
รัฐเตรียมรับมือ"ผลไม้"ภาคใต้ทะลักชู"สหกรณ์นาสาร"จัดการธุรกิจดีเด่น
ผลพวงจากปัญหาภัยแล้งที่ยาวนานในปีนี้ ส่งผลให้ผลไม้ในพื้นที่ภาคใต้มีผลผลิตลดลงเกือบทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นเงาะ มังคุด ทุเรียน ลองกอง ทำให้มีสินค้าไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด โดยเฉพาะเงาะโรงเรียนบ้านนาสาร แหล่งกำเนิดของเงาะโรงเรียน จนเป็นที่แพร่หลายไปยัง
สหกรณ์การเกษตรบ้านนาสาร จำกัด อ.บ้านนาสาร จ.สุราษฎร์ธานี เป็นหนึ่งสหกรณ์ที่มีศักยภาพ ซึ่งสามารถช่วยเหลือเกษตรกรสมาชิกให้มีโอกาสเข้าถึงตลาด มีแหล่งรองรับผลผลิต ช่วยลดความเสี่ยงปัญหาสินค้าล้นตลาดและราคาตกต่ำมาอย่างยาวนาน โดยผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรบ้านนาสาร จำกัด จ.สุราษฎร์ธานี "ฐานิวรรณ หลีเจริญ" เผยว่า สหกรณ์การเกษตรบ้านนาสารจดทะเบียนจัดตั้งเป็นสหกรณ์เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2513 แรกเริ่มมีสมาชิก 150 คน ทุนเรือนหุ้น 7,500 บาท ปัจจุบันมีสมาชิก 819 คน ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพการเกษตร ทั้งปลูกยางพารา เงาะโรงเรียน มังคุด ลองกองและอื่นๆ มีทุนเรือนหุ้น รวม 24,173,190 บาท และมีเงินทุนสำรอง 15,266,962 บาท ในปีที่ผ่านมา สหกรณ์มีกำไรสุทธิ 8,253,904 บาท
เธออธิบายต่อว่า หลังสมาชิกสหกรณ์การเกษตรบ้านนาสารได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำเมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมา สหกรณ์จึงพัฒนาธุรกิจเข้าสู่ระบบตลาดเต็มรูปแบบเพื่อเปิดโอกาสให้สมาชิกเข้าถึงตลาด มีแหล่งรองรับผลผลิตพร้อมขยายช่องทางการจำหน่าย โดยสหกรณ์ได้รวบรวมผลผลิตผลไม้คุณภาพดีของสมาชิกป้อนให้ตลาดบน หรือ โมเดิร์นเทรด ทั้งห้างแม็คโคร ห้างบิ๊กซี และเทสโก้ โลตัส ซึ่งปี 2552 สหกรณ์ส่งเงาะโรงเรียน มังคุด และลองกองให้ห้างสรรพสินค้าชั้นนำดังกล่าวรวมกว่า 2,657.01 ตัน คิดเป็นมูลกว่า 29 ล้านบาท
"ปี 2553 นี้ สหกรณ์ยังคงดำเนินธุรกิจรวบรวมผลไม้ส่งให้เทสโก้ โลตัส ซึ่งมียอดสั่งซื้อเข้ามาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิต แต่ปีนี้มีปริมาณผลผลิตค่อนข้างน้อย เนื่องจากพื้นที่ปลูกของสมาชิกได้รับผลกระทบจากปัญหาภัยแล้งยาวนาน ทำให้ได้ผลผลิตลดลงและมีสินค้าไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด โดยเฉพาะเงาะโรงเรียนมีน้อยมาก"
