ข่าว

“น้องปลื้ม”เริ่มงานผช.โฆษกฯวธ.ยันไม่กดดัน

“น้องปลื้ม”เริ่มงานผช.โฆษกฯวธ.ยันไม่กดดัน

10 ส.ค. 2553

“น้องปลื้ม” เผย ชอบงาน“ผช.โฆษกฯวธ.” ยัน ไม่เคยกดดัน ระบุ "พ่อชวน"อยากให้ออกมาหาประสบการณ์ข้างนอก แย้มความใน“นิพิฏฐ์” น่ารัก มีเมตตา ดีใจ ที่ให้โอกาสร่วมงาน หวังช่วยเหลือสังคม ลั่นพร้อมเดินตามรอย"คุณพ่อ”

(10ส.ค.) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุรบถ หลีกภัย ผู้ช่วยโฆษกกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวกรณีเข้าดำรงตำแหน่งผู้ช่วยโฆษกกระทรวงวัฒนธรรม ว่า เริ่มทำงานตั้งแต่เมื่อวานนี้ (9ส.ค.) แล้ว โดยนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รมวงวัฒนธรรม ชักชวนให้ไปอยู่ด้วย ก็รู้สึกดีใจ และได้ทำงานตามที่ชอบด้วย ซึ่งงานหลักๆที่รับผิดชอบ คือการโปรโมท เรื่องที่เกี่ยวกับกระทรวงวัฒนธรรมพร้อมกับจะมีการพูดคุยหารือเกี่ยวกับแนวการทำงานโดยจะมีทีมของตนที่จะเข้ามารับหน้าที่ ทำงานหลายๆอย่างด้วย

 ผู้ช่วยโฆษกกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวอีกว่า สำหรับสิ่งที่ตั้งใจในการทำงานตรงนี้ คือ เรื่องการทำความดีเกี่ยวกับการสนับสนุนความดีให้สังคมได้เห็น สังคมจะได้ดีขึ้น ประชาชนจะได้รู้ว่าการทำความดี ที่คนอื่นเห็นเป็นที่น่ายกย่อง รวมทั้ง เรื่องสิทธิส่วนบุคคล เกี่ยวกับสตรี การส่งเสริมคนดี ศิลปไทย ดนตรี ซึ่งเรื่องนี้ตนค่อนข้างศึกษามาและทำการบ้านมาเยอะ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม วันนี้ยังไม่ได้พบหรือคุยกับนายกรัฐมนตรีเลย

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ตำแหน่งดังกล่าวเป็นการปูทางในการเล่นการเมืองหรือไม่ นายสุรบถ กล่าวว่า จะต้องขอดูต่อไปก่อน สำหรับคำแนะนำของ คุณพ่อ(นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษรพรรคประชาธิปัตย์ ) คือ ช่วงแรกตนได้ไปฝึกงานกับคุณพ่ออยู่แล้ว ซึ่งท่านอยากจะให้มาลองทำงานประจำดู ก็เลยให้มาอยู่กับคุณอานิพิฏฐ์ที่กระทรวงดังกล่าว

 ผู้สื่อข่าวถามว่า คุณพ่อได้แนะนำวิธีการทำงานอย่างไรบ้าง ผู้ช่วยโฆษกกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า คุณพ่อให้เชื่อฟังพี่ๆ และคนในกระทรวงแล้ว เขาก็จะแนะนำการทำงานเอง ตอนนี้อยู่ในช่วงฝึกๆอยู่ สำหรับการวาดฝันทางการเมืองนั้น ตนต้องขอดูก่อนว่าจะสามารถไปได้ในทิศทางไหน แต่ว่าโดยพื้นฐานนั้น การเมืองถือว่าเป็นความถนัดอยู่แล้ว เพราะอยู่กับคุณพ่อมาตั้งแต่เด็กจึงมีความรู้พอสมควร

