ข่าว

เปิดหนังสือไทยถึงยูเอ็นโต้เขมร5ประเด็น

เปิดหนังสือไทยถึงยูเอ็นโต้เขมร5ประเด็น

11 ส.ค. 2553

"นายกฯ"เซ็นหนังสือถึงยูเอ็นโต้เขมร 5 ประเด็น ระบุไทยยึดหลักของยูเอ็นตลอด ยันไม่เคยที่จะใช้กำลังแก้ไขปัญหา พร้อมปัดมาตรการผลักดันเขมรออกออกนอกพื้นที่ประเทศ

(10ส.ค.) เมื่อเวลา 14.30 น. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการทำหนังสือชี้แจงต่อสหประชาชาติ(ยูเอ็น) จากการที่สมเด็จฯฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ส่งหนังสือถึงยูเอ็นโดยระบุว่าไทยละเมิดบันทึกความเข้าใจ(เอ็มโอยู)ไทย-กัมพูชา ปี 2543 ว่า หนังสือดังกล่าวจะทำให้เกิดความกระจ่างในข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น แต่ไม่ใช่หนังสือประท้วง ทั้งนี้ ตนคิดว่าจะลงนามในหนังสือดังกล่าวได้ในช่วงบ่ายของวันนี้( 10 ส.ค.)

 สำหรับเนื้อหาในหนังสือชี้แจง คือ 1. คำอ้างของนายกรัฐมนตรีกัมพูชาที่อ้างอิงถึงการเขียนข่าวนั้น มันไม่ใช่คำพูดของตน 2. ประเทศไทยกับกัมพูชาเป็นประเทศเพื่อนบ้านอยู่ในกลุ่มอาเซียนด้วยกัน แม้ที่ผ่านมามีปัญหาหลายเรื่อง แต่ความสัมพันธ์ ความร่วมมือ และการช่วยเหลือต่างๆยังมีต่อเนื่อง 3. ประเทศไทยยังยึดถือหลักการของยูเอ็นมาตลอด คือ การแก้ปัญหาโดยสันติวิธี และปัญหานี้ที่มีอยู่ก็มีเอ็มโอยูดังกล่าวเป็นกรอบการดำเนินการ 4. ไทยเคารพและปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลโลกมาตลอด ไม่มีตรงไหนที่ไปละเมิดหรือบกพร่อง เพราะเราให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี แม้เราจะไม่เห็นด้วยกับคำพิพากษา 5. ปัญหาขณะนี้เป็นเพราะกัมพูชารุกล้ำเข้ามาในเขตดินแดนไทยตามสนธิสัญญา สยาม-ฝรั่งเศส และยังมีปัญหาของทหารอีกด้วย เพราะฉะนั้นเราจึงมีสิทธิ์ในการปกป้องอธิปไตยของเรา แต่เราจะดำเนินการใช้สันติวิธีตามหลักการของยูเอ็น

 เมื่อถามว่ากัมพูชากลับไปตีฆ้องร้องป่าวต่อประเทศต่างๆแทนที่จะมาพุดคุยกับเรา นายกฯ กล่าวว่า เป็นที่คาดการณ์อยู่แล้ว เมื่อใดก็ตามที่เราไม่มีอะไรที่จะยึดโยงให้มีการพูดคุยกันทั้ง 2 ฝ่าย เช่น เอ็มโอยูฯ กัมพูชาจะใช้วิธีเดินไปสู่กลไกระหว่างประเทศ ดังนั้น เราจึงยืนยันไปว่าต่างประเทศไม่จำเป็นที่ต้องกังวลในเรื่องนี้ เพราะเรามีกรอบของการแก้ปัญหาอยู่คือเอ็มโอยูฯ เมื่อถามต่อว่าจะส่งผลให้เราต้องคอยตามแก้ปัญหาไล่หลังหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เราต้องรักษาสิทธิ์ของเรา ถ้าใครไปให้ข้อมูลแล้วทำให้ประชาคมระหว่างประเทศเข้าใจเราผิด เราก็มีหน้าที่ที่ต้องชี้แจง

 เมื่อถามว่าสถานการณ์ในตอนนี้เดินมาถึงจุดที่มีการเผชิญหน้ากันมากขึ้นระหว่าง 2 ประเทศหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนคิดว่ากัมพูชายืนยันกับยูเอ็นว่าเขาไม่ต้องการให้มีการแก้ไขโดยใช้กำลัง และรัฐบาลไทยก็ยืนยันว่าจะปฏิบัติตามยูเอ็นอยู่แล้ว เมื่อถามว่าเรื่องนี้จะส่งผลกระทบต่อการค้าบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่ส่งผล ซึ่งตนได้ตรวจสอบตัวเลขล่าสุดของการค้าชายแดน พบว่าขยายตัวดีมาก เมื่อถามว่าสถานการณ์ตามแนวชายแดนในขณะนี้เป็นอย่างไร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ยังไม่มีอะไร เพียงแต่เมื่อเขาเห็นข่าว เขาก็ไปร้องว่าเรากำลังจะใช้กำลังกับเขา ซึ่งเราต้องยืนยันไปว่าเราปฏิบัติตามหลักยูเอ็น และมีเอ็มโอยูฯอยู่ แต่เขารุกล้ำเข้ามา