ฐานิวรรณ กล่าวอีกว่า สาเหตุที่ผลผลิตมีน้อยในปีนี้ นอกจากจะประสบปัญหาภัยแล้งแล้ว สมาชิกส่วนหนึ่งมีการปรับเปลี่ยนพื้นที่สวนเงาะไปปลูกยางพาราแทน ทำให้ปริมาณผลผลิตลดน้อยลง ส่งผลให้ราคาขยับตัวสูงขึ้น โดยสหกรณ์รับซื้อเงาะของสมาชิกกืโลกรัมละ 22 บาท เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาที่รับซื้อ 8-9 บาท/กิโลกรัม อย่างไรก็ตามสหกรณ์จำเป็นต้องช่วยพยุงราคา พร้อมส่งเสริมสนับสนุนให้สมาชิกรักษาพื้นที่ปลูกเงาะนาสารเอาไว้ไม่ให้สูญหาย
ผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรบ้านนาสาร ย้ำด้วยว่า สำหรับมังคุดและลองกองปีนี้ก็มีผลผลิตน้อยเช่นเดียวกัน โดยปีนี้มีพ่อค้าคนกลางเข้าไปรับซื้อผลผลิตในพื้นที่ด้วย ทำให้มีการแข่งขันด้านราคาสูงขึ้นและส่งผลดีต่อเกษตรกร ในส่วนของสหกรณ์รับซื้อลองกองเบอร์ 2 ราคากิโลกรัมละ 28-32 บาท มังคุดเกรดคละกิโลกรัมละ 11-12 บาท แต่ยังได้สินค้าไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด สหกรณ์จึงหารือกับคิวซี (QC) ห้างเทสโก้ โลตัส เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว โดยไปรับซื้อมังคุดคุณภาพดีจากเครือข่ายผู้ผลิตในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช เพื่อป้อนเข้าสู่เทสโก้ โลตัส เพื่อรักษาตลาดเอาไว้
“ขณะนี้สหกรณ์มีแผนเปิดรับสมาชิก ทั้งสมาชิกเก่าและสมาชิกสมทบเข้าร่วมพัฒนาการผลิตเงาะ มังคุด ลองกอง และกล้วยหอม เพื่อให้ได้สินค้าที่มีคุณภาพและตรงตามความต้องการของตลาดมากขึ้น โดยจะพัฒนาร่วมกับคู่ค้าคือเทสโก้ โลตัส เพื่อส่งออกไปจำหน่ายยังสาขาต่างประเทศ ซึ่งมีเกษตรกรสมัครเข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 80 ราย อนาคตคาดว่าน่าจะได้ผลไม้คุณภาพดีป้อนตลาดเพิ่มมากขึ้น ทั้งยังช่วยสร้างความเชื่อมั่นด้านตลาดและราคาให้แก่สมาชิกด้วย” ผู้จัดการสหกรณ์คนเดิมกล่าว
ด้าน จิตรกร สามประดิษฐ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ยอมรับว่า สหกรณ์การเกษตรบ้านนาสารถือเป็นสหกรณ์ต้นแบบของภาคใต้ที่มีระบบบริหารจัดการผลผลิตผลไม้ของสมาชิกได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเป็นศูนย์กระจายผลไม้จากทุกๆ ภาค อาทิ การนำลิ้นจี่ ลำไยภาคเหนือ และข้าวสารภาคตะวันออกเฉียงเหนือกระจายสู่ผู้บริโภคในพื้นที่ภาคใต้ ขณะเดียวกันยังเป็นศูนย์กลางเครือข่ายแลกเปลี่ยนสินค้าเกษตร เช่น รวบรวมผลผลิตมังคุดกระจายสู่ตลาดภาคกลางและภาคเหนือ ผลิตภัณฑ์อาหารทะเลสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คิดเป็นมูลค่าปีละกว่า 100 ล้านบาท
