
พบช้าง800เชือกรับจ้างงานภาคใต้ป่วยเจ็บเพียบ
เชือกรับจ้างงานภาคใต้ป่วยเพียบ บาดแผลจากการทำงาน ฝีหนอง พยาธิชักลากไม้ยาง อ.อ.ป.ตั้งโรงพยาบาลรองรับ 14 จังหวัด พร้อมรับช้างแม่ลูกคู่ใหม่จากสมเด็จพระเทพฯมาดูแล
(9ส.ค.) นายศักดิ์สิทธิ์ ตรีเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยว่า เนื่องจากในพื้นที่ภาคใต้ ตั้งแต่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ลงไปมีช้างเลี้ยง ที่ เข้าไปทำงานชักลากไม้ยางพาราและให้บริการธุรกิจท่อง เที่ยว ประมาณ 800 เชือก โดยเฉพาะที่จ.กระบี่ มีราว 120 เชือก แต่จากการส่งทีมสัตว์แพทย์สัญจร ของศูนย์อนุรักษ์ช้างไทยลงไปตรวจสุขภาพช้างในภาคใต้ พบว่าช้างมักจะมีบาดแผลจากการทำงาน ฝี หนอง และพยาธิภายนอกที่ผิวหนังจากแมลงวันป่า ที่ไปไข่และฟักเป็นตัวอ่อนที่ผิวหนัง ทำให้เกิดอาการคัน และเป็นแผลเรื้อรังได้ และบางเชือกก็มีนิสัยดุร้าย เมื่อเจ็บป่วยจึงถูกทิ้งไว้ เช่น กรณีช้างสีดอสมหวัง มีอาการแผลไหม้แดดที่กลางหลังจากอ.ห้วยยอด จ.ตรัง โดยสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ทรงรับไว้ในพระราชินูปถัมภ์ จนกระทั่ง มีสุขภาพและบาดแผลหายดีแล้ว จึงได้จัดส่งช้างกลับคืนสู่ถิ่น เมื่อวันที่ 15 พ.ค.ที่ผ่านมา
นายศักดิ์สิทธิ์ กล่าวอีกว่า แต่กรณีช้างที่ได้รับบาดเจ็บ และจำเป็นต้องเคลื่อนย้ายไปรักษาที่ศูนย์ลำปาง ก็ทำให้เกิดความยากลำบากมาก ขณะนี้สถาบันคชบาลแห่งชาติ ของอ.อ.ป. จึงมีแผนงานการขยายโครง การอนุรักษ์และบริบาล ช้างไทยสู่จังหวัดทางภาคใต้ โดยใช้พื้นที่สวนป่าเศรษฐกิจ อ.อ.ป. ที่สวนป่าคลองท่อม จ.กระบี่ จำนวนกว่า 500 ไร่ ในท้องที่สวนป่าอ่าวลึก สวนป่าเหนือคลอง สวนป่าพรุดินนา สวนป่าอ่าวตง-บางขัน และสวนป่าวังวิเศษ สวนป่าละ 100 ไร่ เพื่อใช้การก่อสร้างโรงพยาบาลช้างศูนย์อนุรักษ์ช้างไทยแห่งใหม่ โดยรอบบริเวณยังมีพื้นที่ป่าอีกนับหมื่นไร่สำหรับเป็นแหล่งอาหารช้างตามธรรมชาติเพื่อรองรับในการเลี้ยงและฟักฟื้นช้าง ขณะนี้รัฐบาลได้ผ่านการพิจารณางบการก่อสร้าง วงเงิน 8 . 9 ล้านบาทให้แล้ว พร้อมกันนี้อ.อ.ป. เตรียมดำเนินการขอพระบรมราชานุญาตจากสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เข้าเป็นโครงการในพระราชดำริของพระองค์
