
กัมพูชาแว้งฉกอีกแล้ว
ขณะที่ตัวแทนกลุ่มคนไทยถกกับฝ่ายรัฐบาล ถ่ายทอดสดผ่านทีวี ว่าจะจัดการปัญหาพื้นที่รอบปราสาทพระวิหาร กับกัมพูชา ซึ่งถูกมองว่าได้รุกล้ำเข้าครอบครองแผ่นดินไทย ผิดจากคำพิพากษาของศาลโลก แต่ยังมีปัญหาด้านมุมมองในหลายประเด็นต่างกันนั้น ฝ่ายกัมพูชาได้เปิดฉากรุกทางก
นั่นเป็นภาระเพิ่มของรัฐบาลไทย ซึ่งจำเป็นต้องกำหนดยุทธศาสตร์ใหม่ ทั้งการทูตและการทหาร เพื่อตีตื้นในการต่อรอง หลังจากเพลี่ยงพล้ำหลายครั้ง ทำให้ปัญหายืดเยื้อ และฝ่ายกัมพูชาได้ประสบความสำเร็จในยุทธศาสตร์ตีกินมาโดยตลอด นั่นหมายความว่ารัฐบาลไทยต้องเล่นบนเวทีเจรจากับกัมพูชาและในวงการระหว่างประเทศแต่การขอเจรจากับกัมพูชาจะไม่ใช่เรื่องง่าย ถ้ากัมพูชาอ้างว่าไม่มีเรื่องต้องเจรจา เพราะแผ่นดินที่ครอบครองอยู่นั้น ก็เป็นของกัมพูชา ได้รับการยอมรับจากองค์กรอื่นๆ โดยเฉพาะยูเนสโก ซึ่งได้ยอมรับคำขอขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารและมีบริเวณพื้นที่ต่อเนื่อง เป็นส่วนของมรดกโลกด้วย
หลังจากการถกกันถ่ายทอดสด สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้ส่งหนังสือถึงประธานการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ และคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ประท้วงท่าทีของนายกฯ อภิสิทธิ์ ที่พร้อมจะยกเลิกเอ็มโอยูปี 2543 ระหว่างไทยกับกัมพูชา ด้วยการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบก พร้อมยืนยันจะใช้วิธีทางการทูตและการทหารควบคู่กันในการแก้ไขปัญหาชายแดนของทั้ง 2 ชาติ
หนังสือของกัมพูชาอ้างว่า ข้อพิพาทชายแดนที่ได้รับการพิจารณาชี้ขาดให้ได้รับการดูแลจากกัมพูชาโดยศาลโลกเมื่อปี 2505 และองค์กรอื่นๆ ในปี 2477 ซึ่งไทยละเมิดคำตัดสินของศาลระหว่างประเทศ เนื่องจากยังคงกำลังทหารบริเวณพื้นที่วัดแก้วสิขเรศวร ตั้งอยู่ห่างจากปราสาทพระวิหาร <http://www.komchadluek.net/search.php?search=พระวิหาร>ประมาณ 300 เมตร ภายในอาณาเขตของกัมพูชา รวมทั้งการขู่ว่าจะใช้กำลังทหารยังถือเป็นการละเมิดอย่างเปิดเผยต่อกฎบัตรยูเอ็น ข้อ 2.3 และ 2.4 และ ฮุน เซน เรียกร้องให้ประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ทำจดหมายเวียนแก่สมาชิกยูเอ็นทุกชาติเกี่ยวกับข้อมูลในข้อพิพาทดังกล่าวด้วย
รัฐบาลไทยจะทำอย่างไร ทั้งการทูตและการทหาร ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะกัมพูชานั้นเก่งในเรื่องการโวยวายในเวทีระหว่างประเทศ ดำเนินนโยบายตีสองหน้ากับไทยมาโดยตลอด ไม่สำนึกถึงความช่วยเหลือในอดีต และความเป็นเพื่อนบ้าน ทั้งพยายามเข้าชิงทรัพย์สินแผ่นดินทั้งบนบกและในทะเล โดยเฉพาะการแต่งตั้งในคนหนีคุกจากไทยไปเป็นที่ปรึกษา ดังนั้น รัฐบาลไทยต้องมองเรื่องนี้เป็นวาระเร่งด่วน โดยลดความเสี่ยงต่อการเสียดินแดนและอธิปไตยในพื้นที่ซึ่งเป็นของไทยโดยประวัติศาสตร์ และภูมิประเทศ



