ข่าว

เสื้อแดงนัด10โมงเช้าก่อนล้อมทำเนียบวันนี้

เสื้อแดงนัด10โมงเช้าก่อนล้อมทำเนียบวันนี้

26 มี.ค. 2552

"ป๋าเปรม" เอือม "แม้ว" เตือนหลายครั้งแล้วแต่ไม่ยอมหยุด ไม่สนโฟนอินพาดพิง ชม "อภิสิทธิ์" เป็นผู้นำที่ดี "สุรยุทธ์" ไม่วิตก "แม้ว" ขู่แฉรอบสอง เสื้อแดงนัดสิบโมงเช้าที่สนามหลวงก่อนเคลื่อนพลล้อมทำเนียบ นายกฯ เสียงแข็งไม่ยอมให้เสื้อแดงยึดทำเนียบได้ "เพื่อไทย"

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 25 มีนาคม พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ มาเป็นประธานเปิดโครงการ "สานใจไทยสู่ใจใต้" รุ่นที่ 11 โดยมี พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี นายถาวร เสนเนียม รมช.มหาดไทย และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง

 พล.อ.เปรมให้สัมภาษณ์กรณี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โฟนอินเมื่อคืนวันที่ 22 มีนาคม ที่ผ่านมา โดยมีการกล่าวพาดพิงองคมนตรี ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อการบริหารงาน ว่า คำถามนี้ไม่น่าจะถามตน เพราะไม่ได้ดูแลประเทศ ต้องเป็นรัฐบาล

 ต่อข้อถามที่ว่า การโฟนอินที่พาดพิงองคมนตรีจะส่งผลกระทบทำให้ชาติเกิดความแตกแยกหรือไม่ พล.อ.เปรมกล่าวว่า “เอาอย่างนี้นะ ผมไม่เคยฟังคุณทักษิณเลย และท่านพูดกี่ครั้งกี่ครั้งผมก็ไม่เคยฟัง เพิ่งเมื่อวานนี้ ผมถาม พล.อ.สุรยุทธ์ ให้ลองเล่าให้ฟังซิว่า เขาพูดอย่างไร เพราะผมไม่เคยฟังว่าเขาพูดอย่างไร”

 ผู้สื่อข่าวถามว่า เมื่อได้ฟัง พล.อ.สุรยุทธ์ รายงานถึงคำพูดของ พ.ต.ท.ทักษิณ แล้วรู้สึกอย่างไร พล.อ.เปรมคิดชั่วครู่ก่อนจะกล่าวว่า รู้สึกว่าพูดบ่อยๆ แล้วจริงไม่จริงตนก็ไม่รู้ เพราะว่าไม่ได้สนใจ

 พล.อ.เปรมยังตอบคำถามที่ว่า อยากฝากอะไรประชาชนคนไทยหรือไม่ เพราะประเทศไม่เคยแบ่งแยกออกเป็น 2 ฝ่ายถึงขนาดนี้ โดยกล่าวว่า คำถามนี้ดี ไม่ใช่คำถาม แต่เป็นสิ่งซึ่งเป็นความสำนึกที่จะต้องไม่แตกแยกกันเพื่อส่วนรวม อยากให้คนไทยหันหน้าปรองดองสามัคคีเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอด

 ต่อข้อถามที่ว่า อยากบอก พ.ต.ท.ทักษิณให้หยุดการเคลื่อนไหวหรือไม่ และจะมีการเตือนหรือไม่ พล.อ.เปรม กล่าวว่า "คุณพูดไปแล้ว"

 เมื่อถามย้ำว่า แสดงว่าอยากเตือนให้ พ.ต.ท.ทักษิณหยุดพูดเพื่อให้ประเทศชาติไปได้ใช่หรือไม่ พล.อ.เปรม กล่าวว่า "เตือนมาหลายครั้งแล้ว และเตือนบ่อยๆ ที่จริงการจะพูดว่าคนไทยแตกแยกไม่ถูก มีบางส่วนเท่านั้น เป็นส่วนน้อย ไม่ใช่ส่วนใหญ่ คนไทยส่วนใหญ่ยังรักใคร่กันดี และยังมีความเป็นไทยอยู่เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง"

