
อนุพงษ์เรียกมทภ.2ถกย้ำใช้เบาไปหาหนักกับเขมร
ผบ.ทบ.เรียกมทภ. 2 ถกปัญหาพระวิหารด่วน ยันเอ็มโอยู 43 มีประโยชน์ ช่วยเบรกเขมรรุกแดนไทย ซัดเขมร 2 มาตรฐาน เอาแต่จุดที่ตัวเองได้เปรียบ ยันประท้วงต่อเขมรละเมิดเอ็มโอยู รอรบ.สั่งลุย ลั่นทหารไทยพร้อมรบ หาก มาร์คสั่ง แฉทัพเขมรเพิ่มกำลังส่วนหลัง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 9 ส.ค. ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ได้มีการเรียก พล.ท.วีร์วลิต จรสัมฤทธิ์ แม่ทัพภาคที่ 2 พล.ต.ชวลิต ชุนประสาร ผบ.กองกำลังสุรนารี พร้อมทั้งนายทหารระดับสูงในพื้นที่กองทัพภาคที่ 2 และกองกำลังสุรนารี เข้ามาหารือถึงสถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย-กัมพุชา และสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับการปฏิบัติในพื้นที่ ภายหลังจากที่ทางรัฐบาล นำโดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นผ่านทางโทรทัศน์กับฝ่ายกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยกรณีข้อพิพาทปราทเขาพระวิหาร เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกใช้เอ็มโอยู ปี 2543
รายงานข่าวจากกองทัพบกแจ้งว่า ในที่ประชุมได้มีการรายงานการปฏิบัติตาม ข้อ 5 ของเอ็มโอยูที่ระบุว่า ในกรณีที่ยังไม่มีการปักปันเขตแดน ห้ามมิให้ส่วนราชการของชาติใดเข้าทำอะไรในพื้นที่ดังกล่าว ให้พล.อ.อนุพงษ์ ได้รับทราบว่า ที่ผ่านมาเอ็มโอยูปี 43 มีประโยชน์มาก โดยเฉพาะการประท้วงกัมพูชาที่ละเมิดเอ็มโอยู จนทำให้กัมพูชาต้องการหยุดการดำเนินการละเมิดเอ็มโอยูไปหลายครั้ง โดยบริเวณที่กองกำลังสุรนารีดูแลชายแดนไทย-กัมพูชา ตั้งแต่จังหวัดอุบลราชธานีจนถึงบุรีรัมย์ ที่ไทยมีการประท้วงกว่าร้อยครั้งและมีเอกสารเป็นหลักฐานในการประท้วงทุกครั้ง ซึ่งเอ็มโอยูปี 43 ถือว่า มีข้อดี เพราะทำให้ปัญหาชายแดนที่เกิดจากเส้นเขตแดนไม่ชัดเจนยุติ หรือ หยุดความรุนแรงได้
รายงานข่าวระบุว่า ปัญหาขณะนี้ คือ บริเวณชายแดนเขาพระวิหารที่ยังไม่มีการปักปันเขตแดน โดยไทยจะยึดถือตามอนุสัญญา ปี 1904 และ 1907 โดยใช้สันปันน้ำ แต่กัมพูชาจะใช้แผนที่อัตราส่วน 1 ต่อ 2 แสน โดยอ้างเรื่องการถือสิทธิ์ และไม่ยอมปฏิบัติตามการประท้วงของไทย ซึ่งเอ็มโอยู 43 ทำให้หยุดการขยายตัวของกัมพูชา และไม่ทำให้เกิดการปะทะกันระหว่างกำลังทหารทั้งสองฝ่ายได้ ขณะที่ชายแดนจุดอื่นที่มีการปักปันเขตแดนแล้ว จุดใดที่เป็นประโยชน์ต่อกัมพูชาก็จะยึดสันปันน้ำ และยอมปฏิบัติตามเอ็มโอยู ซึ่งถือว่า เป็นการกระทำสองมาตรฐานของกัมพูชา อย่างไรก็ตาม การใช้มาตรการที่เข้มข้นต่อไปต่อการละเมิดเอ็มโอยูของกัมพูชายังคงเป็นไปตามหลักสากล คือ จากเบาไปหาหนัก ซึ่งในขั้นนี้ยังอยู่ที่ขั้นตอนการประท้วงเรื่อยๆจนกว่า รัฐบาลจะมีการสั่งให้ใช้กำลังทหาร
รายงานข่าวแจ้งอีกว่า ส่วนสถานการณ์ตามแนวชายแดนขณะนี้ยังไม่มีการเตรียมใช้กำลังกับกัมพูชา แต่มีการเตรียมพร้อมกำลังทหารเป็นปกติในลักษณะเดียวกับชายแดนด้านอื่นๆ ในขณะที่กัมพูชามีการเตรียมกำลังเช่นกัน โดยในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีการเพิ่มเติมกำลังในส่วนหลังและมีการใช้เส้นทางสายบ้านสะแอม-โกมุย-สวายจรุม แต่บริเวณแนวหน้าการวางกำลังของกัมพูชายังเป็นไปตามปกติ ซึ่งการวางแผนทางยุทธวิธี และรายละเอียดต่างๆ เป็นเรื่องทางทหาร แต่จะใช้กำลังทหารหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจนายกรัฐมนตรี ซึ่งขณะนี้ทางกัมพูชาพยายามใช้ความเคลื่อนไหวของกำลังทหารไทยไปโจมตีในเวทีโลกว่า ไทยมีการละเมิดข้อตกลง ซึ่งความจริงประเทศไทยไม่เคยมีการเคลื่อนกำลังทหารหรือใช้อาวุธก่อน มีแต่การประท้วงกัมพูชาในกรณีที่มีการละเมิดข้อตกลงเท่านั้น



