ข่าว

รายงาน-เปิดแผนรับมือ"สุนัขจนตรอก"

รายงาน-เปิดแผนรับมือ"สุนัขจนตรอก"

26 มี.ค. 2552

โหมโรงกันมานานร่วมสัปดาห์กับการชุมนุมใหญ่ของมวลชนเสื้อแดง เพื่อกลับมาทวงสัญญา 4 ข้อ จากรัฐบาล

 -ยุบสภา
 -ดำเนินคดีกับกลุ่มพันธมิตร
 -ปลด กษิต ภิรมย์ จากเก้าอี้ รมว.การต่างประเทศ
 -แก้ไขรัฐธรรมนูญ
 แต่สุดท้ายเป้าประสงค์ของมวลชนเสื้อแดงกลับไม่ได้โฟกัสไปที่เงื่อนไข 4 ข้อ ตามที่ฝากการบ้านให้รัฐบาลไปขบคิด เพราะรู้ทั้งรู้อยู่แล้วว่า รัฐบาลไม่เอาด้วยแน่นอน
 นี่จึงเป็นเพียง "เกมหน้าฉาก" เท่านั้น
 และที่สำคัญก็คือ การชุมนุมใหญ่ครั้งนี้ถือเป็นการเปิดตัวอย่างเป็นทางการว่า คนชื่อ ทักษิณ ชินวัตร นักโทษหนีคุก เป็นผู้ชักใยอยู่เบื้องหลังตัวจริง เสียงจริง
 เห็นได้จากการเปิดหน้าไพ่สู้แบบจะจะของ "ทักษิณ" ผ่านวิดีโอลิงก์ ยิงตรงไปยังเวทีการชุมนุมของมวลชนเสื้อแดงตามจังหวัดต่างๆ ด้วยการออกมาแฉสถาบันหลักของประเทศ พุ่งเป้าไปที่องคมนตรี ศาล และทหาร ว่าอยู่เบื้องหลังการปฏิวัติ 19 กันยายน 2549
 แต่ทั้งหมดนี้เป็นการ "เผาหัวเชื้อ" ก่อนที่จะถึงวันชุมนุมใหญ่ของมวลชนเสื้อแดง เพื่อหวังกระพือความสนใจของมวลชนมาที่เนื้อหาในวิดีโอลิงก์ที่ "ทักษิณ" เตรียมต่อสายยิงตรงมายังหน้าทำเนียบรัฐบาล
 ว่ากันว่า เกมครั้งนี้ เป้าของ "ทักษิณ" หวังให้แตกหักกันไปข้างหนึ่ง เพราะยิ่งปล่อยให้เวลายืดเยื้อออกไปเท่าไหร่ โอกาสที่ "ทักษิณ" จะกลับมาตายในบ้านเกิดก็ริบหรี่ลงทุกที
 นี่จึงเป็นที่มาของการประเมินจากฝ่ายความมั่นคงว่า การชุมนุมใหญ่ของมวลชนเสื้อแดงครั้งนี้ น่าจะรุนแรงขึ้น
 หากไม่แรง ก็เท่ากับว่า จุดไม่ติด
 เกมการชุมนุมใหญ่ของมวลชนเสื้อแดง จึงเป็นการปลูกระดมมวลชนเพื่อปูทาง "พาทักษิณกลับบ้าน" นั่นเอง
 นี่จึงเป็นที่มาของการโหมโรงประเด็นการโฟนอินของ "ทักษิณ" ที่เตรียมไม้เด็ด ด้วยการเตรียมแฉบุคคลที่อยู่เบื้องหลังการปฏิวัติ "โค่นระบอบทักษิณ" อีกเป็นก๊อกที่สอง
 เมื่อคิดสะระตะแล้ว รัฐบาลประเมินว่า หากมีคนเสื้อแดงมาร่วมชุมนุมไม่ถึง 2 หมื่นคน มวลชนเสื้อแดงจำเป็นต้องหาวิธีการมากดดันรัฐบาล
 แนวทางที่ว่านี้คือ การยั่วยุให้เกิดความรุนแรง
 โดยมีการเตรียมวางแผนเข้ามาบุกยึดภายในทำเนียบรัฐบาล เหมือนกับการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่เข้ายึดทำเนียบในช่วงปลายรัฐบาล สมัคร สุนทรเวช ต่อเนื่อง สมชาย วงศ์สวัสดิ์
 แม้รัฐบาลจะประเมินภายในว่า มวลชนเสื้อแดงที่ต้องการช่วยเหลือ "ทักษิณ" ให้กลับมามีอำนาจอีกครั้งมีเพียง 30% เท่านั้น ที่เหลือเป็นกลุ่มคนที่ไม่เอากลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กับพรรคประชาธิปัตย์ รวมไปถึงกลุ่มคนตกงานที่ต้องการให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจ
 แต่การที่สถานการณ์การชุมนุมของมวลชนเสื้อแดง ที่ไม่มีรูปขบวนและยากต่อการควบคุมที่จะอยู่ในกรอบได้นั้น ทำให้รัฐบาลไม่อาจวางใจได้
 แผนการตั้งรับในเบื้องต้น จึงมีการสนธิกำลังระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจนับหมื่นนาย แบ่งเป็นตำรวจ 23 กองร้อย และทหารร่วม 6,000 นาย ในการรักษาความปลอดภัยภายในทำเนียบรัฐบาล มีการตั้งวอร์รูม โดยใช้สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี หรือตึก 41 เป็นศูนย์บัญชาการ
 โดยมอบหมายให้ พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) เป็นผู้บัญชาการสถานการณ์การชุมนุม และรายงานตรงต่อ สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง
 เบื้องต้นรัฐบาลวางแผนการจำกัดการชุมนุมของมวลชนเสื้อแดงเฉพาะบริเวณท้องสนามหลวงเท่านั้น เพื่อป้องกันการเคลื่อนพลมาประชิดทำเนียบรัฐบาลเหมือนครั้งก่อน
 แผนสอง...เมื่อไม่สามารถสกัดกั้นได้ด้วยวิธีการเจรจา รัฐบาลจะปล่อยให้กลุ่มผู้ชุมนุมเคลื่อนย้ายออกมาจากสถานที่ตั้งได้ แต่จะใช้กล้องวงจรปิดตามสี่แยกต่างๆ ตามเส้นทางจากสนามหลวงมายังทำเนียบ เพื่อติดตามพฤติกรรมของมวลชนเสื้อแดง
 ฝ่ายความมั่นคงประเมินว่า กลุ่มผู้ชุมนุมจะตั้งเวทีปราศรัยบริเวณเชิงสะพานชมัยมรุเชฐ จึงมีการติดตั้งเครื่องขยายเสียงขนาดใหญ่บนหลังคาตึกสันติไมตรี โดยหันหน้าไปทางกลุ่มผู้ชุมนุม เพื่อเปิดเพลงปลูกใจสร้างความสามัคคี
 โดยจะไม่ยอมให้กลุ่มผู้ชุมนุมเข้ามาประชิดถนนหน้าทำเนียบรัฐบาล ฝั่งตรงข้ามกับตึกไทยคู่ฟ้าได้เหมือนกันครั้งก่อนเป็นอันขาด เพราะเสี่ยงต่อการล่อแหลมที่จะให้กลุ่มผู้ชุมนุมใช้ความรุนแรงพังประตูและปืนข้ามรั้วเข้าทำเนียบรัฐบาล
 ในส่วนกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ-ทหารนั้น เตรียมพร้อมสำหรับการชุมนุมยืดเยื้อนาน 3 วัน และหากพ้นจากนี้พร้อมที่จะมีการสับเปลี่ยนกำลังเพื่อเข้ามาช่วยเสริม
 อย่างไรก็ดี แม้ว่าการชุมนุมเที่ยวนี้ "สุเทพ" จะออกมายืนยันว่าไม่ได้มีการวางแผนสำรองในการเตรียมสถานที่ทำงานสำหรับนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี โดยเจ้าตัวยืนยันจะเข้ามาบัญชาการเองในทำเนียบรัฐบาล
 แต่ปรากฏว่า ตลอดทั้งวันที่ 26 มีนาคม ทั้งนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรี กลับไม่มีภารกิจต้องเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ภายในทำเนียบรัฐบาลแม้แต่คนเดียว
 ทั้งหมดนี้เป็นเพียงแผนรับมือ "เฉพาะหน้า" เท่านั้น
 ส่วนระยะยาวรัฐบาลได้อนุมัติงบประมาณร่วมพันล้านบาทให้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เพื่อสร้างจิตสำนึกของประชาชนให้มีความจงรักภักดี เทิดทูน ปกป้องสถาบัน ไม่ให้มีการล่วงละเมิดพระบรมเดชานุภาพ ระยะเวลาตามแผน 6 เดือนรอไว้แล้ว
 เพราะรัฐบาลเชื่อว่า สุนัขจนตรอกอย่าง "ทักษิณ ชินวัตร" คงไม่ยอมรามือง่ายๆ

 บัญชา แข็งขัน