ข่าว

อาศัยศิลปะแดนใต้สร้างสันติในชุมชน

อาศัยศิลปะแดนใต้สร้างสันติในชุมชน

09 ส.ค. 2553

เมื่อกลิ่นอายของศิลปะและวัฒนธรรมพื้นบ้านของชายแดนใต้กำลังจะจางหาย สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม จึงจับมือกับ มูลนิธิสุข-แก้ว แก้วแดง และ ศูนย์อำนวยการบริหารชายแดนภาคใต้

  จัดงาน "กลอง กะ บานอ" งานแสดงศิลปะและวัฒนธรรมพื้นบ้านขององค์กรเยาวชนชายแดนใต้ที่มุ่งหวังให้เยาวชนใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ ทั้งไทยพุทธ ไทยมุสลิม ได้แสดงความสามารถทางศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นของตัวเองให้ประชาชนส่วนกลางได้ร่วมเรียนรู้ ทั้งยังเป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม ด้วย

 ดร.รุ่ง แก้วแดง ประธานมูลนิธิสุข-แก้ว แก้วแดง กล่าวว่า ในสามจังหวัดชายแดนใต้เกิดเหตุการณ์ความรุนแรงมายาวนาน แต่บุคคลที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด คือ เยาวชน มูลนิธิฯ จึงก่อตั้งขึ้นเพื่อเสริมสร้างสันติสุขให้อยู่ร่วมกันเหมือนในอดีต จึงร่วมมือกับหลายหน่วยงานดึงเยาวชนมาเรียนรู้การบริหารองค์กร การทำงานจิตสาธารณะ สนับสนุนให้เรียนรู้ศิลปะการแสดงพื้นบ้าน ซึ่งศิลปะการแสดงเหล่านี้ปัจจุบันกำลังจะสูญหายไป จึงจำเป็นต้องสอนเด็กๆ ให้เรียนรู้สิ่งเหล่านี้มากขึ้น

 "การแสดงครั้งนี้จะมีฉากใหญ่ๆ อยู่ 5 ฉาก โดยจะเปิดฉากด้วยการพูดถึงอาณาจักรลังกาสุกะ ซึ่งเป็นอาณาจักรใหญ่แดนใต้เมื่อ พ.ศ.200 ความเป็นอยู่ในยุคนั้นมีทั้งคนฮินดู พุทธ มุสลิม อยู่รวมกัน เป็นการจำลองเหตุการณ์ความไม่สงบเมื่อปี พ.ศ. 2547 การดำเนินการเพื่อให้เกิดสันติสุขใน 3 จังหวัด ตรงนี้จะดำเนินเรื่องโดยตัวละคร 3 ตัว คือ อาแป๊ะ เป็นตัวแทนของคนจีน ซึ่งภาคใต้ประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์เป็นคนจีน  และเด็กอีก 2 คน ชื่อ กลอง ตัวแทนของเด็กชาวไทยพุทธ และ บานอ ที่เป็นตัวแทนของเด็กไทยมุสลิม ที่ตั้งใจใช้ชื่อ กลอง กะ บานอ เพราะคนไทยเรียกกลองว่ากลอง แต่ภาษายาวีจะเรียกว่า บานอ โดยเราจะสื่อให้เห็นว่า ของสิ่งเดียวกัน แม้จะต่างเชื้อชาติและภาษาแต่ก็เป็นคนไทยด้วยกัน ซึ่งการแสดงนี้จะใช้เวลา 2  ชั่วโมง 10 นาที โดยจะใช้เด็กทั้งหมด 360 คน เรียกว่าเป็นคณะการแสดงที่ใหญ่มาก" ประธานมูลนิธิสุข-แก้วฯ แจกแจง

 พร้อมกับบอกด้วยว่า สำหรับทำนองเพลงที่จะนำมาใช้ในการแสดงครั้งนี้ถูกแต่งขึ้นมาใหม่ เนื้อหาจะมีทั้งการเทิดพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ นอกจากนี้ยังมีเนื้อหามุ่งเน้นในเรื่องของความสามัคคีการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขร่วมด้วย 

 "ที่เราจัดการแสดงนี้ขึ้นมาไม่ได้สนใจรัฐบาลว่าจะหันมามอง แต่เรารู้สึกว่านี่ คือบ้านของเราต้องทำอะไรสักอย่างให้ทุกคนรู้ว่า เราสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติเหมือนที่ผ่านมา โดยเรามุ่งที่เยาวชนเป็นหลักเพราะเขาต้องโตเป็นผู้ใหญ่ในอนาคต  ถามว่าทางออกของความสงบในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้คืออะไร ผมบอกได้เลยว่า คือการกลับมาอยู่ด้วยกันเป็นเพื่อนกันเหมือนที่เคยเป็นมา แต่เราจะพูดเฉยๆ ไม่ได้ ต้องแสดงออกถึงความรักและความสามัคคีภายในชุมชนด้วย" ดร.รุ่งแนะนำ

 ไม่เพียงแต่จะมีการแสดงละครเท่านั้น ภายในงานยังมีการแสดงพื้นบ้าน อาทิ ดิเกร์ฮูลู ตารีอีนา ซีละ มโนราห์ รองเง็ง เป็นต้น โดยการแสดงจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 9-11 สิงหาคม ที่ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย จำนวน 5 รอบ คือ รอบ 14.00 น. ในทั้ง 3 วันแสดง และรอบ 19.00 น. เฉพาะวันที่ 9-10 สิงหาคม เท่านั้น โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ นอกจากนี้ยังมีการออกร้านจำหน่ายสินค้าและอาหารพื้นบ้านของภาคใต้ร่วมด้วย