ข่าว

ห่วงรถเมล์เอ็นจีวีผลประโยชน์เยอะครม.ตีกลับ

ห่วงรถเมล์เอ็นจีวีผลประโยชน์เยอะครม.ตีกลับ

11 ส.ค. 2553

ครม.ตีกลับรถเมล์ NGV 4,000 คัน ให้ไปพิจารณาใหม่ "ศุภชัย" เผย ที่ประชุมสงสัย 3 ประเด็น 1.การเออร์รีรีไทร์พนักงานขสมก. 2. กรณีรถร่วมขสมก. และ 3.กรณีการจัดการกับรถเมล์ฟรี 800 คัน

(10ส.ค.) รายงานข่าวแจ้งว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรียังไม่อนุมัติโครงการเช่ารถเมล์ NGV 4,000 คันของกระทรวงคมนาคม โดยให้กลับไปพิจารณาใหม่ ในหลายประเด็น อาทิ เออรี่รีไทม์ พนักงานขสมก. ที่ยังทำไม่ได้ตามเป้า และแผนการฟื้นฟูของ ขสมก. เป็นต้น

 นายศุภชัย ใจสมุทร รองโฆษกคณะรัฐมนตรี กล่าวหลังประชุมครม.ถึงการพิจารณาโครงการเช่ารถเมล์ เอ็นจีวี 4,000 คัน ว่า ที่ประชุมครม.ยังมีความสงสัยในโครงการในชการเช่านรถเมล์ 4,000 คัน ใน 3 ประเด็น 1. การเออร์รีรีไทร์พนักงานขสมก. 2. กรณีรถร่วมขสมก. และ 3.กรณีการจัดการกับรถเมล์ฟรี 800 คัน

 ก่อนหน้านั้น นายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม กล่าวก่อนเข้าประชุมคณะรัฐมนตรี ว่า เลขาธิการครม.จะเสนอโครงการเช่ารถเมล์เอ็นจีวี 4 พันคันให้ครม.อนุมัติ ส่วนตนจะเป็นผู้ชี้แจงเพราะเห็นว่าเป็นโครงการที่ดีก็ต้องผลักดันต่อไป จริง ๆ ครม.เห็นชอบโครงการนี้ไปแล้วแต่ให้คณะกรรมการไปศึกษาสองเรื่องคือดูสองเรื่องคือเรื่องราคาและความโปร่งใสของทีโออาร์ เมื่อได้ข้อสรุปตนได้เสนอไปเมื่อ 3 สัปดาห์ที่ผ่านมาวันนี้บรรจุในวาระไม่ใช่เรื่องที่ผมรีบเร่งทำให้เป็นเรื่องพิเศษพิสดาร

 ทั้งนี้ยืนยันว่าไม่ถอดใจที่จะผลักดันโครงการนี้ต่อไป เพราะเป็นโครงการที่ดีเป็นครั้งแรกที่ครม.ตั้งกรรมการไปดูเรื่องความโปร่งใส ราคา ตรวจสอบทีโออาร์ ตนไม่เคยกลัวเสียหน้าใครมีข้อเสนอแนะดี ๆ ก็ยินดีปรับปรุงจนได้ราคาต่ำสุด ราคากลางที่เขาไปดู ปรากฎว่าแพงกว่าที่เราเสนอด้วยซ้ำ และเราทำสองสัญญา

 นายโสภณ กล่าวว่า หากครม.ไม่อนุมัติไม่มีผลกระทบความสัมพันธ์ภายในพรรคร่วมรัฐบาล แต่มีผลอย่างเดียวคือรถเมล์เจ๊ง เมื่อถึงปี 2555 ก็จะมีมีหนี้แสนกว่าล้านบาท ทุกวันนี้รถเมล์ขาดทุนวันละห้าพันถึงหกพันบาทต่อวันต่อคัน จะทำอย่างไร หรือจะอยู่ตามยถากรรม คนกทม.จะอยู่ตามยถากรรม เลือดไหลออกทุกวัน เราจะทำอย่างไร ตนมาเป็นรมต.ก็ต้องทำสิ่งที่เป็นประโยชน์มันไม่ได้กำไรซักบาทมีเงินจ่ายค่าแก๊ส คนกรุงได้นั่งรถที่มีคุณภาพ