 ส่วนการโฟนอินบ่อยๆ จะทำให้ประชาชนเปลี่ยนความคิด ทางทหารจะมีส่วนช่วยเหลืออย่างไรในการสร้างความสามัคคี พล.อ.เปรมกล่าวว่า น่าจะไปถามทหาร ทหารคือส่วนหนึ่งขององค์กรของชาติบ้านเมือง เขาก็รักชาติบ้านเมืองเหมือนกัน และทุกคนคงมีความเห็นใกล้เคียงกัน

 เมื่อถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ปักใจเจ็บว่า องคมนตรีมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 พล.อ.เปรม กล่าวว่า "ท่านพูดของท่านเอง ผมไม่รู้ แต่ยืนยันได้ว่าองคมนตรีไม่ได้เกี่ยวข้องกับการปฏิวัติ โปรดเข้าใจให้ถูกด้วย ถ้าใครยังไม่เข้าใจก็โปรดเข้าใจว่า องคมนตรีไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการเมืองเลย เราจะไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องนั้นๆ"

 ส่วนจะมีการฟ้องร้องดำเนินคดีกับ พ.ต.ท.ทักษิณ เพราะทำให้องคมนตรีเสื่อมเสียชื่อเสียงหรือไม่ พล.อ.เปรมหัวเราะพร้อมกับกล่าวว่า “ผมว่าคงไม่ฟ้อง เพราะว่าผมไม่ทราบว่าท่านพูดอย่างไร” เชื่อว่าคำพูดของ พ.ต.ท.ทักษิณไม่ส่งผลกระทบต่อการทำงาน เพราะองคมนตรีก็ยังทำงานไปตามปกติ

 ต่อข้อถามที่ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นถึงอดีตนายกรัฐมนตรี แต่กลับทำร้ายประเทศของตัวเอง พ.ต.ท.ทักษิณควรทบทวนบทบาทของตัวเองหรือไม่ พล.อ.เปรม กล่าวว่า "คุณถามเองตอบเองก็ได้แล้ว"

 นอกจากนี้ พล.อ.เปรมยังกล่าวถึงรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ว่า รัฐบาลนี้ดี เคยพูดว่านายกรัฐมนตรีคนนี้ ดี ดังนั้นเราคงจะหวังได้ว่านายอภิสิทธิ์จะเป็นผู้นำที่ดี และจะทำให้ประเทศดีขึ้น

 "ผมเชียร์" พล.อ.เปรมกล่าว
 หลังจากนั้น พล.อ.เปรมเอ่ยถามว่า นักข่าวจากหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์มาหรือไม่ เพราะเสนอข่าวว่า รมว.ต่างประเทศของจีนจะเข้าพบตนในเวลา 15.00 น. เป็นเรื่องจริง เพราะนัดกันไว้ แต่หนังสือพิมพ์ดังกล่าวลงว่า ตนจะพูดกับ รมว.ต่างประเทศของจีนเรื่องการส่งผู้ร้ายข้ามแดน ซึ่งไม่จริง เพราะไม่มีหน้าที่ต้องทำอย่างนั้น เป็นการเข้าเยี่ยมตามปกติในฐานะเพื่อนกัน ไม่มีอะไรนอกจากนั้น

 ส่วนจะมีการฝาก รมว.ต่างประเทศของจีน ให้รัฐบาลจีนส่ง พ.ต.ท.ทักษิณ กลับมาดำเนินคดีในไทยหรือไม่ พล.อ.เปรม กล่าวว่า พูดไม่ได้ เพราะไม่ใช่หน้าที่ของเรา

 รายงานข่าวแจ้งว่า หลังจากหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ตีพิมพ์ว่า รมว.ต่างประเทศของจีนจะเข้าหารือกับ พล.อ.เปรม ที่ทำเนียบองคมนตรี เพื่อหารือถึงประเด็นการส่งผู้ร้ายข้ามแดน เพื่อนำตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กลับมาดำเนินคดีในประเทศไทยนั้น ทำให้ พล.อ.เปรมอนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไปบันทึกภาพในการหารือระหว่าง พล.อ.เปรม กับ รมว.ต่างประเทศของจีน เป็นครั้งแรก เพราะไม่อยากให้สื่อมวลชนเข้าใจผิดว่ามีการหารือเกี่ยวกับการส่งผู้ร้ายข้ามแดน

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เป็นที่น่าสังเกตว่า ที่ผ่านมาทำเนียบองคมนตรีจะไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไปบันทึกภาพหรือทำข่าวภายในทำเนียบองคมนตรี และจะมีการแจกเอกสารชี้แจงถึงการหารือกันในครั้งนี้ด้วย เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิด

