
ข้อเสนอเล็กๆในการพิจารณาการตั้งจังหวัดใหม่
เรื่องราวการจัดตั้งจังหวัดใหม่นั้นคงเป็นเรื่องที่น่าฉลองเป็นอย่างยิ่งหากดูตามข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ต่างๆ
ไม่ว่าจะเรื่องการทำประชามติที่มีผู้เสนอให้มีการแยกจังหวัด รวมไปถึงคำยืนยันในโอกาสทางเศรษฐกิจที่สดใสของบรรดานักธุรกิจ จ.หนองคาย
เหตุผลสำคัญที่มีการนำเสนอก็คือ จะมีงบประมาณจังหวัดมาลงในพื้นที่ใหม่ จะมีการตั้งตัวแทนระดับจังหวัดในพื้นที่บึงกาฬมากขึ้น
จะว่าไปแล้ว เรื่องที่เราควรพิจารณาแต่สื่อไม่มีความเข้าใจนั้นมีอีกมาก ดังนั้นสิ่งที่เราเจอก็คือ การมองแต่มุมว่าจะมีโควตา ส.ส.มากขึ้น หรือเป็นเรื่องของการแก้เคล็ดของประเทศ
กล่าวโดยรวมแล้ว ภาพที่สวยงามของการตั้งจังหวัดใหม่ก็คือ ราชการก็มีความสุขเพราะมีงบและมีตำแหน่งใหม่ นักการเมืองก็พอใจเพราะมีตำแหน่ง ส.ส. ส.ว. และมีองค์กรปกครองท้องถิ่นใหม่ โดยเฉพาะ อบจ. (ส่วนเทศบาลและอบต.นั้นมีเท่าเดิม)
ส่วนนักธุรกิจก็เชื่อว่าการค้าขายจะเติบโตขึ้น
ข้อมูลและปฏิบัติการในอดีตของการปกครองแบบภูมิภาค และการเมืองแบบเจ้าพ่อนั้นล้วนส่งเสริมให้เกิดการขยายตัวของจังหวัดมากขึ้นเรื่อยๆ เช่นนี้แล้วประชาชนก็เชื่อว่าตนจะได้รับประโยชน์จากงบประมาณจากส่วนกลาง
แต่ถ้าเราไม่ได้มองโดยใช้หลักการบริหารราชการแผ่นดินแบบภูมิภาคอย่างเดียว แต่ใช้หลักของการวางแผนภูมิภาค และการวิเคราะห์แบบภูมิภาค (regional planning and regional analysis) เข้ามาพิจารณาร่วมกับการวางแผนนครหลวง (metropolitan planning) สิ่งที่เราคิดว่าเป็นเรื่องของความสดใสอาจจะต้องถูกพิจารณาในหลายด้านมากกว่าเดิม
เพราะคำว่าภูมิภาคนั้น ไม่จำเป็นจะต้องหมายถึง "สาขา" ของส่วนกลาง ตามหลักการแบ่งอำนาจที่เป็นแกนของการบริหารราชการแผ่นดินแบบภูมิภาคของเรา ที่เรียกอีกอย่างว่าจังหวัดนิยม (regional administration as provincial administration) แต่หมายถึงการทำความเข้าใจ "แกนกลาง" ของพื้นที่ที่เป็นศูนย์กลางความเจริญ (regional core)
ภูมิภาคในฐานแกนกลางนี้มีลักษณะสำคัญ เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่เป็นศูนย์กลางจริงของภูมิภาค ที่ไม่จำเป็นจะต้องใช้มุมมองของราชการเป็นฐาน โดยเฉพาะมุมมองของกรมการปกครอง และกระทรวงมหาดไทย ที่ให้ความสำคัญกับการให้บริการประชาชนในพื้นที่อย่างทั่วถึง ซึ่งความหวังดีดังกล่าวนั้นตั้งหลักที่ว่า ประชาชนนั้นเดินทางถึงตัวจังหวัดได้เร็วขึ้น (หมายความว่าเอาระบบราชการเดิมเป็นศูนย์กลาง)
ถ้ามองในระดับหมู่บ้านก็เช่นกัน กล่าวคือ ถ้าหมู่บ้านใหญ่ขึ้นก็แบ่งหมู่บ้าน จากนั้นก็แบ่งตำบล แบ่งอำเภอ เป็นลำดับขั้น
มุมมองที่ควรจะพิจารณาก็คือ การวางแผนภูมิภาคที่ไม่ได้แปลว่าจังหวัด แต่หมายถึงแกนกลางการเติบโตจริงในพื้นที่นั้นอาจพิจารณาได้อีกแบบ คือการยกเลิกผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วพัฒนาพื้นที่จังหวัดและจังหวัดใกล้เคียงให้เป็นพื้นที่หน่วยการปกครองพิเศษ ที่มีอิสระในการบริหารจัดการได้ดีขึ้น และสะท้อนความต้องการของประชาชนได้มากขึ้น
ลองดูตัวอย่างกรุงเทพมหานครสิครับ ถ้าเราคิดแบบหนองคายป่านนี้คงแยกย่อยเป็นหลายจังหวัดไปแล้ว
ยังไม่มีการศึกษาอย่างจริงจังว่าจังหวัดที่ถูกแบ่งใหม่นั้นจะต้องพึ่งพาจังหวัดเก่าในทางเศรษฐกิจมากขึ้นหรือน้อยลง และอะไรคือเหตุผลที่เราต้องพึ่งพาระบบราชการส่วนจังหวัดมากกว่านั้น ถ้าไม่ได้หมายความว่าการกระจายอำนาจนั้นล้มเหลว
ดังนั้นอาจจะต้องคิดกันในหลายๆ ด้าน มากกว่าจะแตกจังหวัดใหญ่ให้เล็กลงเพื่อง่ายต่อการปกครอง มาเป็นการสร้างรูปแบบการปกครองท้องถิ่นรูปแบบพิเศษที่ดูแลประชาชนและถูกกำกับโดยประชาชนมากขึ้นกว่านี้ครับ



