ข่าว

บทบาทญี่ปุ่นในเอเชีย : รุ่งหรือร่วง?

บทบาทญี่ปุ่นในเอเชีย : รุ่งหรือร่วง?

10 ส.ค. 2553

หลังสงครามโลกครั้งที่สอง ญี่ปุ่นเป็นประเทศเอเชียชั้นนำทางด้านเศรษฐกิจและได้ครองแชมป์ในฐานะเป็นยักษ์ใหญ่ในตำแหน่งนี้มาตลอด ความคิดที่ว่าประเทศอื่นจะเข้าแทนที่นั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้ อยู่ๆ ประเทศจีนกำลังจะเข้ามาเสียบ การพัฒนาเศรษฐกิจจีนที่ผ่านมา 30 ปีเป็นไปอ

 ความรู้สึกที่ว่าญี่ปุ่นไม่ได้อยู่ในอันดับสอง ทำให้ผู้นำญี่ปุ่นรู้สึกขาดความมั่นใจ ตลอดเวลา 40 กว่าปีที่ผ่านมา ญี่ปุ่นเป็นผู้ให้และเป็นตัวส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจของเอเชียทั้งหมด รวมทั้งจีนด้วย ฉะนั้นเวลานี้ผู้นำญี่ปุ่นกำลังค้นหาบทบาทตัวเองใหญ่ที่มีพื้นที่แคบลงเยอะ เนื่องจากมีจีนเข้ามาแย่งพื้นที่ในเวทีการเมืองโลก

 ที่น่าสนใจคือบทบาทญี่ปุ่นในอดีต ส่วนใหญ่แล้วเป็นเรื่องเกี่ยวกับความร่วมมือเศรษฐกิจล้วนๆแต่เพียงอย่างเดียว ไม่มีอย่างอื่นเข้ามาเกี่ยว ไม่เหมือนกับสัมพันธ์จีนกับภูมิภาคมีทางด้านการเมืองและความมั่นคงผสมผสานอยู่ด้วย

 ในทศวรรษนี้ การเปลี่ยนแปลงสภาพยุทธศาสตร์ของเอเชียและในภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ก็มีอย่างต่อเนื่อง และค่อนข้างรวดเร็วในสองปีนี้หลังวิกฤติการเงินโลก บทบาททั้งจีนและอินเดียนั้น กำลังเป็นที่กล่าวขวัญกันมากในบริบทของเอเชียและแผนภายภาคหน้าในภูมิภาคนี้ จนบางครั้งมีคนทำนายว่าทั้งจีนและอินเดียจะบดบังบทบาทญี่ปุ่นที่ได้ทำมาเป็นเวลาช้านาน

 เอาเข้าจริง จะเอาจีนและอินเดียมาเทียบกับญี่ปุ่นไม่ได้เพราะเศรษฐกิจและความช่วยเหลือ ญี่ปุ่นเป็นระบบและมีการวางแผนมาเป็นเวลานาน สังเกตให้ดีทั้งจีนและอินเดียยังขาดความเป็นสากลในเรื่องการให้ความช่วยเหลือต่างประเทศ ทั้งสองประเทศมักจะช่วยเพื่อสร้างเครือข่ายประเทศด้อยพัฒนา

 ในช่วงห้าปีที่ผ่านมา การเมืองญี่ปุ่นค่อนข้างวุ่นวาย คือ มีการเปลี่ยนแปลงผู้นำญี่ปุ่นบ่อยมาก ทำให้ความสนใจของญี่ปุ่นขาดช่วงไปเพราะแต่รัฐบาลมีภารกิจ รวมทั้งสัญญาประชาคมที่แตกต่างกัน อีกอย่าง มันแสดงให้เห็นถึงการเมืองใหม่ที่กำลังก่อตัวขึ้นมา

 คนญี่ปุ่นรุ่นใหม่กำลังเรียกร้องให้การเมืองสะอาดและมีความโปร่งใสมากขึ้น ตัวอย่างเช่น พรรคเสรีประชาธิปไตยได้ครองอำนาจมาเป็นเวลาเกือบห้าทศวรรษอย่างต่อเนื่อง ทำให้คนญี่ปุ่นเบื่อหน่าย อยากเห็นการเมืองขั้วใหม่ จนกระทั่งปีที่แล้วพรรคฝ่ายค้านคือพรรคประชาธิปไตยแห่งญี่ปุ่นได้ชนะการเลือกตั้งอย่างท่วมท้น ได้โอกาสเข้ามาเป็นรัฐบาล

 คนญี่ปุ่นทั่วไปทั้งดีใจและตกใจ คิดว่าผู้นำกลุ่มใหม่ควรมีโอกาสเข้ามาบริหารบ้านเมืองในตอนนี้ บางทีบ้านเมืองอาจจะดีขึ้น แต่ในใจก็กล้าๆ กลัวๆ เหมือนกันว่ารัฐบาลหน้าใหม่ไม่มีประสบการณ์ทางด้านบริหารเศรษฐกิจหรือบริหารสายสัมพันธ์กับพันธมิตรอย่างสหรัฐอเมริกา ในช่วงที่ผ่านมาก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ นโยบายหลายๆ เรื่องรัฐบาลของอดีตนายกรัฐมนตรียูกิโอะ ฮาโตยามะ เสนอมานั้นไม่สามารถนำมาปฏิบัติได้ จนเจ้าตัวต้องชิงลาออกจากตำแหน่งเสียก่อนเมื่อไม่นานมานี้

 การเมืองไม่นิ่งของญี่ปุ่นส่งผลโดยตรงมายังนโยบายญี่ปุ่นต่ออาเซียน ในอดีตนโยบายเหล่านี้ไม่มีใครท้าทายแม้แต่น้อย เป็นที่ยอมรับกันโดยดี แต่ในช่วงหลังผู้นำญี่ปุ่นรู้สึกขาดความมั่นใจ เพราะอาเซียนมุ่งไปที่จีนมากกว่า ทำให้ญี่ปุ่นรู้สึกน้อยใจ และเห็นว่านโยบายต่อภูมิภาคเริ่มมีปัญหา

 ในขณะนี้นักวิชาการญี่ปุ่นบางคนคิดว่าถึงเวลาแล้ว ญี่ปุ่นต้องขยายขอบเขตความร่วมมือกับประเทศในภูมิภาค ที่นอกเหนือภาคเศรษฐกิจหรือธุรกิจ พูดง่ายต้องมีมิติอื่นเข้ามาด้วยโดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้านภาคประชาสังคมและความมั่นคง

 ในปัจจุบันรัฐบาลญี่ปุ่นได้เพิ่มบทบาทมากขึ้นทางด้านความมั่นคง แต่ไปมุ่งที่ภูมิภาคอื่นเช่นในตะวันออกกลาง ที่อิรัก และในเอเชียตะวันตก ในอัฟกานิสถาน เสถียรภาพในประเทศเหล่านี้สำคัญมากเพราะเกี่ยวโยงต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของญี่ปุ่นโดยตรง และมันยังเป็นความรับผิดชอบในระดับหนึ่งในฐานะที่เป็นพันธมิตรกับสหรัฐอเมริกา

 ญี่ปุ่นต้องทบทวนสัมพันธ์กับอาเซียนแบบบูรณการและพยายามหาช่องทางใหม่ๆ ในการพัฒนาความร่วมมือทางเชิงสร้างสรรค์มากขึ้นกว่าเดิม มันเป็นวิธีเดียวจะแข่งกับจีนกับอินเดีย