 “ ค่าเช่าที่ว่าแพงเกินไปปรากฎว่าคณะกรรมการกลางไปดูพบว่าแพงกว่าที่ผมเสนอเขาไปทำราคามา 4.5 พัน แต่ราคาผม 3.3 พัน คนไปปรุงแต่งเอาเองว่ามันแพง โครงการนี้มันถูกป้ายจนมืดมัวดำไปหมด ไม่เอาข้อเท็จจริงมาพูด ยอมรับว่าการเสนอครั้งแรกแพงเกินไปเพราะข้อมูลไม่ครบถ้วน แต่เราก็ปรับลง แต่มันแพงตามดอกเบี้ยทีโออาร์ ไม่ใช่ว่าอยู่ดีๆมั่วราคามา ”

 ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีการเชิญผู้ที่ต่อต้านโครงการนี้มาดีเบตหรือไม่ นายโสภณ กล่าวว่า ไม่จำเป็นต้องดีเบต ไม่เช่นนั้นต่อไปประเทศทำอะไรต้องดีเบตทั้งหมด ถ้าจะคัดค้านอะไรก็ต้องเสนอมาว่าคัดค้านเรื่องอะไร   ใครมีหน้าที่อะไรก็ทำตามกฎหมาย ผมทำตามกฎหมาย  

 เมื่อถามว่า หากอนุมัติวันนี้คนกทม.จะสามารถจัดหารถเมล์มาได้เมื่อไหร่ นายโสภณ กล่าวว่า หลังจากครม.อนุมัติต้องมีขั้นตอนตามกฎหมายใช้เวลาอย่างน้อย 15 เดือน ถึง 2 ปีรถเมล์จึงจะวิ่งได้แต่หากไม่อนุมัติคนกทม.ก็จะต้องทนทุกข์ทรมาน และราคาเช่ารถเมล์อีก 2 ปีข้างหน้าจะแพงขึ้นกว่าปัจจุบัน  

 เมื่อถามถึงการเออรี่รีไทร์พนักงานของขสมก. 6 พันคนตามเงื่อนไขของครม.นายโสภณ กล่าวว่า ขณะนี้เหลือพนักงานอีก 2 พันคนที่ยังไม่เข้า โครงการเออรี่ แต่ตนสามารถอธิบายได้ว่าจะให้คนเหล่านี้ไปทำอะไร ไม่ใช่ 2 พันคนนี้จะไม่เออรี่ แต่ถ้าตนโกหก ตอแหล ก็สามารถใส่ชื่อมาครบทั้ง 6 พัน ถามว่าจะตรวจสอบอย่างไร เพราะพนักงานมีสิทธิจะถอนเออรี่ตลอดเวลา ดังนั้นคนที่ตนใส่ชื่อมานั้นพร้อมจะออกร้อยเปอร์เซนต์ ส่วนที่ 50 เปอร์เซนต์ตนไม่ใส่ชื่อมา

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากให้สัมภาษณ์นายโสภณ ได้เดินไปรับดอกไม้จากตัวแทนคนพิการที่เดินทางมาให้กำลังใน พร้อมยื่นหนังสือขอบคุณที่นายโสภณที่ทำทางขึ้นรถประจำทางสำหรับคนพิการ และสนับสนุนรถเมล์เอ็นจีวี 4 พัน   คัน ที่นายโสภณเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีในวันนี้ ซึ่งนายโสภณ ระบุว่า อย่าฝากความหวังไว้ที่ตน ให้ฝากไว้ที่ 35 คน พร้อมไปชี้มือไปที่ตึกประชุม