"สุรยุทธ์"เมิน"แม้ว"ขู่แฉอีกรอบ

 ด้าน พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมองคมนตรีเมื่อวันที่ 24 มีนาคม ที่ผ่านมาว่า ประธานองคมนตรีพูดไปแล้วว่า เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นห่วงเรื่องความแตกแยกของประชาชนคนไทย ซึ่งเป็นสิ่งที่มีการพูดคุยกัน

 พล.อ.สุรยุทธ์กล่าวถึง พ.ต.ท.ทักษิณ ประกาศจะโฟนอินแฉรอบสองในวันที่ 26 มีนาคม ระหว่างการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มคนเสื้อแดงว่า อย่างที่พูดไปแล้ว ตนไม่มีอะไรพูดไปมากกว่านั้น เพราะความจริงจะต้องเปิดเผยออกมา เราไม่สามารถไปปิดบังความจริงได้ ยืนยันตรงจุดนี้ว่า ความจริงจะต้องเปิดเผย ตนเชื่อในกฎแห่งกรรม ไม่ว่าชายหรือหญิงต้องรับกรรมทั้งสิ้น

 เมื่อถามถึงกรณี พ.ต.ท.ทักษิณ ระบุว่ามีส่วนเข้าไปเกี่ยวข้องในการประชุมก่อนที่จะมีการทำรัฐประหาร พล.อ.สุรยุทธ์กล่าวว่า ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องการรัฐประหาร แน่นอนตนก็มีเพื่อนและมีคนที่รู้จัก มีการพูดคุยกันเป็นเรื่องธรรมดา การพูดคุยเรื่องสถานการณ์บ้านเมืองก็เป็นเรื่องธรรมดาของคนเราทุกคนที่สนใจ และเป็นห่วงเรื่องของบ้านเมือง

 เมื่อถามย้ำว่า แสดงว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับการปฏิวัติครั้งที่ผ่านมา พล.อ.สุรยุทธ์กล่าวว่า ยืนยันไปแล้วไม่ขอพูดซ้ำในเรื่องที่พูดไปแล้ว

 เมื่อถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ระบุว่ามีความเจ็บแค้นที่ย้ายออกจากตำแหน่ง ผบ.ทบ. พล.อ.สุรยุทธ์กล่าวว่า ไม่มี เพราะตนเข้าใจดี ในช่วงที่เป็น ผบ.เหล่าทัพ ก็เป็นหน้าที่ของผู้บริหารที่จะโยกย้ายผู้ที่มีความเหมาะสมที่จะเข้ามาทำงาน เมื่อตนเป็น ผบ.ทหารสูงสุด ก็ได้ทำงานอย่างเต็มที่ ไม่ได้มีความแค้นเคือง หรือย่อท้อ และทำตามหน้าที่ของตนอย่างเต็มที่ในทุกๆ ตำแหน่ง

องคมนตรีชม"ป๋า"นิ่งสมเป็นทหารเก่า

 นายสวัสดิ์ วัฒนายากร องคมนตรี กล่าวว่า การประชุมองคมนตรีเมื่อวันที่ 24 มีนาคม ที่ผ่านมา ไม่นำเรื่องการโฟนอินโจมตีองคมนตรีมาหารือแต่อย่างใด เป็นเพียงการประชุมตามวาระ ซึ่งที่ผ่านมา พล.อ.เปรมไม่ได้พูดคุยเรื่อง พ.ต.ท.ทักษิณ ในการประชุม หรือแม้แต่จะระบายให้ฟัง สมกับเป็นนายทหารเก่า และเป็นเรื่องแปลก ที่ พล.อ.เปรมนิ่งมาตลอด แม้จะถูกกล่าวพาดพิงบ่อยครั้ง และตนก็ไม่ให้ความสนใจการโฟนอินของ พ.ต.ท.ทักษิณ ด้วย

 ส่วนการโฟนอินของ พ.ต.ท.ทักษิณ หลังจากนี้ ที่อาจมีการโจมตีองคมนตรีอีกนั้น นายสวัสดิ์กล่าวว่า ไม่ขอแสดงความเห็น การโฟนอินที่ผ่านมาทราบจากข่าวเท่านั้น เพราะตนต้องพักรักษาตัวจากการผ่าตัดหลัง

