
ชวนแดงลืมสีเสื้อมาร่วมต้านเขมรฐานะคนไทย
กลุ่ม ปชช.เชียงใหม่รักชาติ พอใจนายกฯนำทีมดีเบต ฝากถึงแดงให้ลืมสีเสื้อ ออกมาร่วมม็อบต้านเขมรในฐานะคนไทย กลุ่มธรรมยาตราบุกผามออีแดงทวงคืน มณฑลบูรพา ถูกทหารสกัด ยอมถอย-อ่านแถลงการณ์และมอบพระให้ทหารก่อนเดินทางกลับ
นางนิตยาพร สุวรรณชิน แกนนำกลุ่มประชาชนเชียงใหม่รักชาติ กล่าวถึงกรณีนายกรัฐมนตรีนำคณะเปิดดีเบตกับตัวแทนเครือข่ายคนไทยหัวใจรักชาติและถ่ายทอดสดทางทีวีช่อง 11 กรณีเขาพระวิหารว่าในฐานะภาคประชาชนรู้สึกพอใจในระดับหนึ่งที่นายกฯให้ความสำคัญและออกมาตอบปัญหา แม้จะมีบางข้อที่ยังมีความเข้าใจไม่ตรงหรือคลาดเคลื่อนกันระหว่างภาคประชาชนกับรัฐ แต่นายกฯก็รับปากว่าจะรับไปประสานและแก้ไขให้ถูกต้อง
อย่างไรก็ตาม น่าห่วงว่า จนถึงขณะนี้รัฐบาลและสื่อมวลชนหลัก ยังให้ความสำคัญกับการสื่อข่าวให้ข้อมูลข่าวสารเรื่องเขาพระวิหารไปยังประชาชนน้อยเกินไป จะเห็นได้จากที่กลุ่มประชาชนเชียงใหม่รักชาติได้นำใบปลิว 2,000 ใบไปเดินขบวนแจกจ่ายให้กับประชาชนในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา ปรากฏว่าแม้แต่นักศึกษาและประชาชนคนทำงานมีอยู่น้อยคนที่จะทราบเรื่องและเป็นเรื่องใหญ่ จึงอยากให้มีการออกข่าวให้ประชาชนรับทราบข้อมูลให้มากขึ้น โดยเฉพาะเยาวชนที่จะมารับหน้าที่เรียกร้องปกป้องรักษาพื้นที่แผ่นดินไทยไว้ต่อไป
ส่วนกรณีที่กลุ่มคนเสื้อแดงจะมีการออกมาเคลื่อนไหวแจ้งความเอาผิดนายกรัฐมนตรี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ และผบ.ตร.โทษฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ โดยปล่อยให้คนเสื้อเหลืองออกมาเคลื่อนไหวประท้วงเรื่องเขาพระวิหารนั้น นางนิตยาพร กล่าวว่า ตอนนี้ไม่มีเสื้อแดงไม่มีเสื้อเหลือง ทุกคนอยู่ในฐานะประชาชนคนไทย ต้องออกมาเคลื่อนไหวปกป้องสมบัติของชาติ ขอให้ลืมเรื่องสีเสื้อไปเสีย เพราะตอนนี้เป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคนที่ควรออกมาทำหน้าที่คนไทยที่รักชาติ
ทั้งนี้ ที่คนเสื้อแดงมองว่าการออกมาเคลื่อนไหวเรื่องเขาพระวิหารกับรัฐบาลนั้นเป็นการกระทำที่ขัดพ.ร.ก.ฉุกเฉินนั้น อยากบอกว่าการเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่เกี่ยวข้องกับการเมืองใด ๆ ขณะนี้วิกฤตแล้วเราออกมาเคลื่อนไหวตามสิทธิรัฐธรรมนูญเพื่อต่อสู้ปกป้องอธิปไตยและการเสียดินแดงกับเขมร จึงขอเชิญชวนคนเสื้อแดงให้ออกมาช่วยกันโดยให้ลืมเรื่องสีเสื้อไปเสีย เพราะประเทศไทยเป็นของเราทุกคน