"อนาคตกรมส่งเสริมสหกรณ์มีแผนสนับสนุนให้สหกรณ์การเกษตรในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช ชุมพร พังงา และพัทลุง เป็นศูนย์รวบรวมและกระจายผลไม้เพื่อช่วยเหลือสมาชิกเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังมุ่งส่งเสริมให้สมาชิกสหกรณ์ต่างๆ เร่งพัฒนาระบบการผลิตเพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ ไม่เน้นปริมาณ แต่มุ่งพัฒนาคุณภาพสินค้าเป็นหลัก พร้อมส่งเสริมการเชื่อมโยงตลาดเพื่อให้ธุรกิจสหกรณ์สามารถแข่งขันได้" รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวทิ้งท้าย
สหกรณ์การเกษตรบ้านนาสารนับเป็นตัวอย่างความสำเร็จในการบริหารจัดการผลไม้ในฐานะสหกรณ์ต้นแบบของภาคใต้ จากการสร้างพันธมิตรเครือข่ายเพื่อเชื่อมโยงกับสหกรณ์ต่างๆ ในภูมิภาคอื่น และภาคธุรกิจเอกชนในการพัฒนาธุรกิจสหกรณ์เพื่อความมั่นคงในอาชีพและรายได้ของสมาชิกอย่างมั่นคงและยั่งยืนตลอดไป
"มังคุด" เมืองคอนราคายังป่วน
นครศรีธรรมราช ถือเป็นอีกจังหวัดที่เป็นแหล่งปลูกผลไม้ที่สำคัญของภาคใต้ จากข้อมูลสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดระบุว่าในปีนี้ปริมาณผลไม้ของ จ.นครศรีธรรมราช แยกเป็นมังคุดมากกว่า 4.1 หมื่นตัน เงาะกว่า 3.6 หมื่นตัน ทุเรียนกว่า 4 หมื่นตัน และลองกองมากกว่า 1.1 หมื่นตัน รวมจำนวน 1.3 แสนตันเศษ
"ขณะนี้ผลไม้ที่น่าเป็นห่วงได้แก่ มังคุด ซึ่งออกมาในเดือนนี้ประมาณ 40% ต่อเนื่องจากเดือนที่ผ่านมา จ.นครศรีธรรมราช จึงขอรับการสนับสนุนและได้รับการสนับสนุนจาก คชก. เพื่อแก้ไขปัญหาราคาผลไม้ตกต่ำ เป็นงบประมาณ 40 ล้านบาท มอบหมายให้พาณิชย์จังหวัดดำเนินการเรื่องการเบิกจ่ายเงิน” ยงยุทธ สุวรรณฤกษ์ เกษตรจังหวัดนครศรีธรรมราช ระบุ
ยงยุทธ กล่าวอีกว่า ในส่วนของเกษตรจังหวัดทำหน้าที่ดำเนินการเพื่อส่งเสริมการระบายผลไม้ออกนอกพื้นที่ภาคใต้ โดยราคามังคุด สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรได้กำหนดราคาต้นทุนไว้ที่กิโลกรัมละ 13.27 บาท และหากดำเนินการช่วยเหลือจะต้องนำจำนวนดังกล่าวมาบวกกำไรอย่างน้อย 30%
ขณะที่ ภัสศรัณย์ ชำนาญกิจ นักวิชาการพาณิชย์ ชำนาญการ สำนักงานพาณิชย์จังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า หลังจากมีการประชุม ที่ประชุมระดับภาค ภาคใต้ ได้กำหนดกรอบแนวทางอย่างกว้างๆ ให้ใช้สำหรับเป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการกิโลกรัมละ 1 บาท ค่าขนส่งให้คิดตามระยะทางไม่เกินกิโลกรัมละ 2 บาท ต่างจากปีที่ผ่านมาที่มีการเหมาจ่ายรวมกิโลกรัมละ 3 บาท ซึ่งจังหวัดได้ประมาณราคาเพื่อการประกาศราคาขั้นต่ำของผลไม้ และรับสมัครผู้เข้าร่วมโครงการและได้กำหนดวันเริ่มดำเนินการให้เรียบร้อยแล้ว
ทีมข่าวเกษตร



