
ย้อนอดีต?
เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2483 หรือเมื่อ 70 ปีที่แล้ว ในช่วงต้นของสงครามโลกครั้งที่สอง ฝรั่งเศสได้ลงนามยอมแพ้แก่เยอรมนี และยินยอมให้ญี่ปุ่นส่งทหารเข้ามาในเวียดนาม ทำให้รัฐบาลไทยในสมัยนั้น ซึ่งมี พล.ต.หลวงพิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี ได้ยื่นข้อเสนอต่อฝรั่งเศ
ประการแรก ขอวางแนวเส้นเขตแดนตามลำน้ำโขงให้เป็นไปตามหลักกฎหมายสากล กล่าวคือถือร่องน้ำลึกเป็นเกณฑ์ (แทนการที่ฝรั่งเศสถือว่าแก่งหรือเกาะในแม่น้ำโขงเป็นของอินโดจีนทั้งหมด)
ประการที่สอง ปรับปรุงเขตแดนให้เป็นไปตามธรรมชาติ คือให้ถือว่าแม่น้ำโขงเป็นเขตแดนระหว่างประเทศไทยกับอินโดจีนตั้งแต่ทิศเหนือมาจนทิศใต้ จนถึงเขตแดนกัมพูชา โดยให้ฝ่ายไทยได้รับดินแดนทางฝั่งขวาของแม่น้ำโขง ตรงข้ามหลวงพระบางและปากเซคืนมา และประการที่สาม ขอให้ฝรั่งเศสรับรองว่า ถ้าอินโดจีนเปลี่ยนจากอธิปไตยฝรั่งเศสไป ฝรั่งเศสจะคืนอาณาเขตลาวและกัมพูชาให้แก่ไทย
เหตุผลประการสำคัญในการเรียกร้องดินแดน ปรากฏตามบันทึกของนายสังข์ พัธโนทัย ซึ่งรับผิดชอบเรื่องการโฆษณานโยบายของรัฐแก่ประชาชน ว่า “ดินแดนเหล่านั้นเป็นดินแดนของเราจริงๆ ไม่ใช่เมืองขึ้น ไม่ใช่อาณานิคม ไม่ใช่ต่างแดน แต่เป็นถิ่นที่อยู่ของชนชาติไทย เลือดไทย ซึ่งเป็นหน่อเนื้อเชื้อไข มีชีวิตจิตใจ และมีวัฒนธรรมอันเดียวกับพวกเรา” ดังนั้น ความต้องการดินแดนคืนจึงเป็นเรื่องเกี่ยวกับเกียรติยศของชาติ ที่ไม่สามารถ “ทนดูเพื่อนร่วมชาติของตน ตกอยู่ในความบังคับกดขี่ของชาติอื่น”
นโยบายเรียกร้องดินแดนคืนจากฝรั่งเศส นำไปสู่การปลุกกระแสรักชาติและการเดินขบวนครั้งแรกในประวัติศาสตร์การเมืองของไทย โดยในเช้าวันที่ 8 ตุลาคม 2483 นิสิตและนักเรียนเตรียมปริญญาของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประมาณ 3,000 คน ได้เคลื่อนขบวนจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยไปยังหน้าศาลาว่าการกระทรวงกลาโหม เพื่อสนับสนุนนโยบายของรัฐบาล และต่อมาในตอนบ่ายวันเดียวกัน นักศึกษาและนักเรียนเตรียมปริญญาของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และการเมือง ก็ได้เดินขบวนมายังกระทรวงกลาโหมเช่นเดียวกัน หลังจากนั้นก็ได้เกิดการเดินขบวนเรียกร้องดินแดนทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด
ฝรั่งเศสปฏิเสธข้อเสนอทุกข้อของฝ่ายไทย และส่งทหารเข้าประชิดชายแดนไทย และส่งเครื่องบินล้ำน่านฟ้าไทยหลายครั้ง ในวันที่ 28 พฤศจิกายน 2483 ทหารฝรั่งเศสได้โจมตีไทยที่อรัญประเทศ เป็นเหตุให้ไทยประกาศสถานะสงครามกับอินโดจีน เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2484 การสู้รบดำเนินไปจนถึงวันที่ 25 มกราคม 2484 ญี่ปุ่นได้เข้ามาไกล่เกลี่ย และมีการลงนามในอนุสัญญา เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2484 โดยไทยได้ดินแดนคืนมาประมาณ 9 หมื่นตร.กม. และจัดตั้งเป็นจังหวัดใหม่ 4 จังหวัด คือ พระตะบอง, พิบูลสงคราม, จำปาสัก และลานช้าง
อย่างไรก็ตาม การโฆษณาชวนเชื่อ เพื่อปลุกกระแสรักชาติและเรียกร้องดินแดนคืนนั้น นายปรีดี พนมยงค์ ซึ่งในเวลานั้นดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และผู้ประศาสน์การมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้กล่าวเตือนนักศึกษาธรรมศาสตร์ไว้ว่า การเรียกร้องดินแดน ท่านเชื่อว่าคงได้แน่ เพราะฝรั่งเศสกำลังแย่ แต่ดินแดนที่ได้มาจะต้องคืนกลับไป แม้ว่าชั่วชีวิตของท่านอาจไม่ได้เห็น แต่ชั่วชีวิตของนักศึกษาจะต้องได้เห็นอย่างแน่นอน
เมื่อญี่ปุ่นลงนามยอมแพ้สงครามในวันที่ 16 สิงหาคม 2488 ไทยก็ต้องส่งคืนดินแดนที่ได้มาในช่วงสงครามอินโดจีนแก่ฝรั่งเศส
ครับ นั่นคือเรื่องราวของการปลุกกระแสรักชาติด้วยการเรียกร้องดินแดนคืนในอดีต ซึ่งในสมัยของเราอาจได้เห็นเหตุการณ์เช่นนั้นกันอีกครั้งก็ได้



