
รักชาติแต่ปาก (1) ?
ท่านผู้อ่านรับชมรับฟังการอภิปรายระหว่างนายกรัฐมนตรีและคณะกับเหล่าพันธมิตรผู้รักชาติ กรณีพระวิหารในรายการเชื่อมั่นประเทศไทยฯ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาหรือไม่ ?
มีหลักฐานชัดเจนเป็นที่ยอมรับกันดังนี้
1.การรับรองเขตแดนระหว่างประเทศไทยกับกัมพูชา (เขมร) ด้านพื้นที่อันเป็นที่ตั้งพระวิหาร ข้อตกลงระหว่างฝรั่งเศสกับสยามให้ถือแนวเขตของเทือกเขาพนมดงรัก ซึ่งกั้นระหว่างไทยกับเขมรเป็นเส้นแบ่งเขตแดนของทั้งสองประเทศ ซึ่งตามหลักสากลให้ถือตามแนวสันปันน้ำ เท่ากับว่าบริเวณพื้นที่ด้านบนอันเป็นที่ตั้งของตัวปราสาทพระวิหารเป็นอาณาเขตของประเทศไทย
2.ศาลโลกมีคำพิพากษาให้ปราสาทพระวิหารตกเป็นของเขมร เนื่องจากปัญหาเทคนิคทางวิธีพิจารณาคดี ที่ทางคณะผู้แทนฝ่ายไทยมิได้โต้แย้งกรรมสิทธิ์ในตัวปราสาทตั้งแต่ต้น ตัวปราสาทตกเป็นของเขมร แต่พื้นดินยังเป็นของไทย อันเนื่องจากข้อตกลงระหว่างฝรั่งเศสและสยามในเรื่องเขตแดนชัดเจน ศาลโลกที่อยู่ภายใต้อิทธิพลของมหาอำนาจ ซึ่งฝรั่งเศสเป็นหนึ่งในประเทศเหล่านั้น จึงตัดสินได้เพียงเท่านี้ ประชาชนของทั้งสองประเทศและรัฐบาลไทยกับรัฐบาลเขมรก็ยอมรับปฏิบัติตลอดมา
3.พ.ศ.2543 รัฐบาลไทยซึ่งมีพรรคประชาธิปัตย์เป็นแกนนำ มีนายชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี ไปทำข้อตกลงกับรัฐบาลเขมร มีสาระสำคัญเสียท่าเขมร กลายเป็นว่าพื้นที่ตั้งตัวปราสาทและบริเวณใกล้เคียงเป็นพื้นที่ต้องมีการเจรจาตกลงเพื่อปักปันเขตแดน
ต่อมาปี พ.ศ.2551 รัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ไปทำบันทึกความเข้าใจกับรัฐบาลเขมรยอมรับในแผนที่กำหนดเขตแดนที่เขมรจัดทำขึ้น ซึ่งมีผลให้พื้นที่อันเป็นที่ตั้งตัวปราสาทพระวิหารและพื้นที่ใกล้เคียง รัฐบาลเขมรอ้างเป็นดินแดนของประเทศตน โดยเร่งส่งประชาชนและกำลังทหารเข้ามาตั้งรกรากสร้างอาคารถาวรจำนวนมากเพิ่มเติมจากเมื่อปี พ.ศ.2543 ที่ประชาชนเขมรเข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่บ้างแล้ว
4.นายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ยอมรับว่ารัฐบาลถือตามหลักสากล คือเส้นแบ่งเขตแดนประเทศยึดหลักสันปันน้ำ และพื้นที่อันเป็นที่ตั้งตัวปราสาทพระวิหาร รวมตลอดพื้นที่ใกล้เคียงเป็นของไทย โดยรัฐบาลไทยได้ประท้วงไปยังรัฐบาลกัมพูชาหลายครั้งแล้ว กรณีพบว่าชาวกัมพูชาและทหารกัมพูชาเข้ามาตั้งถิ่นฐานและค่ายทหารในพื้นที่ดังกล่าว และยึดหลักการเจรจาในฐานะเพื่อนบ้านกันตลอดมา
สรุปคือวางยุทธศาสตร์สันติ แต่ยุทธวิธีไม่มีหรืออาจมีแต่ไม่ทำ
เรื่องนี้ต้องว่ากันต่อไปในตอน 2 มีประโยชน์อะไรที่ทำให้รัฐบาลและเจ้าหน้าที่สมองและมือไม้เป็นง่อย
คมพิทักษ์ราษฎร์