 เมื่อถามว่า คิดว่าเพราะอะไรสมเด็จฯฮุน เซน จึงบอกว่าจะเกิดการนองเลือด นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนคงคิดแทนหรือตอบแทนไม่ได้ แต่อาจเป็นเพราะเห็นข่าวในประเทศไทยว่ามีการเคลื่อนไหว ก็คงมีความกังวลในเรื่องการปะทะกัน ซึ่งเป็นธรรมดา อย่างไรก็ตามตนคิดว่าสถานการณ์ยังไปไม่ถึงขั้นนั้น โดยในส่วนของรัฐบาลไทยชัดเจนว่าปฏิบัติตามหลักสากลอยู่แล้วในการแก้ไขปัญหาต่างๆและทุกหน่วยงานก็เข้าใจดี ทั้งนี้ เราไม่อยากให้มีการกระทบกระทั่งกัน เพราะเราก็ต้องการทำให้เขาออกไป เนื่องจากเขาเป็นฝ่ายละเมิดเอ็มโอยูฯและมีการรุกล้ำมา แม้เขาจะถกเถียงเรื่องเขตแดน แต่เขาละเมิดเอ็มโอยูฯอย่างแน่นอน

 เมื่อถามว่ามีกรอบเวลาที่จะให้เขาออกไปเมื่อใด นายกฯ กล่าวว่า เวลานี้มีกรอบของการดำเนินการตามเอ็มโอยูฯ แต่ของไทยนั้น ทุกครั้งที่มีกรอบการเจรจาหรือการประชุม ต้องรายงานต่อรัฐสภา ซึ่งเมื่อเปิดสมัยประชุมรัฐสภาแล้ว เราจะรายงาน แต่การรายงานนี้มีประเด็นที่คนไทยมีความห่วงใยและมีการแสดงความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง เราจึงมีมติว่าถ้านำเข้าสู่รัฐสภา จะขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการก่อนที่จะเห็นชอบ

 “ผมคิดว่าต่างชาติเข้าใจแน่นอนว่าสิทธิต่างๆเป็นอย่างไร เพราะมีทั้งสนธิสัญญาและเอ็มโอยูฯอยู่ด้วย และถ้าเราแสดงออกชัดว่ามีข้อตกลงอะไรกับใคร และเราพยายามแก้ปัญหาตามแนวทางนั้นก่อน เขาจะมากล่าวหาเราไม่ได้ว่าเราไม่ปฏิบัติตามหลักสากล ทั้งนี้แม้จะไม่มีเอ็มโอยูฯ แต่เราก็เป็นสมาชิกของยูเอ็น ซึ่งยูเอ็นมีหลักการอยู่แล้วว่าทุกปัญหาต้องแก้ด้วยสันติวิธีก่อน ” นายกรัฐมนตรี กล่าวและว่า สำหรับการดำเนินการในส่วนอื่นนอกจากการส่งหนังสือชี้แจง กระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงกลาโหมได้หารือกัน ซึ่งมีแนวทางการดำเนินการอยู่

 ต่อข้อถามว่าจะดำเนินการอย่างไรในการผลักดันกัมพูชาออกไป และจะเริ่มเมื่อไหร่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่จำเป็นที่ตนต้องบอกรายละเอียดตรงนี้ ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงกลาโหมหารือกันตลอด เมื่อถามว่าตัดสินอย่างไรจึงมีแนวคิดที่จะผลักดันชาวกัมพูชาออกนอกพื้นที่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ถึงอย่างไรเขาก็เถียงเราไม่ได้อยู่แล้ว เพราะมีเอ็มโอยูเป็นหลักอยู่

  เมื่อเวลา 16.30 น.นายอภิสิทธิ์ ได้ลงนามในหนังสือชี้แจงถึงข้อพิพาทเรื่องปราสาทพระวิหาร ต่อสหประชาชาติ(ยูเอ็น) ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศได้นำมาให้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และจากนี้กระทรวงการต่างประเทศจะส่งหนังสือฉบับดังกล่าวของประเทศไทยไปยังประธานสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ(ยูเอ็นจีเอ) และคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ(ยูเอ็นเอสซี)