ข่าว

"ปทีป"พร้อมร่วมงานผบ.ตร.ใหม่ทำโผโยกย้าย

"ปทีป"พร้อมร่วมงานผบ.ตร.ใหม่ทำโผโยกย้าย

10 ส.ค. 2553

“ปทีป” สวนนักข่าว “วิเชียร”เป็น ผบ.ตร.แน่หรือ ยันเป็นรรท.ก็ไม่น้อยใจ ย้ำพร้อมร่วมงานกับผบ.ตร.ใหม่ทำบัญชีแต่งตั้งวาระประจำปี ก.ตร.เปลี่ยนกฎแต่งตั้งยึดอาวุโสเพิ่ม

 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.)วันที่  10 สิงหาคม  ผู้สื่อข่าวถามพล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(รรท.ผบ.ตร.) ต่อกรณีที่คณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ(ก.ต.ช.) เสนอ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี รองผบ.ตร.เป็นผบ.ตร.คนใหม่ โดยถามว่าจะฝากงานกับ พล.ต.อ.วิเชียร ผบ.ตร.คนใหม่อย่างไรบ้าง พล.ต.อ.ปทีป กล่าวว่า ใครบอกว่าพล.ต.อ.วิเชียรเป็นผบ.ตร. รู้ผลที่ประชุมแล้วหรือ คือที่ประชุมจะเป็นอย่างไรตนไม่ทราบเพราะไม่ได้เข้าห้องประชุม วาระนี้ตนไม่ได้อยู่ด้วย

 เมื่อถามว่าพล.ต.อ.วิเชียร เหมาะสมกับตำแหน่งผบ.ตร.หรือไม่ ตนไม่ขอออกความเห็น เพราะเป็นเรื่องที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีต้องพิจารณา ผู้สื่อข่าวถามว่าอยากฝากงาน ผบ.ตร.ใหม่อย่างไร พล.ต.อ.ปทีป กล่าวว่า ผบ.ตร.ใหม่ อาจมีประสิทธิภาพการทำงานดีกว่าตนก็ได้ ตนคงฝากอะไรท่านไม่ได้ ถ้ามีอะไรที่ตนทำอยู่ ผบ.ตร.คนใหม่อยากจะทราบ ตนจะให้ตามความรู้ที่ตนมี

 เมื่อถามว่าการแต่งตั้ง วาระประจำปี2553 ผบ.ตร.หรือรรท.ผบ.ตร.จะเป็นคนทำบัญชี รรท.ผบ.ตร. กล่าวว่า ในหลักการก็ควรจะร่วมกันทำ โดยกฎหมายคนที่นั่งเก้าอี้ตรงนี้ ใครก็ตามที่นั่งตรงนี้ ณ วันเวลาที่ทำบัญชี ก็มีอำนาจหน้าที่ดำเนินการตามกฎหมาย ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า น้อยใจหรือไม่รรท.ผบ.ตร.มา 1 ปีเต็มก็ไม่ได้เป็นผบ.ตร พล.ต.อ.ปทีป กล่าวว่า ไม่น้อยใจครับ และไม่ได้คุยกับนายกรัฐมนตรีในเรื่องนี้

 ต่อข้อถามที่ว่า  รู้สึกอย่างไรที่ครั้งก่อน ก.ต.ช.ตั้งพล.ต.อ.ปทีป เป็นผบ.ตร.ไม่ได้ แต่ครั้งนี้กลับตั้งได้ง่ายได้ พล.ต.อ.ปทีป กล่าวว่า เรื่องของตน ตนคงไม่มีความเห็น  “ไม่มีความรู้สึกอะไร คงตอบอะไรไม่ได้เพราะเป็นเรื่องของตัวผม และไม่ท้อ”พล.ต.อ.ปทีป กล่าว

