
จ่อปรับ"กิเลน" ป่วนลงสนาม "ดร.วิชิต"ตีมึน "โรเบิร์ต"ชูนิ้วกลาง
โรเบิร์ต โปรกูเรียร์ และเรเน เดอ ซาเยียร์ 2 บิ๊กจอมซ่าของเมืองทอง หนองจอก ยูไนเต็ด จ่อโดนปรับรายละ 10,000 บาท ฐานวิ่งลงในสนามเกมป่วนพบการท่าเรือไทย ขณะที่ ดร.วิชิต แย้มบุญเรือง ตีมึนไม่ตีความผู้จัดการทีมกิเลนชู "นิ้วกลาง" ให้สตาฟฟ์โค้ชสิงห์เจ้าท่า
ที่ห้องประชุมสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 9 สิงหาคมที่ผ่านมา ดร.วิชิต แย้มบุญเรือง ประธานบริษัท ไทยพรีเมียร์ลีก จำกัด เป็นประธานประชุมร่วมกับผู้ควบคุมการแข่งขัน เพื่อรับทราบรายงาน และปัญหาที่เกิดขึ้นในแต่ละสนามของศึกไทยพรีเมียร์ลีก และดิวิชั่น 1 โดยได้ข้อสรุปสำคัญ ดังนี้
กรณีเกิดเหตุวุ่นวายที่ยามาฮ่า สเตเดี้ยม ระหว่างเมืองทอง หนองจอก ยูไนเต็ด กับการท่าเรือไทย เมื่อวันที่ 8 สิงหาคมที่ผ่านมา มีการขว้างปาขวดน้ำกันนั้น จะได้เชิญตัวแทนของทั้ง 2 สโมสรมาชี้แจง แต่เบื้องต้นได้ชมเชยทั้ง 2 สโมสร ที่ได้ช่วยกันระงับเหตุ แต่ตักเตือนเรื่องการจัดที่นั่งของแฟนบอลที่อยู่ใกล้กันเกินไป
ดร.วิชิต ตอบคำถามเรื่องกรณี โรเบิร์ต โปรกูเรียร์ ผู้จัดการทีม และเรเน เดอ ซาเยียร์ ผู้ฝึกสอนของทีมเจ้าถิ่นลงไปในสนาม รวมถึงไม่ได้แขวนไอดีการ์ด และแสดงพฤติกรรมชูนิ้วกลางให้สตาฟฟ์โค้ชการท่าเรือไทย ซึ่งมีภาพยืนยันชัดเจน ว่า ต้องมีการลงโทษตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษและหรือปรับเงินผู้กระทำและการกระทำผิดมารยาท และมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในสนามแข่งขัน ผนวกที่ 5 ของระเบียบการแข่งขัน ข้อ 2 ผู้ฝึกสอนหรือเจ้าหน้าที่ทีม ข้อย่อย 2.1 แสดงกิริยาที่ไม่ควรต่อหน้าสาธารณชน จะห้ามทำหน้าที่ 1 นัด และปรับเงิน 10,000 บาท
“ส่วนกรณีของโรเบิร์ต โปรกูเรียร์ ผู้จัดการทีมเมืองทองฯ ชูสัญลักษณ์นิ้วกลางนั้น คงไม่อาจตีความหมายอะไรได้จริงๆ จังๆ เนื่องจากวัฒนธรรมของคนไทยไม่เหมือนชาติตะวันตก แต่ที่เราทำการลงโทษได้แน่นอนคือ การไม่แขวนไอดีการ์ดของผู้ฝึกสอน และการวิ่งลงไปประท้วงการตัดสินของผู้จัดการทีม” ดร.วิชิต กล่าว
ผู้สื่อข่าวยังสอบถามเรื่องการค้างจ่ายเงินให้ผู้ตัดสินฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีก และดิวิชั่น 1 ตั้งแต่งวดเดือนตุลาคม ของฤดูกาลที่ผ่านมา ประธานไทยพรีเมียร์ลีก กล่าวว่า ไม่มีปัญหาตอนนี้เรารอเช็คจากสปอนเซอร์อยู่ หากได้มาเมื่อไหร่ไม่มีเบี้ยวแน่นอน คาดว่า ภายใน 1-2 วันน่าจะนำมาจ่ายกันได้
ขณะเดียวกัน ดร.วิชิต ยังกล่าวถึงความคืบหน้าการเดินทางมาตรวจความพร้อมของสโมสรในไทยพรีเมียร์ลีก ที่เอเอฟซี กำหนดเอาไว้ตั้งแต่วันที่ 1-10 ตุลาคมที่จะถึงนี้ว่า ถึงตรงนี้เรื่องสนามไม่น่าห่วง เพราะไปยังไงก็เห็นภาพตำตา และตอนนี้ทุกทีมต่างเร่งพัฒนา แต่ที่น่าหนักใจคือ การตอบคำถามเรื่องการบริหารจัดการ เราจะตอบได้ตรงหรือไม่ ดังนั้นไทยพรีเมียร์ลีก จะช่วยเข้าไปติวเข้มเรื่อยๆ เริ่มจากวันที่ 24 สิงหาคมนี้ จะมีการสัมมนาอีกครั้ง ที่โรงแรมเรดิสัน ในเวลา 13.00 น.
นอกจากนี้ผู้สื่อข่าวยังตั้งคำถามกรณีที่ นครินทร์ ฟูปลูก ไม่สามารถย้ายสังกัดจากทีโอที-แคทไปร่วมทีมทีทีเอ็ม พิจิตร ได้แม้จะมีการเซ็นสัญญาก่อนปิดตลาดนักเตะในเวลา 18.00 น. วันที่ 9 สิงหาคม โดย ดร.วิชิต กล่าวว่า ในระเบียบการแข่งขันเราไม่ได้เขียนชัดเจนว่าห้ามนักฟุตบอลย้ายสังกัดเป็นทีมที่ 3 ในฤดูกาลเดียว แต่ได้มีข้อระบุไว้ว่า หากไม่ได้เขียนต้องเป็นไปตามระเบียบของฟีฟ่าเท่านั้น
ผู้สื่อข่าว “คม ชัด ลึก” ตรวจสอบแล้วพบว่า เหตุที่นครินทร์ย้ายครั้งนี้ไม่ได้ แม้จะไปเซ็นสัญญากับ “สิงห์เหนือ” แล้วก็ตามที เนื่องจากเป็นการย้ายไปร่วมทีมเป็นสโมสรที่ 3 ในฤดูกาลเดียวกัน หลังจากก่อนหน้านี้ได้ย้ายจากศรีสะเกษ เมืองไทยมาอยู่กับ ทีโอที แคท ไปแล้ว ซึ่งตามระเบียบเรื่องสถานะ และการโอนย้ายของฟีฟ่า ปี 2010 ได้เขียนไว้ชัดเจนที่บทที่ 5 เรื่องการขี้นทะเบียน ข้อย่อยที่ 5.3 ว่า นักเตะจะลงทะเบียนได้ไม่เกิน 3 สโมสรต่อฤดูกาล และในช่วงฤดูกาลเดียวกันผู้เล่นจะขึ้นทะเบียนได้ไม่เกิน 2 สโมสรในลีกเดียว แต่หากจะสังกัดทีมที่ 3 ต้องเป็นการย้ายระหว่างสมาคม ที่เปิดฤดูกาลในช่วงเวลาแตกต่างกัน อาทิ ฤดูกาลที่เปิดในช่วงฤดูร้อนหรือใบไม้ร่วง ย้ายไปลีกที่เปิดในฤดูหนาวหรือฤดูใบไม้ผลิ เป็นต้น