กองทัพเตรียม 21 กองร้อยดูแลทำเนียบ

 พล.ท.คณิต สาพิทักษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 กล่าวถึงการดูแลความเรียบร้อยในการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง ว่า กองทัพได้รับการร้องขอจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ให้เป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงาน โดยมีภารกิจดูแลสถานที่ราชการ จะไม่เกี่ยวข้องกับม็อบ ซึ่งเป็นหน้าที่โดยตรงของตำรวจ ทั้งนี้ ได้กำชับเจ้าหน้าที่ให้ดูแลบริเวณ โดยรอบ และจุดล่อแหลม สำหรับกำลังพลจะใช้ 21 กองร้อยเช่นเดิม เบื้องต้นจะเข้าไปดูแลภายในทำเนียบรัฐบาล

"พัลลภ" ปัดผบ.ทบ.เรียกคุย

 พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี อดีตรองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (รอง ผอ.รมน.) กล่าวถึงกรณีมีผู้ออกมาให้สัมภาษณ์เรื่องที่เดินทางไปพบ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ประเทศจีน และเล่าถึงเรื่องราวที่ผ่านมาในอดีต ที่พัวพันถึงบุคคลหลายฝ่ายว่า ตนจะพูดเรื่องดังกล่าวในวันที่ 26 มีนาคม ภายหลังการประชุมไทยอาสาป้องกันชาติ (ทสปช.)

 นอกจากนี้ พล.อ.พัลลภ ยังปฏิเสธข่าวที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ทำหนังสือเชิญเพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องนี้

"อภิสิทธิ์" ไม่เข้าทำเนียบ-ลั่นไม่ให้ม็อบบุก

 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมรับมือการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงและการเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ที่ทำเนียบรัฐบาลว่า จำกำหนดการไม่ได้ แต่เข้าใจว่า วันที่ 26 มีนาคม จะไม่เข้าทำเนียบ เพราะต้องเข้าร่วมประชุมสภาในเวลา 11.00 น. และก่อนหน้านั้นก็มีงานที่ลานคนเมือง

 เมื่อถามว่า เป็นเพราะไม่อยากเข้ามาทำงานที่ทำเนียบจึงจัดภารกิจไว้ข้างนอกตลอด นายกรัฐมนตรีปฏิเสธว่า ไม่ใช่ กำหนดการต่างๆ กำหนดมาก่อนล่วงหน้านานแล้ว

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ในส่วนของทำเนียบยืนยันจะไม่ยอมให้มีการบุกรุกเข้ามาโดยเด็ดขาดใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า “ใช่ครับ เราไม่ต้องการให้เข้ามาในสถานที่ราชการ และผู้ชุมนุมก็ยืนยันมาโดยตลอดว่าจะไม่บุกรุกสถานที่ราชการ”

 ต่อข้อถามว่า ถ้าการชุมนุมยืดเยื้อ นายกฯ ยังยืนยันจะเข้ามาทำงานที่ทำเนียบหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ก็ต้องเข้ามาให้ได้ และหากผู้ชุมนุมปิดกั้นไม่ให้รัฐมนตรีเข้ามาทำงานในทำเนียบ ก็คงต้องถามเหตุผลว่า ทำไมจึงจะขัดขวางการทำหน้าที่ของรัฐมนตรี

 นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงการที่ ครม.อนุมัติงบให้ กอ.รมน.ถึง 1,000 ล้านบาท ทำให้มีการตั้งข้อสงสัยว่าเป็นการตั้งงบมาสลายกลุ่มเสื้อแดงว่า ไม่เกี่ยว การอนุมัติงบประมาณดังกล่าวเกี่ยวข้องกับปัญหาผลกระทบทางสังคม ที่กำลังจะเกิดขึ้นจากปัญหาเศรษฐกิจ ก็ต้องมีเครือข่ายต่างๆ ที่มีความพร้อมลงไป และเหตุผลการอนุมัติงบครั้งนี้ ก็ไม่เหมือนเหตุผลที่ คมช.อ้าง เพราะในขณะที่มี คมช. ไม่ได้มีปัญหาเรื่องเศรษฐกิจ

"สุเทพ"อัดแม้วเหมือน"หมาบ้า"

 นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง กล่าวถึงกรณีรายงานข่าวว่า พล.อ.เปรม ไม่สบายใจกับการโฟนอินของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่กล่าวพาดพิงสถาบันองคมนตรีและศาลว่า เชื่อว่าไม่เพียงแต่ประธานองคมนตรี หรือองคมนตรีเท่านั้น ที่ไม่สบายใจ คนไทยส่วนใหญ่ของประเทศก็รู้สึกไม่สบายใจ คิดว่าประธานองคมนตรีและองคมนตรีเป็นผู้ใหญ่ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง จึงไม่ควรถูกนำมาพาดพิง

 ถามว่า รัฐบาลยังมีแนวคิดจะประสานและเจรจากับ พ.ต.ท.ทักษิณอยู่หรือไม่ นายสุเทพย้อนถามว่า “แล้วเขาประสานด้วยหรือเปล่า ที่บอกว่าเป็นหมาเชื่อง คงไม่เชื่องแล้ว แต่คงกลายเป็นหมาบ้าไปแล้ว”

 ส่วนการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงในวันที่ 26 มีนาคมนั้น นายสุเทพกล่าวว่า ยังไม่คาดการณ์อะไรทั้งสิ้น พรุ่งนี้ (26 มี.ค.) ตนก็มาทำงานตามปกติ ส่วนรัฐมนตรีคนอื่นๆ คงไปบังคับไม่ได้ แต่ก็ยังไม่มีใครบอกว่าจะลางาน

เสื้อแดงนัด10โมงเช้าก่อนล้อมทำเนียบ

 นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. กล่าวถึงการชุมนุมใหญ่ของ นปช.ในวันที่ 26 มีนาคมว่า เบื้องต้นก็จะเป็นไปตามกำหนดการเดิมคือ นัดรวมตัวกันที่ท้องสนามหลวงเวลา 10.00 น. ก่อนจะเคลื่อนขบวนไปยังทำเนียบรัฐบาลในเวลาประมาณ 11.00-12.00 น. จากนั้นจะปิดล้อมทำเนียบทุกด้าน และจะตั้งเวทีใหญ่สำหรับปราศรัย เพื่อปักหลักชุมนุมยืดเยื้อทันที อย่างไรก็ตาม ในช่วงค่ำของการชุมนุมจะขึ้นปราศรัยบนเวที โดยจะนำข้อมูลหลักฐานในประเด็นที่ พ.ต.ท.ทักษิณพูดผ่านวิดีโอลิงก์ก่อนหน้านี้ ซึ่งจะเป็นหลักฐานเกี่ยวกับกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 อาทิ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ อดีตนายกรัฐมนตรี และอาจจะกล่าวถึงกลุ่มบุคคลอื่นที่อยู่เบื้องหลังการดำเนินการของ พล.อ.สุรยุทธ์ในการยึดอำนาจด้วย

 ด้านนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช.กล่าวว่า หากกลุ่มเสื้อแดงสามารถปิดล้อมทำเนียบและจัดระบบการชุมนุมได้เป็นที่เรียบร้อย ก็จะประสานให้พ.ต.ท.ทักษิณพูดผ่านวิดีโอลิงก์ในคืนวันที่ 26 มีนาคม ทันที แต่หากไม่ทันก็จะเลื่อนไปในวันถัดไป ทั้งนี้ แกนนำได้สรุปยุทธศาสตร์การชุมนุมแล้วว่าจะให้พ.ต.ท.ทักษิณปราศรัยต่อเนื่องทุกคืนในเวลา 19.00-20.00 น. โดยไม่จำกัดเวลาตลอดการชุมนุม และจะทยอยเปิดตัวละครที่เกี่ยวข้องกับการทำลายล้าง พ.ต.ท.ทักษิณเพิ่มขึ้นด้วย

เสื้อแดง ตจว.ทยอยเข้ากรุงเทพฯ

 นายขวัญชัย สาราคำ ประธานชมรมคนรักอุดร เปิดเผยว่า สมาชิกชมรมคนรักอุดรกว่า 1,500 คน ทยอยเดินทางเข้า กทม. เพื่อร่วมชุมนุมที่ท้องสนามหลวงแล้ว โดยจะไปแบบกองทัพมด และยังเตรียมสำรองคนไว้เพื่อไปสับเปลี่ยนกับผู้ที่เดินทางเข้ากทม.ที่มีภารกิจหากมีการชุมนุมยืดเยื้อ มั่นใจว่าจะเกิดปรากฏการณ์แดงทั้งแผ่นดินแน่นอน

