้สึกแล้ว ก็ป่วยการที่จะมานั่งพูดกันให้เสียกาล พระราชรัตนรังสี พระธรรมทูต สายประเทศอินเดีย เก็บความจากการสาธยายธรรม ในทุกยามเช้า ณ เชิงเขาหิมาลัย บันทึกไว้ในหนังสือ “หิมะในจานดิน” บทว่าด้วยปัญญาแท้ มีไว้แก้ปัญหา ความตอนหนึ่งว่า “ปัจจุบันคนมีปัญญามากขึ้น แต่ยิ่งคุยกันก็ยิ่งเหมือนคุยกันไม่รู้เรื่อง ยิ่งคุยมากยิ่งสกปรกเลอะเทอะมาก ยิ่งคุยมากยิ่งแตกสามัคคี” ฉะนั้น หากละไว้ซึ่งมิจฉาทิฐิ ทุกคน ทุกฝ่ายก็จะเข้าใจตรงกันอย่างแท้จริง หาเพียงถ้อยคำว่าทุกคนเข้าใจตรงกันอย่างเลื่อนลอยไม่

 ความรักชาติเป็นสิ่งที่ดี ประชาชนหลายกลุ่มที่อาสามาเป็นตัวแทนประชาชนส่วนใหญ่ของชาติ ที่จะต่อสู้เพื่อรักษาแผ่นดินไทยอย่างสามารถนั้น ก็ย่อมเป็นเรื่องที่สมควรให้การสนับสนุน แต่การรักชาติ จนกลายเป็นลัทธิชาตินิยม เช่น ในสมัยของจอมพลป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีของประเทศไทยภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ก็น่าจะเป็นความรักชาติที่ขาดปัญญา ยิ่งคนบางกลุ่มที่มีความสัมพันธ์กับพรรคการเมืองบางพรรคเข้ามาร่วมในการเคลื่อนไหว คนไทยก็มีสิทธิที่จะสงสัยว่า มีวาระแอบแฝงอันใดหรือไม่ พระธรรมโกศาจารย์ หรือท่านพุทธทาสภิกขุ อธิบายว่า “ศีลธรรมกลับมา โลกาจะไม่วินาศ” ศีลธรรมในข้อนี้หมายถึงสัมมาทิฐิ แปลว่า ปัญญาเท่านั้นจะรักษาชาติและโลกนี้ไว้ได้