
"แบ่งแยกแล้วทำลาย"
"แสวงจุดร่วม สงวนจุดต่าง ดูจะเป็นวลีที่อธิบายปรากฏการณ์ของขบวนประชาชนที่เคลื่อนไหวกรณีปราสาทพระวิหารอยู่ในขณะนี้ได้แจ่มชัดที่สุด
แม้จะมีการอธิบายว่าการแบ่งจุดชุมนุมเป็น 2 ที่ ทั้งสนามกีฬาเวสน์ 1 และกองทัพภาคที่ 1 เป็นไปภายใต้ยุทธวิธี “แยกกันเดิน ร่วมกันตี” แต่ลึกๆ แล้วมันแสดงให้เห็นว่าขบวนของประชาชนเปรียบได้กับ “แม่น้ำได้แยกสาย ไผ่ได้แยกกอ” ออกจากกันแบบยากที่จะกลับมาบรรจบกัน
ที่ว่ายากที่จะกลับมาบรรจบเพราะ “ความระแวง” ได้แผ่กระจายไปทั่วในหมู่ “แกนนำ” ทั้งสองฟากแล้ว
ฟากหนึ่ง “วีระ สมความคิด-ไชยวัฒน์ สินสุวงศ์” อีกฟากหนึ่ง “พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย”
เสียง "เล็ดลอด" จากถนนพระอาทิตย์ค่อนแคะ “วีระ” ว่า เขาคนนี้มักจะทำตัวเป็น “วีรชนเอกชน” นำพามวลชนแบบหุนหันพลันแล่นไม่รอมติที่ประชุม พาชาวบ้านเคลื่อนเข้าสู่จุดแตกหักอยู่เรื่อย
แถมยังมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกับประมุขแห่งพันธมิตรอย่าง “สนธิ ลิ้มทองกุล”
เช่นเดียวกับ “ไชยวัฒน์ สินสุวงศ์” แม้ภาพภายนอกจะดูเหมือนเป็นแถวหน้าของคน "เสื้อเหลือง"
แต่จริงๆ แล้วเขาอาศัยร่มธงพันธมิตร "ซ่องสุมกำลัง" ของตัวเองมานานแล้ว ภายใต้องค์กรที่ชื่อ “สมัชชาประชาชนแห่งประเทศไทย” ที่มี “ซีไอเอคาบไปป์” น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ เป็นที่ปรึกษา ทั้งสองเป็น “ขุนพล” ที่บ้านพระอาทิตย์ “ไม่นับญาติ”
เพราะถูกระแวงสงสัยว่ากำลัง “คิดการใหญ่” เล่นเกมแรงถึงขั้น “ล้มรัฐบาล” แล้วสถาปนา “รัฐบาลเฉพาะกิจ” ภายใต้แรงหนุนหลังของ “ทหารแก่” หลายคน
ว่ากันให้แฟร์ๆ “ขุนพล” ทั้งสองก็ไม่ได้นับญาติกับพันธมิตรด้วยเช่นกัน แถมถ้ามีโอกาสยัง “สาดโคลน” ใส่ “เสื้อเหลือง” อย่างไม่เกรงกลัวด้วยข้อหาพยายาม “ขโมยซีน” ภาคีประชาชนฯ
จนวันนี้ “ไชยวัฒน์” ก็ยังเข้าใจว่า “พล.ต.จำลอง ศรีเมือง” อาศัยช่วงที่กระแสมวลชนขึ้นสูงสวมรอย “ชิงการนำ” เมื่อครั้งภาคีเครือข่ายคนไทยรักชาติชุมนุมที่หน้ายูเนสโก ทำนองว่า “พล.ต.จำลอง” นั้นไม่ได้ทำอะไร แต่อยู่ๆ ก็มา “ตกปลาในบ่อคนอื่น”
“มหาจำลอง” รู้ดีแต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากตัดสินใจ “แยกกันเดิน” ยึดดินแดงเป็น "สมรภูมิรบ"
เมื่อมีการนัดหมายให้พบนายกฯ รอบแรกที่ทำเนียบรัฐบาลก็ไม่เห็นเงาทั้ง “ไชยวัฒน์” และ “วีระ”ทั้งที่มีการประสานแล้ว แต่ทั้งคู่ยันเสียงแข็งว่านายกฯ ต้องขึ้นเวทีชี้แจงที่ทำเนียบเท่านั้น
สิ่งเดียวที่ยังผูกให้ขบวนประชาชนทั้งสองไม่แตกโพละไปคนละทิศละทางก็คือ “สันติอโศก” เพราะ "นักบุญ" กลุ่มนี้ไม่เกี่ยงว่า “แม่ทัพ” จะเป็นใครขอให้มีเจตนาจะรักษาอธิปไตยชาติบ้านเมืองไว้เป็นพอ
ดังนั้นไม่ว่าจะไปกองทัพภาค 1 หรือที่สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง ก็จะเห็น “กองทัพธรรม” ขับเคลื่อนภารกิจประวัติศาสตร์อย่างขยันขันแข็ง
ซึ่งปรากฏการณ์ “ช่วงชิงการนำ” ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เกิดขึ้นแทบทุกครั้งที่มีการเคลื่อนไหวมวลชน
แต่ถ้าควบคุมความขัดแย้งกันไม่อยู่ ฝ่ายที่ได้ประโยชน์จากความแตกแยกก็คือ “รัฐบาล”
เพราะว่าเข้าทางรัฐบาลที่ "อยู่เฉยๆ" ฝ่ายประชาชนก็ “แบ่งแยก” แล้ว “ทำลาย” ตัวเอง
Darknews
http://www.oknation.net/blog/darknews