 ขณะที่แกนนำกลุ่มเสื้อแดงโคราช ในนามกลุ่มคนโคราชรักษ์ประชาธิปไตย นำโดย นางบุญชู เปียทอง และนายจักราวุธ  ไตรวัลลภ เปิดเผยว่า กลุ่มคนโคราชรักษ์ประชาธิปไตยได้จัดงานเลี้ยงระดมทุนจากสมาชิกโต๊ะละ 1,200 บาท คาดว่ากลุ่มเสื้อแดงโคราชจะเข้าร่วมชุมนุมประมาณ 200 คน จะแยกกันเดินทางไป และไม่สวมสื้อแดง เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกสกัด

 พ.ต.อ.ชูเกียรติ ด้วงชนะ แกนนำกลุ่มเสื้อแดง จ.ลพบุรี เปิดเผยว่า ได้ขอให้แกนนำแต่ละอำเภอจัดคนเข้าร่วมชุมนุมใน กทม. อำเภอละ 100 คน แต่แกนนำระดับอำเภอชี้แจงว่า มีผู้ที่จะร่วมในครั้งนี้อำเภอละ 150-200 คน ทั้ง 11 อำเภอ คาดว่าครั้งนี้เฉพาะ จ.ลพบุรี จะมีผู้เดินทางเข้ากรุงเทพฯ มากกว่า 2,000 คน

เพื่อไทยเข็นร่างพ.ร.บ.ปรองดองอีกรอบ

 นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ส.ส.ยโสธร พรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย นายประเกียรติ นาสิมมา ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย และนายสมชัย ฉัตรพัฒนศิริ ส.ส.นครราชสีมา พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา ร่วมกันแถลงภายหลังเข้ายื่นร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติ ที่จะเสนอต่อนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้บรรจุเป็นวาระเพื่อพิจารณาต่อไป

 นายพีรพันธุ์กล่าวว่า การยื่นร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว มี ส.ส.ลงชื่อจำนวน 149 คน ประกอบด้วย พรรคเพื่อไทย 143 คน พรรคชาติไทยพัฒนา 3 คน พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา 2 คน และพรรคเพื่อแผ่นดิน 1 คน ซึ่งสาระสำคัญในร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้จะเป็นไปเพื่อหวังให้เกิดความปรองดอง โดยจะพิจารณาการกระทำความผิดทางการเมืองที่เกิดขึ้นหลังจากการปฏิวัติรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 และเหตุการณ์ก่อนการปฏิวัติที่เกี่ยวเนื่องกัน โดยจะไม่เน้นยกโทษความผิดเฉพาะตัวบุคคล นอกจากนี้ยังรวมถึงกรณีที่กลุ่มพันธมิตรบุกยึดสนามบิน ก็จะพิจารณาให้มีอภัยโทษเช่นกัน

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มาตราสำคัญๆ ในร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ มีดังนี้ มาตรา 2 ระบุให้ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา และ มาตรา 3 เพื่อสร้างความปรองดองของคนในชาติ ให้นิรโทษกรรมบรรดาการกระทำ ผู้ถูกกระทำทั้งหลายของบุคคลใดๆ ซึ่งได้กระทำระหว่างวันที่ 19 กันยายน 2549 ถึงวันที่ 5 พฤษภาคม 2552 หรือการกระทำก่อนวันที่ 19 กันยายน 2549 ที่เกี่ยวเนื่อง ซึ่งได้รับผลร้ายจากองค์กรที่เกิดจากการปฏิรูปการปกครอง

 นายพีรพันธุ์กล่าวถึงกรณีมีการตั้งข้อสังเกตถึงเนื้อหาในร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติ มาตรา 3 ที่กำหนดให้นิรโทษกรรมระหว่างวันที่ 19 กันยายน 2549 ถึงวันที่ 5 พฤษภาคม 2552 ว่า เนื่องจากวันที่ 5 พฤษภาคม เป็นวันฉัตรมงคล ถือเป็นวันดีที่ควรมีการนิรโทษกรรม

 เมื่อถามว่า หมายความว่า การชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงอาจปิดเกมก่อนวันที่ 5 พฤษภาคม หรือไม่ นายพีรพันธุ์ กล่าวว่า ก็อาจเป็นไปได้ แต่ถ้าสถานการณ์ต่างๆ ยังขัดแย้งเลยวันที่ 5 พฤษภาคม 2552 และสภายังไม่พิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าว ก็ต้องเขียนเลื่อนวันสิ้นสุดการกระทำความผิดออกไป

