
ถวิลเผยศอฉ.เตรียมยกเลิกฉุกเฉินเพิ่ม2-3จว.
นายกฯแย้มพรุ่งนี้ศอฉ.ถกยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินเพิ่มบางจังหวัด "อธิบดีดีเอสไอหอบสำนวน 8 ลัง ส่งอธิบดีอัยการคดีพิเศษสั่งฟ้อง 17 แกนนำ นปช. ยุยงปลุกปั่นก่อความวุ่นวายในบ้านเมือง นัด วีระ - จตุพร - สถาพร กลุ่มได้ประกัน 29 พ.ย. ที่เหลือรอฟังตามระบบ
เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 9 สิงหาคม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการยกเลิกพ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์สถานการณ์ฉุกเฉินว่า วันนี้ ได้บอกกับนายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะเลขานุการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน(ศอฉ.) ก็จะมีการพิจารณากันในที่ประชุมศอฉ.ในวันที่ 10 สิงหาคม
เมื่อถามว่าจะมีพื้นที่กี่จังหวัดที่จะยกเลิกพื้นที่ประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “ มีบางจังหวัด ซึ่งในการพูดคุยในที่ประชุมระดับหัวหน้าส่วนราชการระดับปลัดกระทรวงเมื่อวันที่ 9 ส.ค.ก็มีการหารือกัน ”
ถวิลเผยศอฉ.เล็งพิจารณายกเลิกฉุกเฉินเพิ่ม2-3จว.
นายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) ฐานะเลขานุการศอฉ. กล่าวว่า ในวันที่ 10 ส.ค. เวลา 16.00 น.จะมีการประชุม ศอฉ. เพื่อนำเสนอเรื่องการประกาศยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพิ่มอีกประมาณ 2 - 3 จังหวัด
"ดีเอสไอ”หอบสำนวนส่งอัยการฟ้อง17แกนนำนปช.
เมื่อเวลา 10.00 น. นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พร้อมคณะเข้าพบนายธนพิชญ์ มูลพฤกษ์ อธิบดีอัยการฝ่ายคดีพิเศษ เพื่อส่งมอบสำนวนการสอบสวนและพยานหลักฐานจำนวน 15,8000 แผ่น 42 แฟ้ม รวมจำนวน 8 ลัง พร้อมความเห็นสมควรสั่งฟ้อง นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วนพรรคเพื่อไทย และแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ ( นปช.) นายสถาพร มณีรัตน์ ส.ส.ลำพูน พรรคเพื่อไทย
นายพิเชษฐ์ สุขจินดาทอง นายยศวริศ ชูกล่อม หรือเจ๋ง ดอกจิก นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายขวัญชัย ไพรพนา สาระคำ นายนิสิต สินธุไพร นายวีระ มุสิกพงศ์ นพ.เหวง โตจิราการ นายสมชาย ไพบูลย์ นางศิริวรรณ นิมิตรศิลป์ นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง นายพายัพ ปั้นเกตุ นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ หรือแรมโบ้อีสาน พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ นายวิสา คัญทัพ และนางไพจิตร อักษรณรงค์ ภรรยา ซึ่งเป็นแกนนำและแนวร่วม นปช. เป็นผู้ต้องหาที่ 1-17 ข้อหาพูดจายุยง ปลุกปั่น ปลุกระดม ชักจูงหรือใช้ผู้ร่วมชุมนุมฝ่าฝืนหรือกระทำผิดกฎหมายจนเกิดความวุ่นวายปั่นป่วน ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116,215,216 และฝ่าฝืนข้อกำหนดหรือประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน
โดยการส่งมอบสำนวนครั้งนี้ นายคารม พลทะกลาง ทนายความนปช. ได้พานายวีระ และนายสถาพร เข้ารายงานตัวอัยการด้วย
