
ชัยชงประชุมร่วมรัฐสภาถกกรอบเจรจาไทย-เขมร
อดุลแนะไทยทำหนังสือแสดงจุดยืนโต้เขมร ชี้ไม่ต้องสนใจมากเหตุยูเอ็นและศาลโลกก็ไม่มีอำนาจบังคับไทยได้ เพราะเป็นประเทศมีเอกราช อยู่ภายใต้กฎหมายของตัวเอง กกล.สุรนารีเพิ่มจุดตรวจจุดสกัดรอบเขาพระวิหาร
(9ส.ค.) ศ.ดร.อดุล วิเชียรเจริญ ที่ปรึกษาคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลกของไทย และอดีตประธานคณะกรรมการมรดกโลกของยูเนสโก กล่าวถึงกรณีที่สมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ยื่นหนังสือถึงองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) กล่าวหารัฐบาลไทยละเมิดกฎบัตรสหประชาชาติว่า ไม่ต้องไปสนใจเนื่องจากสหประชาชาติ และศาลโลกก็ไม่มีอำนาจบังคับประเทศไทยได้ เพราะเราเป็นประเทศเอกราช ซึ่งอยู่ภายใต้กฎหมายของประเทศตัวเอง
ทั้งนี้เสนอให้รัฐบาลไทยใช้มารยาทที่อยู่ในประชาคมโลกทำหนังสือชี้แจงถึงจุดยืนของรัฐบาลไทยเพื่อเป็นการตอบโต้กัมพูชา แต่อย่าไปยอมรับกับสิ่งที่ยูเอ็นจะนำไปพิจารณา โดยต้องปฏิเสธทุกกรณี
กกล.สุรนารีเพิ่มจุดตรวจจุดสกัดรอบเขาพระวิหาร
ที่กรมทหารพรานที่ 23 อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ และสะพานข้ามห้วยดาน สุดหมู่บ้านภูมิชรอล ต.เสาธง อ.กันทรลักษณ์ จ.ศรีสะเกษ ได้มีทหารพราน, ทหารจากกองกำลังสุรนารี และทหารราบที่16 ได้เพิ่มการตั้งด่านตรวจ จุดสกัด ประชาชนที่จะเดินทางผ่านเข้าออกไปยังชายแดนเชิงเขาพระวิหาร รวมทั้งหมดจากเดิม2 ด่าน เป็น 4 ด่าน คือ หน้ากรมทหารพราน23, ห้วยดาน, หน้าสำนักป้องกันรักษาไฟป่า และสุดท้ายที่หน้าสำนักงานอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร ทั้งนี้เพื่อเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจตรา ที่สำคัญเพื่อป้องกันกลุ่มผู้ชุมนุมจากฝั่งประเทศไทย จะบุกขึ้นไปเรียกร้องทวงคืนเขาพระวิหาร ภายจากที่เวทีการเคลื่อนไหวที่กรุงเทพฯสิ้นสุดลง
นายวิลาศ รุจิวัฒนพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า ขณะนี้ได้เตรียมแผนในการสร้างความเข้าใจ และโครงการปลอบขวัญกับราษฎรตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา โดยเฉพาะหมู่บ้านที่ติดกับเขาพระวิหาร อันเป็นพื้นที่ที่ๆมีกรณีที่มีข้อพิพาท เพื่อให้คลายความกังวล ส่วนกรณีของทหารที่เพิ่มการจัดตั้งจุตรวจ จุดสกัด เป็นเพียงการตรึงกำลังของทหาร ยังไม่ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของราษฎรมากเท่าใด สิ่งที่จังหวัดเป็นห่วงคือความหวาดผวาต่อสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ ซึ่งป็นหน้าที่ของจังหวัด ที่จะเร่งสร้างความเข้าใจ เพื่อลดความหวาดกลัว ปลอบขวัญประชาชน
ชัยชงประชุมร่วมรัฐสภาถกกรอบเจรจาไทย-กัมพูชา
ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้มีคำสั่งนัดประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 1 สมัยสามัญนิติบัญญัติ ในวันที่ 17 ส.ค.นี้เวลา 9.30 น. โดยเป็นการประชุมตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 190 ซึ่งมีวาระสำคัญคือการพิจารณาให้ความเห็นชอบ เงินกู้เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานจากธนาคารโลกและธนาคารพัฒนาเอเชีย ที่คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ
นอกจากนั้นยังมีเรื่องที่คณะกรรมาธิการได้พิจารณาเสร็จแล้วจำนวน 4 เรื่อง คือ 1. รายงานผลการพิจารณารายงานการประชุมลับ เรื่อง กรอบการเจรจาสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบกไทย-กัมพูชา ตลอดแนวในกรอบของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา และกลไกอื่นภายใต้กรอบนี้ 2. รายงานผลการพิจารณารายงานการประชุมลับเรื่อง กรอบการเจรจาสำหรับการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนไทย-ลาว
3. รายงานผลการพิจารณารายงานการประชุมลับ เรื่อง ร่างกรอบการเจรจาในกลไกของการประชุมคณะกรรมาการชายแดนทั่วไป(กทช.)ไทย-กัมพูชา และ 4. ร่างข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว นอกจากนั้นยังมีเรื่องที่เสนอใหม่จำนวน 12 เรื่องล้วนเกี่ยวเนื่องกับการเจรจาระหว่างประเทศทั้งสิ้น