ห่วงรถเมล์เอ็นจีวีผลประโยชน์เยอะครม.ตีกลับ

เมื่อเวลา 14.00 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงผลการประชุมครม. ที่ทำเนียบรัฐบาลว่า ครม.ได้พิจารณาแผนปรับปรุงการบริหารจัดการและบริหารระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพฯ ขององค์กรขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ในส่วนที่เป็นเงื่อนไขที่จะเดินหน้าโครงการนี้ได้ก็จะต้องให้มั่นใจว่าจะ เป็นโครงการที่ไม่ทำให้ ขสมก.ขาดทุนหรือลดการขาดทุนได้ ซึ่งมีอย่างน้อย 3 ประเด็นที่ยังเป็นปัญหาที่การประเมินตัวเลขยังไม่ตรงกันคือ

 1. ปัญหาเรื่องพนักงาน เพราะโครงการนี้ตั้งใจจะลดต้นทุนจากการใช้คน คือ จะเปลี่ยนจากพนักงานมาเป็นตั๋วอีเล็กทรอนิกส์ แต่แผนการจะให้พนักงานเกษียณอายุก่อนกำหนดนั้นมีความชัดเจนอยู่ประมาณ 2700 คน ที่มีความชัดเจน แต่ยังมีพนักงานอีก 2000-3000 คนนั้นยังไม่ชัดเจนว่าแผนจะเป็นอย่างไร 2. ครม.ได้มอบหมายให้กระทรวงการคลังไปดูเรื่องรถเมล์ฟรี ที่วิ่งอยู่ประมาณ 800 คัน ซึ่งหลังจากเดือนธันวาคมไปจะมีการตัดสินว่าจะเดินหน้าไปในรูปแบบไหนอย่างไร ซึ่งการที่มีรถเมล์ฟรีวิ่งในระบบเดิมจะมีผลกับการประเมินตัวเลขเกี่ยวกับผู้โดยสารและรายได้ จึงต้องเอาเรื่องนี้ไปพิจารณารวมกันว่าจะกระทบกับรายได้ของโครงการหรือไม่ และ 3. กรณีรถเอกชนร่วมบริการ ที่เป็นเรื่องใหม่และได้เสนอเข้ามาใน ครม.ว่าจะใช้รูปแบบของการจ้างวิ่งอีกจำนวนหนึ่งด้วย

 นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า สำหรับเรื่องอู่และสถานีแก๊สนั้นมีความชัดเจนแล้วว่าแผนจำนวนสถานีและจำนวน อยู่ แต่ก็ยังต้องดูรายละเอียดเรื่องงบประมาณที่จะใช้ และในส่วนของคณะกรรมการที่จะพิจารณาเรื่องราคาแล้วรายงานเข้ามาอีก ซึ่งทั้งหมดจะต้องไปดูให้โครงการมีความชัดเจนและความเป็นไปได้ โดย ครม.ได้มอบหมายให้นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี เป็นหัวหน้าคณะทำงานในการพิจารณา

 เมื่อถามว่าโครงการนี้ต้องทบทวนหลายรอบเพราะอะไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า โครงการนี้มีหลักคิดอยู่ว่า ขสมก.จะไม่ไปซื้อรถแล้วต้องมาดูแลรถ แต่จะเช่ารถเพื่อลดต้นทุน และรถเมล์ใหม่จะเป็นระบบเอ็นจีวี เพื่อประหยัดพลังงงานและแก้ปัญหามลพิษ รวมทั้งลดต้นทุนด้านบุคลากรเพราะจะใช้ตั๋วอีเล็กทรอนิกส์ และนำไปสู่การปรับปรุงระบบเส้นทางการเดินรถและการจัดเก็บค่าโดยสาร ซึ่งหลักการตรงนี้ ครม.เห็นว่าเป็นแนวทางที่เป็นรูปธรรม แต่การจะแก้ไขปัญหาได้เป็นรูปธรรมก็ต้องมีการประเมินตัวเลขที่ชัดเจน เพราะถ้าพนักงานไม่ได้เกษียณอายุไปและยังจ้างอยู่ ก็ยังมีภาระเรื่องพนักงานเหมือนเดิม โครงการก็จะเดินไม่ได้ แต่ถ้ามีแผนการรองรับที่ชัดเจนว่าการลดต้นทุนเป็นอย่างไรและการเข้ามาวิ่ง โดยมีรถเอกชนและรถเมล์ฟรีอยู่แล้วจะเป็นอย่างไร หากทำแล้วทำให้ ขสมก.ลดภาวะการขาดทุนและมีผลประกอบการที่ดีขึ้นก็เดินหน้า