ภายหลังนายธนพิชญ์ มูลพฤกษ์ อธิบดีอัยการฝ่ายคดีพิเศษ กล่าวว่า อัยการได้นัดนายวีระ นายจตุพร และนายสถาพร ฟังสั่งคดีในวันที่ 29 พ.ย.นี้ เนื่องจากทั้งสามคนได้รับการประกันตัว ขณะที่นายจตุพร และนายสถาพร เป็น ส.ส. เวลานี้ก็กำลังอยู่ในระหว่างสมัยประชุมสภาผู้แทนฯ ส่วนผู้ต้องหารายอื่นจะสั่งคดีไปตามระบบของอัยการ
สำหรับการพิจารณาสำนวน อัยการต้องเร่งตรวจดูพยานหลักฐานในส่วนของนายสมชาย ไพบูลย์ หนึ่งในผู้ต้องหาที่จะครบกำหนดฝากขังครั้งสุดท้ายในวันที่ 11 ส.ค.นี้ ซึ่งอัยการพยายามพิจารณาสำนวนให้ทัน
นายธนพิชญ์ อธิบดีอัยการฝ่ายคดีพิเศษ กล่าวยืนยันด้วยว่า สำหรับคดีแกนนำนปช. ขณะนี้ยังไม่มีคำสั่งฟ้องผู้ต้องหารายใดทั้งสิ้น ส่วนการพิจารณาสำนวนที่ผ่านมา อัยการไม่ได้ถูกกดดันแต่อย่างใดและขอยืนยันว่าการพิจารณาสำนวนเป็นไปตามพยานหลักฐานที่ปรากฏในสำนวนเท่านั้น
เมื่อถามว่า อดีตที่ผ่านมาเคยมี รมว.ยุติธรรม รายใด ทำหนังสือถึงอัยการสูงสุดให้เร่งรัดการสั่งฟ้องหรือไม่ อธิบดีอัยการฝ่ายคดีพิเศษ กล่าวว่า เท่าที่ทราบไม่เคยมี แต่จากคำชี้แจงของนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รมว.ยุติธรรม นั้น เห็นว่าเป็นเรื่องที่ท่านต้องการให้ความร่วมมือมากกว่า ส่วนเรื่องที่ผู้ต้องหาร้องขอให้สอบสวนพยานเพิ่มเติมนั้นอยู่ระหว่างการพิจารณา
นายคารม กล่าวว่า นายวีระ และนายสถาพร ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา พร้อมยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมให้อัยการสอบสวนพยานเพิ่มเติมจำนวน 124 ปาก 2 ประเด็น ประเด็นแรก คือผู้ต้องหาทั้งสองเห็นว่า การชุนนุมกระทำไปด้วยความสงบ และนายสถาพร พยายามประสานให้ประชาชนที่มาจากจังหวัดลำพูน เดินทางกลับภูมิลำเนา
นอกจากนี้ยังได้รับการประสานจากนายรุจ เขื่อนสุวรรณ อัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 1 ว่าอัยการได้มีความเห็นให้สอบสวนพยานเพิ่มเติมในคดีก่อนการร้ายแล้ว ทำให้รู้สึกว่าข่าวที่ออกมาก่อนหน้านี้ขัดแย้งกัน เหมือนกับเป็นการกดดันทางอัยการให้เร่งฟ้องก่อนครบกำหนดฝากขังผู้ต้อง หากอัยการต้องเร่งฟ้องเช่นนั้นจริง ตนจะยื่นต่อศาลขอให้มีการไต่สวนมูลฟ้อง แม้ว่าอัยการจะเป็นโจทก์ก็ตาม เห็นว่ากลุ่มคนเสื้อแดงควรต้องได้รับความเป็นธรรมบ้าง การที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ไปชุนนุมเกินกว่า 5 คน ที่สนามกีฬาไทยญี่ปุ่น-ดินแดง นั้น เป็นการฝ่าฝืน พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน แต่กลับไม่มีการดำเนินคดีแต่อย่างใด เมื่อผบช.น.เห็นว่าไม่เป็นการฝ่าฝืนนั้น ถือเป็นเรื่องสองมาตรฐานที่ประเจิดประเจ้อเกินไป
ขณะที่วันเดียวกันนี้ ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน และแกนนำ นปช. และนายการุณ โหสกุล ส.ส.กทม พรรคเพื่อไทย เดินทางเข้ารายงานตัวต่อศาลอาญา ตามที่ศาลมีคำสั่งนัดให้รายงานตัวภายหลังได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างการฝากขัง คดีที่ตกเป็นผู้ต้องหาร่วมกันก่อการร้าย



