
กต.ชงสารมาร์คลงนามแจงยูเอ็นเหตุเขมรฟ้อง
นายก"อภิสิทธิ์" หยันจม."ฮุน เซน"ถึงยูเอ็นมีแต่คำว่าถ้า ยันต้องทำให้ 2 ชาติอยู่ร่วมกันได้ ด้าน"ปณิธาน" เผย ไทยเล็งทำหนังสือโต้เขมรผ่านยูเอ็น 3 ประเด็น ยันเป็นเรื่อง 2 ประเทศ เชื่อนานาชาติเคารพและเข้าใจ ย้ำไทยยึดสันติไม่ใช่ความรุนแรง ชี้ "ฮุนเซน" เปิดศึกเ
(9ส.ค.) เวลา 08.20 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เดินกล่าวกับผู้สื่อข่าวภายหลังพบกับคณะเจ้าหน้าที่และนักกีฬาเยาวชนที่ส่งเข้าร่วมการแข่งขันกีฬา 1 st Youth Olympic Games 2010 ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ถึงกรณีสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ยื่นหนังสือถึงองค์การสหประชาชาติว่าไทยรุกล้ำพื้นที่โดยรอบปราสาทพระวิหาร ว่า จดหมายที่เขาส่งไปมีคำว่า“ถ้า” ถ้าอย่างนั้น ถ้าอย่างนี้ และตอนนี้ก็ยังไม่มีอะไร ส่วนการแก้ไขปัญหาที่ยังไม่มีข้อยุติว่า ก็ดำเนินการตามแนวทางที่มีอยู่ จะสามารถอยู่ร่วมกันอย่างสันติได้หรือไม่นั้นยังไงต้องทำให้อยู่ร่วมกันได้อยู่แล้วระหว่างกัมพูชาและประเทศไทย
นายปณิธาน วัฒนายากร ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณี สมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ส่งหนังสือถึงประธานการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ(ยูเอ็น)และคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ(ยูเอ็น)ประท้วงท่าทีไทยที่จะยกเลิกเอ็มโอยู2543 ว่า ขณะนี้กระทรวงการต่างประเทศกำลังประชุมหารือกับผู้เชี่ยวชาญทางกฎหมายระหว่างประเทศและอีกหลายคณะ คงจะได้นำรายงานให้นายกรัฐมนตรีให้ทราบเช้าวันนี้ อย่างไรก็ตามจุดยืนไทยไม่เปลี่ยนแปลงที่ร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านบนผลประโยชน์ร่วมกัน ถ้าเห็นว่าเป็นประโยชน์ในการที่จะคงความตกลงต่างๆไว้ซึ่งนายกฯพูดชัดเจนว่าเราจะคงประโยชน์เหล่านี้ไว้
“จริงๆในจดหมายถึงยูเอ็นก็พูดอย่างนั้นโดยอ้างท่านนายกฯว่าถ้าเห็นว่าเป็นประโยชน์ก็ยังสามารถร่วมมือกันได้ แต่ในส่วนที่เป็นปัญหาเราก็ต้องบริหารจัดการในพื้นที่ โดยเราจะดำเนินการชี้แจงว่ามีการรุกร้ำเข้ามาในพื้นที่ของเราอย่างไร และตรงนี้จะเป็นโอกาสดีที่ทำให้นานาชาติสนใจว่าขณะนี้ในพื้นที่มีปัญหาจริงๆ การดำเนินการต่อไปต้องมีการพูดคุยกันเพราะเรายึดหลักสันติวิธีชัดเจน และที่นายกฯอัญเชิญพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาก็ชัดเจนว่าเราจะแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธีและต้องการเป็นเพื่อนที่ดีของประเทศเพื่อนบ้าน แต่ในขณะเดียวกันเราก็ปกป้องผลประโยชน์ของเรา”นายปณิธาน กล่าว
เมื่อถามว่าแต่ที่กัมพูชาอ้างว่าไทยละเมิดคำตัดสินของศาลโลกคิดว่าต่างประเทศมีความเข้าใจเรื่องนี้หรือไม่ นายปณิธาน กล่าวว่า คิดว่าต้องชี้แจงเพิ่มเติม เพราะตั้งแต่มีมติของศาลโลกก็คิดว่านานาชาติก็รับทราบว่าไทยเคารพมติแต่เราก็สงวนสิทธิ์ และเราก็คิดว่ามตินั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องอื่นๆยกเว้นเรื่องตัวปราสาท ดังนั้นอีก 1 ปีจึงเป็นโอกาสที่เราจะได้ชี้แจงว่าจะมีคณะทำงานต่างๆ ภาคประชาชนจะเข้ามาทำงานร่วมกันในการชี้แจง ทั้งนี้อาจจะมีนานาชาติบางส่วนยังไม่รับทราบข้อมูลส่วนนี้ก็เป็นโอกาสดี
