ข่าว

"พาณิชย์"รุกพัฒนาสหกรณ์ไทยเพิ่มขีดแข่งขัน-รับเสรีการค้าโลก

"พาณิชย์"รุกพัฒนาสหกรณ์ไทยเพิ่มขีดแข่งขัน-รับเสรีการค้าโลก

09 ส.ค. 2553

พาณิชย์รุกพัฒนาสหกรณ์ของไทยให้ก้าวไปสู่สหกรณ์เชิงสร้างสรรค์ หวังเพิ่มมูลค่าสินค้าและบริการ รับมือการเปิดเสรีทางการค้าโลก เล็งเฟ้นหาต้นแบบธุรกิจใหม่ นำร่องการต่อยอดคู่แฝดธุรกิจเชิงสร้างสรรค์

 นางปัจฉิมา ธนสันติ อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า นายอลงกรณ์ พลบุตร รมช.พาณิชย์ ได้มอบหมายให้ทำโครงการสหกรณ์ไทยสร้างสรรค์ หรือ ครีเอทีฟ โค-ออป เพื่อพัฒนาสหกรณ์ของไทยให้เป็นสหกรณ์ไทยสร้างสรรค์ เตรียมพร้อมและรับมือกับการเปิดเขตการค้าเสรีที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยเชื่อว่าในอนาคต รูปแบบ กระบวนการสหกรณ์จะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ สามารถเพิ่มมูลค่าสินค้าและบริการโดยจะกลายเป็นธุรกิจแถวหน้าในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ

 ทั้งนี้มีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (เอ็มโอยู) ว่าด้วยการพัฒนารูปแบบธุรกิจ เพื่อสร้างภาพลักษณ์ ตราสินค้าสหกรณ์ไทย ตามโครงการพัฒนาธุรกิจสหกรณ์ไทยสร้างสรรค์ ระหว่างกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กรมทรัพย์สินทางปัญญา กรมส่งเสริมสหกรณ์ และสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย ซึ่งที่ผ่านมาหน่วยงานทั้งหมดดำเนินการวางแผนขับเคลื่อนธุรกิจสหกรณ์ไทยสร้างสรรค์ เพื่อช่วยกันต่อยอดคู่แฝดธุรกิจเชิงสร้างสรรค์ของสหกรณ์ ซึ่งปัจจุบันมี 6,868 สหกรณ์ มีสมาชิกรวมกว่า 10 ล้านคน

 สำหรับแนวทางของโครงการนี้เป็นการสานต่อนโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์ โดยเป็นการขับเคลื่อนในรูปของการจัดเวิร์กช็อป ซึ่งจะเชิญสหกรณ์ 500 แห่งที่ได้รับคัดเลือกจากทุกภาคทั่วประเทศ เข้าร่วมในโครงการพัฒนาธุรกิจสหกรณ์สร้างสรรค์ กำหนดจัดขึ้นในเดือนกันยายนนี้ และจะดำเนินการต่อในขั้นตอนที่ 2 คือ การพัฒนาธุรกิจสหกรณ์สร้างสรรค์ต้นแบบใน 4 ภาค จะดำเนินการในช่วงเดือนมกราคม-เมษายน 2554 พร้อมกับจัดประกวดคัดเลือกธุรกิจสหกรณ์ไทย

 นอกจากนี้ รมช.พาณิชย์ ยังให้คณะทำงานพิจารณาถึงรูปแบบธุรกิจใหม่ๆ ที่จะนำไปเป็นต้นแบบของการพัฒนาสหกรณ์สร้างสรรค์ เช่น ให้ร้านค้าสหกรณ์ที่มีในปัจจุบันพัฒนารูปแบบโดยการนำธุรกิจแฟรนไชส์ ซึ่งกรมพัฒนาธุรกิจการค้าส่งเสริมอยู่ในขณะนี้เข้าไปต่อยอดการดำเนินการ ซึ่งเป็นการพัฒนาร้านค้าสหกรณ์ให้ทันสมัย หรือแม้กระทั่งการนำเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาช่วยในการบริหารงาน เพื่อลดต้นทุนของสินค้าโลจิสติกส์ และการบริหารงาน สำหรับภาคการผลิตหรือการเกษตร ให้พัฒนาเป็นธุรกิจที่สามารถสร้างอำนาจการต่อรองที่เข้มแข็งให้แก่สหกรณ์การผลิตภาคเกษตรได้