 เมื่อถามว่ามีการวิจารณ์กันมากว่าโครงการนี้มีผลประโยชน์เข้าไปเกี่ยวข้องจำนวน มาก นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “ ตรงนี้คือหัวใจที่คณะทำงานจะต้องไปดู คือแทนที่จะใช้ความเห็นว่าโครงการนี้คุ้มค่าหรือไม่คุ้มค่าก็ต้องเอาตัวเลข ทั้งหมดมาดูและขณะนี้ตัวเลขยังไม่ตรงกัน อาทิ ตัวเลขผู้โดยสารขณะนี้มีเท่าไร และหากมีรถเมล์ฟรีอยู่ตัวเลขจะเป็นเท่าไร แล้วถ้าคุ้มค้าเราก็ทำ แต่ถ้าไม่คุ้มค่าก็ไม่ทำ ” เมื่อถามว่า การมอบหมายให้นายไตรรงค์ ไปพิจารณาจะได้คำตอบหรือไม่ว่าจะดำเนินการโครงการต่อหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เราจะตัดสินใจได้เมื่อตัวเลขต่างๆมีความชัดเจนว่าคุ้มค้าและทำให้ต่อไปนี้ รัฐบาลเองมีภาระอุดหนุนภาวะการขาดทุนของ ขสมก. ไม่จบไม่สิ้นและบริการก็ต้องดีขึ้น ทั้งหมดจะพันกันอยู่แค่ 2-3 ปัจจัย

 “ ครม.มี เป้าหมายเดียวคือลดการขาดทุนของ ขสมก.และปรับปรุงระบบการบริการ หากตัวเลขออกมาแล้วไม่เป็นตามนี้ ก็ต้องไปหาวิธีการอื่น เพราะที่มาของโครงการนี้คือจะปรับโครงสร้างหรือระบบของ ขสมก. ” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

 เมื่อถามว่า โครงการนี้พรรคภูมิใจไทยเป็นผู้ผลักดันจึงไม่สามารถผ่านการพิจารณาของ ครม.ได้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “ อีกฝ่ายหนึ่งก็บอกว่าเพราะเป็นของเขาหรือเปล่ามันถึงไม่ผ่านสักที ซึ่งทั้งหมดมันอยู่ที่ข้อเท็จจริง คือโครงการนี้เป็นโครงการเก่า มีการถกเถียงกันเรื่องเช่าหรือซื้อ เราก็ให้ไปหาข้อยุติมา พร้อมกันไปเพื่อให้โครงการเป็นไปได้เรื่องลดการขาดทุน จึงมีเรื่องการตั้งอู่และการเกษียณอายุพนักงาน ซึ่งเรื่อองของอู่นั้นถือว่าลดตุ้นทุนไปได้เยอะและเป็นที่น่าพอใจ แต่ก็ต้องไปดูในรายละเอียดกันอีกครั้งในเรื่องของสัญญา แต่ในเรื่องของพนักงานนั้นยังไม่สามารถทำตามเงื่อนไขที่ ครม.กำหนดไปได้ ก็ต้องพิจารณากันว่าจะเป็นอย่างไร ”