ก.ตร.เปลี่ยนกฎแต่งตั้งยึดอาวุโสเพิ่ม

 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.)  ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศภายหลังคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) มีมติแต่งตั้ง พล.ต.อ.วิเชียร  เป็น ผบ.ตร.คนใหม่ โดยบรรยากาศบริเวณสำนักงานของพล.ต.อ.วิเชียร ในช่วงเช้า ยังเป็นไปตามปกติ มีผู้ใต้บังคับบัญชาเข้ามาแสดงมายินดีบางส่วน แต่ไม่คึกคักเท่าเมื่อวานที่ผ่านมา เนื่องจาก พล.ต.อ.วิเชียร จะเดินทางเข้ามาทำงานในช่วงบ่าย

 ส่วนกรณีที่ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ รอง ผบ.ตร. เตรียมฟ้องศาลปกครอง ให้ดำเนินคดีกับนายอภิสิทธิ์ เวช ชาชีวะนายกรัฐมนตรี และ ก.ต.ช. กรณีแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติไม่เป็นไปตามลำดับอาวุโส ปรากฏว่าได้เลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด เนื่องจาก คณะกรรมการ ก.ต.ช. ยังรับรองมติการประชุมไม่เสร็จสิ้น และมีรายงานเพิ่มเติมว่า พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ได้ยื่นหนังสือลากิจตั้งแต่วันที่ 10-15 ส.ค. โดยได้เดินทางไปยังประเทศสิงคโปร์ จึงไม่ได้เข้าร่วมประชุมการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. ในช่วงบ่าย

 ขณะที่ ในช่วงบ่าย นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รอง นายกรัฐมนตรี จะเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. โดยมีวาระที่น่าสนใจ อาทิ แนวทางการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับนายพล วาระประจำปี 2553 และ การดำเนินการตามข้อหารือของสมาชิกวุฒิสภา เกี่ยวกับกรณีที่ตำรวจรายงานเหตุการณ์การเสียชีวิตของประชาชนในเหตุการณ์การ กระชับพื้นที่ของรัฐบาล ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่า ในวาระการประชุมก.ตร. ไม่มีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับอนุฯ ก.ตร. ฝ่ายกฎหมาย ที่พิจารณาเรื่องลำดับอาวุโสของพล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ และพล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี รอง ผบ.ตร

 เมื่อเวลา 13.00 น. นายสุเทพ เดินทางมาเป็นประธานการประชุม ก.ตร. พร้อมด้วยคณะกรรมการก.ตร. โดยพร้อมเพรียงกัน โดยในวันนี้ มี พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ รองผบ.ตร. ลาการประชุม เนื่องจากลาพักร้อนไปประเทศสิงคโปร์ พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ รองผบ.ตร. ติดราชการในสำนักพระราชวัง พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ รองผบ.ตร. ติดภารกิจในการปฎิบัติราชการ ทั้งนี้ การจัดเก้าอี้ลำดับในตำแหน่งรองผบ.ตร.จัดตามลำดับอาวุโส เริ่มจากพล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รรท.ผบ.ตร. พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ และพล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี รองผบ.ตร. โดยใช้เวลาการประชุมประมาณ 2 ชั่วโมง

 พล.ต.ท.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผช.ผบ.ตร. ในฐานะโฆษก ตร. แถลงผลการประชุมก.ตร. ว่า หลังจากนายสุเทพเริ่มการประชุม พล.ต.อ.ปทีป และคณะกรรมการ ก.ตร.ทุกท่าน ได้แสดงความยินดีกับพล.ต.อ.วิเชียร ที่ได้เป็นผบ.ตร. คนใหม่ ซึ่งตำแหน่งอยู่ระหว่างการเสนอโปรดเกล้าฯ และจะได้ร่วมมือกันทำงานต่อไปเพราะก.ตร.ชุดนี้จะหมดวาระลงในเดือน ม.ค.ปีหน้า สำหรับการจัดที่นั่งที่ประชุมก.ตร.ยังไว้เหมือนเดิม เพราะการจัดลำดับอาวุโสนั้น คณะอนุก.ตร. ฝ่ายกฎหมายยังพิจารณาไม่แล้วเสร็จ