 นายประเกียรติกล่าวว่า วันที่ 5 พฤษภาคม เป็นวันสำคัญ เพราะเป็นวันฉัตรมงคล จึงอยากให้ทุกคนได้ตระหนักเรื่องนี้ เพื่อหันหน้ามาปรองดองกัน

 เมื่อถามว่า ทำไมไม่กำหนดนิรโทษกรรมให้เลยเป็นวันที่ 12 สิงหาคม หรือ 5 ธันวาคม 2552 นายประเกียรติ กล่าวว่า ไม่อยากให้มันไกลกว่าช่วงนี้

วิปรัฐเชื่อเกมต่อรองยกเลิกการชุมนุม

 นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ประธานวิปรัฐบาล เปิดเผยว่า การบรรจุร่าง พ.ร.บ.ปรองดอง เป็นอำนาจของประธานสภา ส่วนจะหยิบยกร่างดังกล่าวมาพิจารณาในสภาหรือไม่ เป็นหน้าที่ของวิปรัฐบาลจะต้องดูเนื้อหาว่าร่างดังกล่าวเหมาะสมต่อสถานการณ์บ้านเมืองและนโยบายของรัฐบาลหรือไม่ อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าเป็นการหวังผลทางการเมืองที่ ส.ส.พรรคเพื่อไทยต้องการแสดงให้ พ.ต.ท.ทักษิณรู้ว่าทำเพื่อเขา อีกทั้งยังเป็นการเคลื่อนไหวสอดรับการเคลื่อนไหวของกลุ่มเสื้อแดงที่จะปิดล้อมทำเนียบรัฐบาล ในวันที่ 26 มีนาคม เพื่อกดดันรัฐบาลให้พิจารณาเรื่องนี้ เพื่อแลกกับการยกเลิกการชุมนุม

นักวิชาการชี้ส่อขัดรัฐธรรมนูญ

 นายสมคิด เลิศไพฑูรย์ คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวตั้งข้อสังเกตว่า ผู้เสนอร่างกฎหมายนี้ต้องการนิรโทษกรรมให้ พ.ต.ท.ทักษิณ นักการเมืองบ้าน 111 และบ้าน 109 รวมทั้งกลุ่มเสื้อเหลือง เสื้อแดง แต่ไม่แน่ใจว่าขณะนี้สังคมยอมรับหลักการนิรโทษกรรมหรือไม่ เพราะคนจำนวนหนึ่งยังต้องการให้ผู้ที่กระทำผิดต้องรับโทษ และการใช้พ.ร.บ.ซึ่งมีศักดิ์ต่ำกว่าจะไปล้างความผิดอันเกิดจากรัฐธรรมนูญ มาตรา 237 อาจจะเป็นการขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่

 นายไชยันต์ ไชยพร อาจารย์รัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า การเสนอร่างพ.ร.บ.ปรองดองแห่งชาติ เป็นเงื่อนไขในการต่อรองรัฐบาล โดยมีข้อต่อรองโดยการชุมนุมของคนเสื้อแดงในวันที่ 26 มีนาคม หากรัฐบาลปฏิเสธ กลุ่มเสื้อแดงก็ชุมนุมยืดเยื้อ แต่หากรัฐบาลยอมรับ อาจจะไม่มีการชุมนุมเลยก็ได้ ทั้งนี้ รัฐบาลจะต้องประเมินสถานการณ์การชุมนุมให้ดี เพราะการชุมนุมของคนเสื้อแดงส่อว่าจะทำให้เกิดจลาจล นองเลือด มีคนล้มตาย ตำรวจ ทหาร แบ่งเป็น 2 ฝ่าย อาจจะต้องรับข้อเสนอนี้ แต่หากรัฐบาลดูแล้วไม่รุนแรง ก็ไม่ควรอ่อนข้อให้

"ชัย"นัดถกปฏิรูป-ไม่หวั่นม็อบล้อมสภา

 นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการปฏิรูปการเมืองโดยสถาบันพระปกเกล้าว่า เรื่องนี้ได้หารือกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีแล้ว โดยในวันที่ 26 มีนาคม จะเชิญหัวหน้าพรรคการเมืองทุกพรรคมาหารือเรื่องดังกล่าว แต่ทั้งนี้คงไม่ได้หารือเฉพาะประเด็นการแก้รัฐธรรมนูญ แต่จะหารือในกรอบของการปฏิรูปการเมืองทุกองค์ประกอบ ซึ่งการหารือกับหัวหน้าพรรคครั้งนี้ ไม่เกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดง ปัญหาหลักที่ต้องหารือกันเพราะต้องการแก้ปัญหาบ้านเมือง