 เมื่อถามว่าจะทำให้ภายในพรรคร่วมรัฐบาลกระเพื่อมหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า มันเป็นเรื่องของความเป็นไปได้ของโครงการ ซึ่งไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องการเมือง ส่วนว่าคณะกรรมการชุดนายไตรรงค์จะพิจารณาแล้วเสร็จเมื่อไรนั้นก็จะมีการเร่ง รัด เพราะเรื่องนี้ใช้เวลามานานแล้ว แต่ทั้งหมดต้องพร้อม การจะมาคาดคั้นว่าจะต้องพิจารณาภายในกี่วันนั้นก็ต้องขึ้นอยู่กับคณะกรรมการ ด้วยว่ามีข้อมูลพร้อมหรือไม่ และต้องไปตรวจสอบ อาทิ สมมติเรื่องผู้โดยสารที่ยังไม่ตรงกันระหว่างกระทรวงคมนาคม กับสถาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติและหน่วยงานต่างๆ

 เมื่อถามว่ามีปัญหาภายในพรรคร่วมรัฐบาลมาร่วมในการพิจารณาโครงการนี้หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “ ไม่มี เพราะเราพูดกันอย่างเดียวว่าตกลงเราอยากจะปฏิรูปรถเมล์หรือไม่ ก็เห็นตรงกันว่ามันต้องมีการเปลี่ยนแปลง เพราะถ้าไม่มีการเปลี่ยนแปลงภาวะการขาดทุนก็จะยืดเยื้อ บริการที่เป็นอยู่ก็จะไม่มีเท่าที่ควร แต่เมื่อจะปฏิรูปก็ต้องมีความชัดเจนว่าจะดีขึ้นและคุ้มค่า ซึ่งเป็นรายละเอียดที่จะต้องไปดู โดยมีปัจจัยที่เพิ่มเข้ามาจากครั้งก่อน อย่างเรื่องรถเมล์ฟรี 800 คัน และเรื่องของรถเอกชนร่วมบริการ ที่มีความขัดแย้งกันอยู่ว่า หากดำเนินการโครงการแล้วรถเอกชนร่วมบริการก็จะร้องเรียนเข้ามา ซึ่งมีปัญหากันอยู่ และในที่สุดคือการเกษียณอายุพนักงานก่อนกำหนดไม่น่าจะทำได้ตามที่เคยกำหนด เป้าหมายเอาไว้

แกนนำ40ส.ว.จี้รัฐยกเลิกโครงการอย่าแค่ตีกลับ 

 นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ว.สรรหา ประธานอนุกรรมาธิการส่งเสริมภาคประชาชนป้องกันการทุจริตและตรวจสอบภาครัฐ วุฒิสภา แถลงว่า กรณีที่ครม.ตีกลับโครงการเช้ารถเมล์เอ็นจีวี 4 พันคัน ว่า แม้จะตีกลับให้ไปพิจารณาศึกษาใหม่ แต่ตนก็ยังเป็นห่วง เพราะรมว.คมนาคมอาจอ้างความเดือดร้อนของประชาชนว่ายังมีความจำเป็นไม่มีรถเมล์ใช้ แล้วจะนำเรื่องกลับมาพิจารณาใหม่ ดังนั้นรัฐบาลน่าจะชัดเจนโดยยกเลิกโครงการไปเลย แล้วหาวิธีการอื่นเพื่อแก้ไขปัญหาขาดทุนของ ขสมก. โดยเปิดให้เอกชนรับสัมปทานเส้นทาง โดยรัฐควบคุมดูแลให้เป็นไปตามนโยบาย รวมทั้งปรับรถเมล์ที่มีอยู่โดยใช้ก๊าซเอ็นจีวีเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย อย่างไรก็ตามการตีกลับแล้วนำไปทบทวนรายละเอียดแล้วนำกลับมาพิจารณาใหม่ ตนไม่เห็นด้วย เพราะเป็นแค่การซื้อเวลา ปัญหาไม่ได้รับการแก้ไข