กลุ่มธรรมยาตราบุกผามออีแดงทวงคืน“มณฑลบูรพา”
เมื่อเวลา 08.00 น.วันที่ 8 ส.ค.53 นายสมาน ศรีงาม แกนนำกลุ่มธรรมยาตรา ทวงคืนเขาพระวิหารและมณฑลบูรพา พร้อมด้วย พระครู พนม ศรีราจารย์ เจ้าอาวาส วัดป่าเขาโต๊ะ ต.บักได อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ และเจ้าอธิการ นิติรัชต์ อชิโต เจ้าคณะตำบลกาบเชิง ฝ่ายธรรมยุทธ และคณะรวม 17 คน ได้เดินทางมาเพื่อขอขึ้นไปมอบวัตถุมงคลให้กับทหารที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ตามแนวชายแดนเขาพระวิหาร โดยมี พ.ต.อ.ชัชวาลย์ แก้วจันดี ผกก.สภ.กันทลักษ์ และ พ.ท.สุวพจน์ จุรกทัพพะ ผู้ช่วยหัวหน้าฝ่ายยุทธการข่าว กองกำลังสุรนารี กองทัพภาคที่ 2 เดินทางมาร่วมเจรจาบอกเหตุผลที่ไม่สามารถอนุญาตให้กลุ่มธรรมยาตราเดินทางขึ้นไปบนผามออีแดงได้ เนื่องจากสถานการณ์ยังไม่น่าไว้วางใจ จึงเป็นห่วงเรื่องสวัสดิภาพของคณะที่จะเดินทางขึ้นไป ซึ่งคณะของ นายสมาน ก็เข้าใจและได้ขออนุญาตอ่านแถลงการณ์ที่บริเวณหน้า หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 23 ค่ายพิทักษ์อุทุมพรเขต อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ
โดยแถลงการณ์ระบุว่า ขอเสนอให้รัฐบาลนำอนุสัญญาโตเกียวค.ศ. 1942 หรือในพ.ศ. 2484 ที่ไทยจะได้เปรียบกัมพูชามาใช้ในการทวงคืนดินแดนมณฑลบูรพาซึ่งหมายถึงดินแดนสามจังหวัดคือจังหวัดพระตะบอง จังหวัดพิบูลสงครามและจำปาศักดิ์ในอดีต ซึ่งหากต่อสู้ด้วยอนุสัญญาโตเกียวนี้แล้วประเทศไทยเราชนะแน่นอน ส่วนเรื่องพื้นที่ทับซ้อน 4.6 ตร.กม.ที่กำลังพูดถึงกันอยู่ในปัจจุบันนี้จะเป็นเรื่องเล็กน้อยไปเลย
“ไม่อยากให้รัฐบาลไทยโดยกระทรวงการต่างประเทศและนักวิชาการในประเทศยอมรับความพ่ายแพ้ด้วยข้อตกลงในสนธิสัญญาสยามฝรั่งเศส 1904-1907 เป็นหลักในการเจรจาว่าเป็นอนุสัญญาที่ถูกต้อง” นายสมานกล่าว
ทั้งนี้ ในการเดินทางมารอบนี้ นายสมาน ยังได้นำรูปของ นายวันดี ศรีงาม ผู้เป็นบิดา ซึ่งขณะนั้นยังเป็นพลทหารวันดี ศรีงาม สังกัด กองพันทหารม้าที่ 2 ประจำ จ.ปราจีนบุรี เมื่อพ.ศ.2482 พร้อมกับโชว์ เหรียญชัยสมรภูมิ ที่ได้จากการรบที่ สมรภูมิ มณฑลบูรพา และได้รับชัยชนะในการรบครั้งนั้น จึงได้นำเอกสารของผู้เป็นบิดามาเผยแพร่ และเคลื่อนไหวเรื่องการทวงคืนมณฑลบูรพา มาจนถึงปัจจุบัน