 พล.ต.ท.พงศพัศ กล่าวต่อว่า สำหรับวาระที่สำคัญและใช้ระยะเวลายาวนาน เป็นข้อเสนอของ พล.ต.อ. วสิษฐ เดชกุญชร อดีตรองอธิบดีกรมตำรวจ ในฐานะประธานคณะกรรมการปฎิรูปตำรวจได้เสนอต่อนายกรัฐมนตรี ที่เสนอให้มีการแก้ไขแนวทางการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจประจำปีนี้ เนื่องจากการสืบสวนตรวจสอบกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจร้องทุกข์กรณีที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมในการแต่งตั้ง เมื่อปีที่ผ่านมา มีประเด็นอะไรสำคัญและต้องดำเนินการก่อนที่จะมีการแต่งตั้งในปีนี้ ซึ่งทางก.ตร.รับทราบในข้อเสนอ และผลสรุปในการประชุมมีดังต่อไปนี้

 พล.ต.ท.พงศพัศ กล่าวว่า ในประเด็นที่ 1 ก.ตร.เห็นชอบตามที่พล.ต.อ.วสิษฐ เสนอ ให้ พิจารณาตามลำดับอาวุโส จากเดิมกำหนดไว้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 25 ของจำนวนตำแหน่งที่ว่างในลำดับนั้น เป็นไม่น้อยกว่าร้อยละ 33 หากมีเศษ ให้ปัดขึ้นเป็น1 อีกประเด็นหนึ่ง ที่ต้องดำเนินการเลยในการแต่งตั้งครั้งนี้คือ ต้องประกาศบัญชีอาวุโสเพื่อให้เกิดความโปร่งใสชัดเจน เพราะมีข้าราชการตำรวจจำนวนมากที่ไม่ทราบว่าตนเองอยู่ในลำดับอาวุโสอันดับที่เท่าไหร่ โดยจะประกาศ 2 ส่วนด้วยกัน ในส่วนของ ตร. จะประกาศบัญชีอาวุโสทุกระดับตั้งแต่ระดับสารวัตร- รองผบ.ตร.หรือ จตช. และในระดับ บช. ตั้งแต่ระดับผบช.ลงไป โดยจะประกาศพร้อมกันในวันที่ 18 ส.ค. ก่อนมีการแต่งตั้ง ถ้าหากนายตำรวจท่านใด หน่วยใดเห็นว่าลำดับอาวุโสของตนไม่ถูกต้อง ให้ยื่นเรื่องให้ผบ.ตร. หรือผบช.แต่ละหน่วยให้พิจารณาทบทวนภายใน 7 วัน นับตั้งแต่วันที่ 18 ส.ค.เป็นต้นไป

 โฆษกตร.กล่าวอีกว่า ในเรื่องที่ 3 ในการพิจารณาตำแหน่ง สำหรับผู้ครบกำหนดเป็นปีแรก เช่น กฎหมายกำหนดไว้ 3 ปี 5 ปี ก่อนเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น จะต้องปรากฎเป็นเอกสารที่ชัดเจนถึงคุณงามความดี ผลงานต่างๆ เด่นชัด เป็นที่ยอมรับ ซึ่งเรื่องนี้ พล.ต.อ.วสิษฐ เสนอแนวทางต่อท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งทางก.ตร. ก็เห็นชอบ รวมถึงการแต่งตั้งครั้งแรกนั้น ต้องไม่สามารถแต่งตั้งไปในสถานีตำรวจซึ่งเป็นสถานีที่เข้าใจว่าเป็นสถานีตำรวจชั้นหนึ่ง แต่จนถึงขณะนี้ ทางตร. ก็ยังไม่ได้กำหนดชั้นของสถานีตำรวจไว้ ซึ่งดำเนินการครั้งต่อไป แต่มติก.ตร. ก็เคยมีไว้อยู่แล้วว่า ในการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในครั้งแรกนั้นต้องแต่งตั้งไปยังสถานีตำรวจที่มีงานน้อย ไม่มีสำนวนคดีมากนัก คือเป็นสถานีชั้นรอง ๆ ลงไป ขณะเดียวกันให้พิจารณาหัวหน้าสถานีตำรวจที่ดำรงตำแหน่งครบ 2 ปี ในสถานีต่างๆ ขึ้นไปดำรงตำแหน่งในสถานีตำรวจทีมีงานมาก หรือ ชั้นเหนือกว่าด้วย