ปลัดทส. กล่าวอีกว่า นอกจากปัญหาที่เกี่ยวกับเรื่องการอนุรักษ์และบริบาลช้างเลี้ยงแล้ว อ.อ.ป. ยังได้รับหน้าที่ดูแลช้างของกลางตามข้อตกลงระหว่างกรมป่าไม้กับ อ.อ.ป. ซึ่งต่อมาครอบคลุมช้างของกลางที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชตรวจยึดอีกด้วย ล่าสุดสถาบันคชบาลแห่งชาติได้รับลูกช้างของกลาง อาทิเช่น พังใบตอง พังน้ำเมย และพลายคุณชาย ไว้ดูแล โดยกรณีพลายคุณชาย ที่ได้รับมอบมาเมื่อวันที่ 3 เม.ย.2552 ขณะนั้นลูกช้างมีอายุ 2 ขวบครึ่ง และมีอาการภาวะขาดแคลเซียม ซึ่งสาเหตุจากการขาดแคลเซียมนี้เกิดจากลูกช้างเป็นลูกช้างกำพร้าจึงไม่ได้รับแคลเซียมจากน้ำนมแม่ช้างอย่างเพียงพอ ขณะนี้ทีมสัตวแพทย์ได้ให้การดูแลเป็น พลายคุณชายเป็นอย่างดี และใช้วิธีการรักษาแบบวารีบำบัด เข้ามาช่วยรักษาด้วย
“ล่าสุด อ.อ.ป. ได้รับหนังสือจากสำนักราชเลขาธิการ ที่ รล. 0008/5841 ลงวันที่ 8 สิงหาคม 2553 แจ้งว่า สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีพระราชประสงค์มอบช้างแม่ลูก จำนวน 2 เชือก ที่นักธุรกิจซื้อถวาย คือ แม่ช้างพังโมเจ อายุ 26 ปี และลูกช้างพลายธันวา อายุ 1 ปี จาก อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ให้สถาบันคชบาลแห่งชาติ โดยอยู่ระหว่างการหารือเพื่อรับมอบช้างแม่ลูกคู่นี้ต่อไป ” นายศักดิ์สิทธิ์ ระบุ
ปลัดทส.กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ทศ.ยังมีกิจกรรมในการอนุรักษ์ป่าพุ เพื่อ ร่วมฉลองในโอกาสที่องค์การสหประชาชาติได้ประกาศให้ ปี ค.ศ. 2010 หรือ พ.ศ. 2553 เป็นปีสากลแห่งความหลากหลายทางชีวภาพ เนื่องจากป่าพุเป็นพื้นที่หรือถิ่นที่อยู่อาศัยที่มีความโดดเด่นเฉพาะตัว มีความหลากหลายของพันธุกรรมพืชสูง ประกอบด้วยพืชและสัตว์หายากหรือหาพบได้ยากในธรรมชาติหลายชนิด ปัจจจุบันยังพบป่าพุที่มีความอุดมสมบูรณ์อยู่บริเวณผืนป่าทางแถบภาคตะวันตก ที่ อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี
และยังพบว่ามีปูราชินี สัตว์ป่าคุ้มครองหายากอาศัยอยู่ด้วย โดยปูราชินีจัดเป็นปูป่าที่มีสีสันสวยงามที่สุด ได้รับการตั้งชื่อเพื่อถวายพระเกียรติแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในวโรกาสที่เจริญพระชนมายุครบ 5 รอบ พ.ศ. 2535 อีกทั้งยังเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตาม พ . ร . บ . สัตว์ป่าคุ้มครอง พ.ศ. 2535 โดยลักษณะนิเวศทางธรรมชาติของปูราชินีนั้นเป็นปูที่ต้องการความชื้นสูง มักจะอาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มที่มีน้ำขังในระดับตื้นๆ พบได้มากที่พุปูราชินี บริเวณสวนป่าทองผาภูมิ นอกจากนั้นบริเวณพุปูราชินียังมี พันธุ์ไม้หลากหลายชนิดขึ้นอยู่จำนวนมาก จึงเป็นสิ่งที่บ่งชี้ถึงความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศ และสิ่งแวดล้อมบริเวณนั้นได้เป็นอย่างดี



