ข่าว

เตือนดบ.ขึ้นผ่อนบ้านรับมือค่างวดเพิ่มคาดเห็นผลชัดกลางปี54-ขอกู้เสี่ยงแบงก์ไม่ปล่อยเพิ่ม

เตือนดบ.ขึ้นผ่อนบ้านรับมือค่างวดเพิ่มคาดเห็นผลชัดกลางปี54-ขอกู้เสี่ยงแบงก์ไม่ปล่อยเพิ่ม

09 ส.ค. 2553

เตือนผู้ซื้อบ้านเตรียมตัวรับมือดอกเบี้ยขาขึ้น คาดเห็นผลชัดกลางปี 54 ต้องรับภาระผ่อนมากขึ้น มองกลุ่มระดับกลางรับผลกระทบมากสุด ส่วนคนขอกู้อาจยากขึ้น ส่งผลยอดไม่ผ่านการอนุมัติจากแบงก์เพิ่ม ด้านแบงก์ชี้ดอกเบี้ยขึ้น 1% ค่างวดเพิ่ม 7% เชื่อรายได้คนเพิ่มตามไม่น

 นายสัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ กล่าวถึงผลกระทบต่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จากแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยขาขึ้นว่า หากอัตราดอกเบี้ยนโยบายปรับขึ้นมาจนถึง 2% ในช่วงปลายปี 2553 จะส่งผลกระทบทั้งต่อผู้ประกอบการและผู้บริโภครายย่อย โดยในส่วนของผู้ประกอบการจะมีต้นทุนเพิ่มจากการขอสินเชื่อพัฒนาโครงการ แต่อาจจะผลักภาระไปให้ผู้ซื้อบ้านไม่ได้มากนัก เพราะไม่สามารถปรับราคาขายขึ้นได้มาก เนื่องจากตลาดมีการแข่งขันสูง

 "ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นคาดว่าจะเห็นชัดได้ในกลางปี 2554 โดยผู้ที่ได้สินเชื่อ 0% ไว้นานแล้ว จะมีภาระเพิ่มขึ้นหากรายได้คงเดิม ส่วนผู้กู้ขอสินเชื่อใหม่ ถ้ารายได้ไม่เพิ่มก็จะกู้ได้น้อยลง โดยกลุ่มคนที่จะกระทบมากสุดคือ กลุ่มคนระดับกลางๆ นั่นหมายความว่า ตลาดที่อยู่อาศัยระดับกลางก็จะได้รับผลกระทบ ขณะที่ธนาคารพาณิชย์ต่างๆ ก็จะคัดเลือกลูกค้ามากขึ้น พิจารณาความเสี่ยงมากขึ้น ในที่สุดยอดรีเจกท์เรต หรือการปฏิเสธสินเชื่อก็จะเพิ่มขึ้น" นายสัมมา กล่าว

 ด้าน นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า สถานการณ์ดอกเบี้ยขาขึ้นมีผลกระทบต่อขีดความสามารถในการซื้อ หรือการผ่อนชำระของผู้บริโภคต่อที่อยู่อาศัย โดยการขึ้นดอกเบี้ยทุก 1% จะมีผลทำให้ค่างวดผ่อนสินเชื่อบ้านเพิ่ม 7% เช่น ผ่อนบ้านราคา 1 ล้านบาท จะมีภาระค่างวด เพิ่มขึ้น 700 บาท ฉะนั้นแนวโน้ม ใน 3 ปีที่ดอกเบี้ยนโยบายขึ้น 3% ค่างวดจะเพิ่ม 21% หรือเพิ่ม 2,100 บาทต่อเงินต้น 1 ล้านบาท

 "การปรับขึ้นของดอกเบี้ยเป็นช่วงปรับขึ้นบนฐานที่ดอกเบี้ยต่ำมากในปัจจุบัน และถ้าดูสถิติย้อนหลัง 2-3 ปี รายได้คนเฉลี่ยขึ้นประมาณปีละ 6% อยู่แล้ว ฉะนั้นในอีก 3 ปีภาพน่าจะไม่แตกต่างเรื่องดอกเบี้ยขาขึ้นกับรายได้คนก็ขึ้นล้อกันไป แต่ก็กระทบต่อความรู้สึกของผู้บริโภค" นายชาติชายกล่าว

 สำหรับภาพรวมธนาคารพาณิชย์ที่ขณะนี้แข่งขันปล่อยกู้ลูกค้า 100% รวมถึงการให้สินเชื่อเพื่อซื้อเฟอร์นิเจอร์เพิ่มด้วยการร่วมแคมเปญกับผู้ประกอบการเจ้าของโครงการยังคงมีการแข่งขันที่รุนแรง แต่เชื่อว่าธนาคารพาณิชย์ เลือกลูกค้าผ่านโครงการหรือผ่านผู้ประกอบการ เพราะการทำโครงการจัดสรรขายไม่ว่าจะเป็นแนวสูงหรือแนวราบ ชื่อผู้ประกอบการสะท้อนกลุ่มผู้บริโภคว่าเป็นกลุ่มคนระดับใด

 อย่างไรก็ตาม ผลกระทบจากอัตราดอกเบี้ยขาขึ้นคงระบุชัดเจนไม่ได้ว่าความรุนแรงจะแค่ไหน แต่เชื่อว่าจะกระทบทั้งกลุ่มผู้บริโภคที่จะกู้ใหม่ และกลุ่มผู้บริโภคที่กู้ไปแล้วในช่วงก่อนหน้า ซึ่งจะหมดแคมเปญดอกเบี้ยคงที่ เพื่อเข้าสู่การจ่ายอัตราดอกเบี้ยปกติ หรือลอยตัว