เมื่อถามว่ากัมพูชาจะดึงเอาชาติที่สามเข้าในข้อพิพาทของสองประเทศ นายปณิธาน กล่าวว่า หลายประเทศคงเป็นกังวลเหมือนกับเราว่าสถานการณ์ตามแนวชายแดนขณะนี้ยังมีปัญหา และในอดีตของหลายประเทศที่มีเคยมีประสบการณ์ที่ไม่ดีโดยเฉพาะประเทศมหาอำนาจที่มีประสบการณ์ในเรื่องของการใช้กำลัง การใช้ความรุนแรงก็เป็นกังวล ซึ่งเราก็ยืนยันไปว่าเราเป็นประเทศที่รักสินติมาโดยตลอด ยึดหลักการพูดคุยเจรจา แต่เราจะชี้แจงว่าพื้นที่ที่เป็นของเรามีการรุกร้ำ ขัดกับการตกลงและเอ็มโอยูด้วย ซึ่งจะต้องทำให้เราหาทางแก้ไขต่อไป
เมื่อถามว่ายังเป็นเรื่องของทวิภาคที่ต่างประเทศไม่ควรเข้ามาเกี่ยวข้องใช่หรือไม่ นายปณิธาน กล่าวว่า จริงๆแล้วก็เป็นหลักว่าปัญหาชายแดนตกลงกันด้วยกรอบที่เรามีอยู่ในระดับทวิภาคีของสองประเทศ แต่เราก็รับความเป็นกังวลของนานาประเทศ แต่โดยหลักแล้วสองประเทศจะตกลงกันเอง และคิดว่านานาชาติจะเคารพตรงนี้ เข้าใจว่าองค์การสหประชาชาติก็คงจะมีการให้ความเห็นบ้างแต่ก็เป็นเรื่องปกติ
เมื่อถามว่าจะชี้แจงส่วนไหนบ้าง นายปณิธาน กล่าวว่า สำหรับเนื้อหาหนังสือชี้แจ้งที่เราเตรียมจะทำถึงสหประชาชาตินั้นมี 3 ส่วน ส่วนแรกเรื่องข้อกฎหมายที่กัมพูชาตั้งข้อสังเกต ส่วนที่ 2 คือกรณีที่เราถูกบุกรุกพื้นที่ และส่วนที่ 3 คือการที่เรายืนยันว่าจะดำเนินการทุกอย่างตามหลักสันติวิธีและข้อกฎหมายที่เป็นที่ยอมรับ
กต.ชงหนังสือแจงยูเอ็นเหตุเขมรฟ้องมาร์คลงนาม
นายธานี ทองภักดี รองอธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศรับทราบการที่สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ส่งหนังสือถึงประธานการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ และคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เพื่อตำหนิท่าทีของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่จะยกเลิกบันทึกความเข้าใจ ปี 2543 ระหว่างไทยกับกัมพูชาว่าด้วยการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบก พร้อมยืนยันจะใช้วิธีทางการทูตและการทหารควบคู่กัน เพื่อแก้ไขปัญหาชายแดนทั้ง 2 ประเทศ
กระทรวงการต่างประเทศพิจารณาเนื้อหาของหนังสือโดยละเอียดแล้ว เห็นว่า มีบางส่วนที่คลาดเคลื่อน และบริบทบางตอนไม่สมบูรณ์ จึงต้องชี้แจงทำความเข้าใจในบางประเด็น ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ เพราะต้องนำเสนอนายกรัฐมนตรีพิจาณาเนื้อหาและลงนามก่อนจะให้ผู้แทนถาวรไทย ประจำกรุงสหประชาชาติ ที่นครนิวยอร์ก ได้นำยื่นชี้แจงต่อยูแอ็น ส่วนจะส่งให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาได้ภายในวันนี้หรือไม่ ยังไม่สามารถบอกได้ แต่จะเร่งทำให้เร็วที่สุด อย่างไรก็ตาม ในประเด็นที่กล่าวหาว่า ไทยขู่จะใช้กำลังทหาร เชื่อว่า ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งยืนยันการกระทำของไทยได้