 โฆษกตร.กล่าวอีกว่า การแต่งตั้งครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกที่ได้นำกฎก.ตร.ว่าด้วยกระบวนจริยธรรมและจรรยาบรรณตำรวจ ปี 2551 มาพิจารณาประกอบด้วยกรณีแต่งตั้งสูงขึ้นหรือหมุนเวียน พร้อมกับนำแนวทางการแต่งตั้งปีที่แล้วมาใช้ในปีนี้ด้วย คือ ผู้ใดที่ได้รับรางวัลสถานีตำรวจเพื่อประชาชนดีเด่น และพนักงานสอบสวนดีเด่นจะนำมาพิจารณาในการแต่งตั้งสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม พรบ. ตำรวจว่าด้วยการแต่งตั้ง กำหนดให้การแต่งตั้งตำรวจระดับผบก.- รองผบ.ตร.และ จตช. เสร็จสิ้นภายใน31 ส.ค. แต่เนื่องจากเราต้องประกาศในเรื่องของลำดับอาวุโสและให้เวลาข้าราชการตำรวจพิจารณาทบทวนแก้ไข ก.ตร.จึงมีมติเลื่อนการแต่งตั้งถึง 15 ก.ย.

 พล.ต.ท.พงศพัศ กล่าวว่า สำหรับการแต่งตั้งนายตำรวจระดับ ผบช.- รองผบ.ตร.และจตช. เสร็จสิ้นก่อนสิ้นเดือน ส.ค. และเข้าที่ประชุมก.ตร. พิจารณาได้ในช่วงวันที่ 25-27 ส.ค. จากนั้น วันที่ 30 ส.ค.จะแจ้งบช. ให้ดำเนินการคัดเลือกเพื่อแต่งตั้งระดับผบก. - รอง ผบช. และคาดว่าจะประชุม ก.ตร.เพื่อพิจารณาแต่งตั้ง ในวันที่ 3 ก.ย. และเสนอโปรดเกล้าได้ในวันที่ 6 ก.ย.พร้อมกัน

 ผู้สื่อข่าวสอบถามกรณีการนับอายุราชการทวีคูณ กรณีปฎิบัติหน้าที่ใน3จังหวัดชายแดนภาคใต้ สามารถนำมาบังคับใช้ในการแต่งตั้งครั้งนี้หรือไม่ พล.ต.ท.พงศพัศ กล่าวว่า สำหรับสิทธิต่าง ๆ เหล่านั้นเคยผ่านมติของก.ตร. ส่งไปให้ ตร. พิจารณาแล้ว อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้เป็นแนวทางการแต่งตั้งที่ตร.พิจารณาอยู่แล้ว และตร.จะประกาศเกณฑ์การแต่งตั้งมาอีกครั้งหนึ่ง ตามมติ ก.ตร.ในวันนี้ และจะรวมถึงสิทธิ์ตำรวจใต้มากน้อยแค่ไหนก็ต้องดูประกาศอีกครั้ง

 โฆษกตร.กล่าวว่า สำหรับกรณีการจัดลำดับอาวุโสระหว่างพล.ต.อ.เพรียวพันธ์ และพล.ต.อ.วิเชียรนั้น ไม่ได้มีการพูดถึงในที่ประชุม แต่ว่าทางพล.ต.ท.อาจิณ โชติวงศ์ ผบช.ก.ตร. ในฐานะ เลขานุการ ก.ตร. เรียนว่า ทางอนุฯก.ตร.ฝายกฎหมายยังไม่ได้ข้อสรุปเรื่องนี้ การจัดที่นั่งจึงเป็นเช่นเดิม คือให้พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ก่อน ต่อด้วยพล.ต.อ.วิเชียร