 "ส่วนเรื่องอื่นๆ นั้น เห็นว่าเป็นแค่เรื่องจิ๊บจ๊อย แต่ถ้ามีม็อบมาล้อมสภา ผมก็ขออยู่เฉยๆ อะไรจะเกิดขึ้นก็ต้องปล่อยให้เกิด" นายชัยกล่าว

ศาลรธน.แจ้งจับ"วิสาระดี"แล้ว

 นายเชาวนะ ไตรมาศ รองเลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ แถลงว่าได้รับมอบหมายจากนายไพบูลย์ วราหะไพฑูรย์ เลขาธิการศาลรัฐธรรมนูญ ให้เข้าแจ้งความที่ สน.พระราชวัง ให้ดำเนินคดี น.ส.วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ที่อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล และพาดพิงกล่าวหาศาลรัฐธรรมนูญ กลั่นแกล้งยุบพรรคพลังประชาชน ทำให้ศาลเสื่อมเสียชื่อเสียง และถูกดูหมิ่นเกลียดชัง ขณะที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญขณะนี้ยังไม่มีใครเอาผิดจากกรณีดังกล่าว จึงยังไม่มีการแจ้งความในข้อหาดูหมิ่นเจ้าพนักงาน

 "การดำเนินการครั้งนี้ไม่ได้ทำโดยไม่ได้คาดหมายว่าจะแสดงความอาฆาตมาดร้าย หรือถือโทษโกรธเคืองใดๆ แต่เป็นไปเพื่อพิทักษ์รักษาความศักดิ์สิทธิ์ขององค์กร และสถาบันศาลรัฐธรรมนูญ" รองเลขาธิการศาลรัฐธรรมนูญระบุ

 ด้าน น.ส.วิสาระดีกล่าวว่า ขอดูรายละเอียดในการยื่นฟ้องก่อน ซึ่งคงจะให้ฝ่ายกฎหมายของพรรคเข้ามาช่วยดูแลในเรื่องคดี อย่างไรก็ตามเรื่องที่อภิปรายในสภานั้น ส่วนตัวเห็นว่า ส.ส.หลายคนพูดถึงมาก่อนหน้านี้ จึงแปลกใจว่าเหตุใดเมื่อตนอภิปราย กลับจะมีการดำเนินคดี

 ส่วนที่มีกระแสข่าวว่า จะเข้าพิธีแต่งงานในปลายปีนั้น น.ส.วิสาระดีกล่าวว่า ขณะนี้ขอทำงานการเมืองไปก่อน เมื่อไหร่พร้อมค่อยคิด ขอดูเวลาอีกครั้ง ตอนนี้ผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายก็รับรู้แล้ว

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ น.ส.วิสาระดี หรือ "น้องยิ้ม” มีกระแสข่าวว่าจะเข้าพิธีแต่งงานกับนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย บุตรชายของนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ อดีตรองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน ที่ขณะนี้ถูกตัดสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี

กอ.รมน.ปัดใช้งบสลายเสื้อแดง

 พ.อ.ธนาธิป สว่างแสง โฆษก กอ.รมน. เปิดเผยว่างบประมาณที่ ครม.อนุมัติให้ กอ.รมน. จำนวน 1,000 ล้านบาท นั้น กอ.รมน.จะใช้ในภารกิจลงพื้นที่ตามหมู่บ้านทั่วประเทศ จำนวน 73,233 หมู่บ้าน 1,856 ชุมชน นอกจากนี้ยังลงไปประสานงานในพื้นที่ยากลำบาก โดยเฉพาะพื้นที่ตามแนวชายแดน โดยนำเรื่องปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่ออบรมชาวบ้านให้เข้าใจเพื่อที่จะมีพื้นฐานอาชีพอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ ยืนยันว่างบประมาณดังกล่าวไม่ได้มุ่งหวังที่จะไปสกัดกั้น หรือสลายกลุ่มคนเสื้อแดงตามที่เป็นข่าวแต่อย่างใด