 ผู้สื่อข่าวถามว่า เดิมที่คิดไว้ว่าจะไปเป็นเลขานุการส่วนตัวของคุณพ่อ แต่ทำไมถึงเปลี่ยนทิศทาง นายสุรบถ กล่าวว่า เดิมทีเป็นเลขาฯของคุณพ่ออยู่แล้ว ซึ่งขณะนี้ก็ยังเป็นอยู่ แต่ว่าท่านอยากจะให้ลองหาประสบการณ์ข้างนอกดู โดยตนมีความสนใจกระทรวงวัฒนธรรมอยู่แล้ว

 ผู้สื่อข่าวถามว่า การเลือกตั้งครั้งหน้าจะลงสมัครหรือไม่ และตอนนี้อายุเท่าไหร่ ผู้ช่วยโฆษกกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวพร้อมหัวเราะว่า " ตอนนี้อายุ 22 ครับ เรื่องของเส้นทางการเมืองคงต้องรอดูต่อไปก่อน อย่างไรก็ตามคุณพ่อก็อยากจะให้ปลื้มลองอะไรหลายๆอย่าง เผื่อว่าจะได้เจอสิ่งที่ตัวเองชอบและถนัด แต่ที่อยากเข้ามาทำตรงนี้เพราะอยากทำเพื่อสังคม อยากเดินตามรอยคุณพ่อในรูปแบบของปลี้มที่ทำให้สังคมดีขึ้นกว่าเดิม คุณพ่อก็ไม่ได้ปิดกั้นอะไร ไม่ได้ขีดเส้นว่าต้องเล่นการเมืองนะ สมมุติว่าพ่อแม่เป็นหมอก็อยากให้ลูกเป็นหมอนั้นไม่ใช่ คุณพ่อค่อนข้องถือว่าปลื้มสนใจอะไรก็ทำในสิ่งนั้น

 ผู้สื่อข่าวถามว่า การเมืองก็คือประเด็นหลักที่ชอบใช่หรือไม่ นายสุรถ กล่าวว่า ถ้าให้ตอบว่าชอบ ก็คงตอบไม่ได้ แต่ถ้าถามว่าถนัดหรือเปล่าผมถนัดมาก มั่นใจว่าถนัดมาก

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ถูกกดดันหรือไม่ว่า คุณพ่อเป็นนักการเมืองที่ดังมากแล้ว คนจะต้องมาติดตามว่าน้องปลื้มต้องดังเท่ากันหรือไม่ หรืองานการเมืองเป็นอย่างไร ผู้ช่วยโฆษกกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า ไม่กดดัน เพราะตนตั้งใจว่าไม่เหมือนท่าน แต่ยังยึดถือแนวทางของท่านที่ทำทุกอย่างเพื่อประเทศชาติและประชาชน นั่นคือสิ่งที่ตนนับถือคุณพ่อ และถือว่าคุณพ่อเป็นไอดอลของผม แต่ถ้าผมไปทำอะไรทุกอย่างที่เป็นเหมือนท่านผมก็จะไม่เป็นตัวของผมเอง ซึ่งก็ต้องค่อยๆดูไปแต่ละเรื่อง

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ไม่ห่วงหรือว่าเป็นคนของประชาชนแล้วอาจจะถูกจับตามองเป็นพิเศษ นายสุรบถ หยุดคิดนิดหนึ่งแล้วกล่าวว่า ถ้าให้พูดตรงก็ชินแล้วเรื่องจับตามองเรียกว่าทำอะไรไม่ค่อยๆได้มาตั้งแต่เด็กแล้ว เพราะมีคนมองมาตลอด แต่ปลื้มถือว่าขอแค่ไม่ทำอะไรที่ไปเดือดร้อนคนอื่นปลื้มก็ไม่แคร์แล้วเพราะปลื้มถือว่าเป็นคนธรรมดาคนหนึ่งไม่ได้พิเศษกว่าคนอื่น แถมคุณพ่อยังสอนปลื้มให้ทำยิ่งกว่าคนธรรมดา เช่น พ่อบอกว่าถ้าคนอื่นติดดิน ปลื้มก็เลยต้องลงไปคลุกดิน ปลื้มก็เลยรู้สึกว่าไม่ต้องมาคอยระวังตัวเองว่า ฉันต้องปลอมตัวต้องเป็นเซเลปโน่นนี้นั่น ขอแค่ปลื้มไม่ได้ทำอะไรผิดและปลื้มก็มั่นใจว่าไม่ได้ไปสร้างความเดือดร้อนให้ใคร ก็เลยสามารถเดินในสังคมได้

 ผู้สื่อข่าวถามว่า คุณพ่อให้คติสอนใจอะไรหรือไม่ นายสุรบถ กล่าวว่า คติครอบคลุมเลยครับ คือ เป็นคนดี เพราะถ้าเราเป็นคนดีได้ทุกอย่างก็จะให้ผลที่ออกมาดี คุณพ่อพูดแค่นี้ปลื้มก็เข้าใจว่าฟังดูง่ายๆแต่ครอบคลุมทั้งหมด

 ผู้สื่อข่าวถามว่า เราอายุยังน้อยต้องมาทำงานกับข้าราชการที่อายุมากกว่า รู้สึกกดดันหรือไม่ ผู้ช่วยโฆษกกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า ไม่ครับ สำหรับปลื้มการทำงานไม่ใช่เรื่องของอายุ แต่เป็นเรื่องของประสบการณ์ เราสามารถถามประสบการณ์จากผู้ที่ทำงานมาก่อนเรา มาอยู่ตรงนี้รมว.วัฒนธรรมก็ไม่ดุ ท่านน่ารักมากทำงานกับท่านๆก็เมตตาก็ดีใจที่ได้ทำงานกับท่าน

 ผู้สื่อข่าวถามว่า คุณแม่แนะนำว่าอย่างไรบ้างในการเข้ามาทำงานตรงนี้ ผู้ช่วยโฆษกกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า คุณแม่ ( นางภักดิพร สุจริตกุล ) ก็แนะนำเหมือนคุณพ่อคือให้เชื่อฟังผู้ใหญ่ ท่านก็เป็นห่วงว่าการเมืองเดี๋ยวนี้ก็ค่อนข้างรุนแรง แต่ในความไม่เป็นห่วงคือค่อนข้างจะเชื่อใจว่าปลื้มจะทำได้

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ใกล้ถึงวันแม่แล้วตั้งใจจะพาคุณแม่ไปเที่ยวที่ไหรหรือไม่ นายสุรบถ กล่าวว่า ปลื้มถือว่าวันแม่เป็นวันมหามงคล ไม่จำเป็นว่าเราจะต้องเลือกวันที่ทำดีกับแม่ ไม่ใช่เฉพาะวันเทศกาลปีใหม่ วันเกิดที่ต้องพาไปทานข้าว หรือซื้อของให้พูดดีๆ กับปลื้มถือว่าไมใช่แต่ถือว่า ณ เวลาที่มีโอกาสอยากทำอะไรกับท่าน ท่านอยากทานอะไรก็ซื้อ อยากไปไหนพาไป ท่านอยากได้ยินอะไรจากเรา ท่านอยากให้เราทำอะไรก็ทำ เพราะปลื้มถือว่าชีวิตเราไม่แน่ไม่นอน อย่ามากั๊กรอว่ารอวันนั้นดีกว่าค่อยให้ รอวันโน้นดีกว่าค่อยไป ปลื้มรู้สึกว่าถ้าแล้ววันหนึ่งถ้ามีอะไรที่ไม่แน่นอนเกิดขึ้น แล้วจะเสียใจไปตลอดชีวิตปลื้มก็เลยถือคติว่าอยากทำอะไรทำเลย