ข่าว

“นายกฯ”ยันไม่ได้รายงานจัดสรรงบท้องถิ่นปี54

“นายกฯ”ยันไม่ได้รายงานจัดสรรงบท้องถิ่นปี54

08 ส.ค. 2553

“นายกฯ”ยันไม่ได้รายงานจัดสรรงบท้องถิ่นปี 54 ชี้ไม่จัดงบกระจุกตัวในพื้นที่ภท. ระบุทุกอย่างต้องทำตามหลักเกณฑ์ "ปชป."ชี้แผนพัฒนาฯฉบับ 11 ไม่ใช่นโยบายประชานิยม อ้างเป็นโครงการที่ปชช. มีสิทธิ์ที่จะต้องได้รับ

 (8ส.ค.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2554 มีมติให้นายกฯทบทวนพิจารณาและจัดสรรงบฯท้องถิ่นใหม่ เพื่อแก้ปัญหากระจุกตัวบางจังหวัด ว่า ขณะนี้รายงานเอกสารของคณะกรรมาธิการวิสามัญยังไม่ได้ส่งมาให้ตน คงต้องไปดู นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี ได้บอกกับตนว่า เป็นเงินก้อน ที่ต้องไปจัดสรร ไม่ต้องการให้กระจุกตัว โดยไม่ทราบว่า งบส่วนใหญ่จะไปอยู่ในพื้นที่ของพรรคภูมิใจไทย และก็ยังไม่เห็นว่า จังหวัดที่มีเสื้อแดงจะได้รับงบประมาณจำนวนน้อย เพราะทุกอย่างต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ ส่วนการประชุมสำนักงานคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ( กตช.)ในวันพรุ่งนี้ ( 9 ส.ค.) น่าจะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ทั้งนี้ต้องอยู่ขึ้นอยู่กับกรรมการ กตช.ด้วย

"ปชป."ชี้แผนพัฒนาฯฉบับ11ไม่ใช่นโยบายประชานิยม

 ที่พรรคประชาธิปัตย์ นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า พรรคประชาธิปัตย์สนับสนุนหลักประกันขั้นพื้นฐานของประชาชนภายใต้แผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติ ฉบับที่ 11 โดยจะดำเนินการเป็นนโบยบายหลักในรัฐบาลชุดนี้ ไปจนถึงการหาเสียงเลือกตั้งครั้งหน้า ดูแลคนไทยทุกคนตั้งแต่เกิดจนตายไม่เลือกปฏิบัติ โดยมีแผนดำเนินการ คือ ดูแลมารดาก่อนและหลังคลอด และเด็กได้รับอาหารเสริมเพื่อเสริมสร้างพัฒนาการของเด็ก ส่วนวัยก่อนเข้าชั้นอนุบาลจะให้เด็กได้สิทธิ์เข้าศูนย์เลี้ยงเด็ก เตรียมความพร้อมก่อนเข้าเรียน สนับสนุนการเรียนฟรีตั้งแต่ชั้นอนุบาลถึง ม.6 เสริมสร้างความรู้ในการดำรงชีวิต ทั้งภาษาต่างประเทศและ คอมพิวเตอร์ ดูแลระบบสุขภาพร่างกายรักษาและตรวจสุขภาพฟรีปีละ 1 ครั้ง

มีหลักประกันรายได้ทุกอาชีพ เช่นเกษตรกรจะ รับประกันสินค้าการเกษตร แรงงานก็จะมีหลักประกันค่าแรงขั้นต่ำ คนจน ภาครัฐจะเข้าไปลดภาระค่าใช้จ่าย เช่นค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าเดินทาง และปัญหาหนี้สิ้น จะเข้าไปดูทั้งหนี้ในและนอกระบบ มีกองทุนเลี้ยงชีพ ช่วยเหลือการทำงานให้แก่ประชาชนหากได้รับบาดเจ็บหรือเจ็บป่วยจนไม่สามารถทำงานได้ ก็จะมีเงินช่วยเหลือบุคคลดังกล่าวและครอบครัว และกรณีเสียชีวิต จะมีเงินช่วยเหลือในรูปแบบบำเหน็ด บำนาญ ให้แก่ครอบครัว ที่ผ่านการสนุนจากกองทุน ที่ได้มากองทุนที่ประชาชนสะสมเข้ากองทุน ภาครัฐและชุมชนให้การสนุบสนุน

 นพ.บุรณัชย์ กล่าวอีกว่า นโยบายดังกล่าวไม่ใช่ประชานิยม หรือรัฐสวัสดิการ แต่เป็นโครงการที่มีความเป็นเจ้าของร่วมกัน ระหว่างประชาชนและภาครัฐ ในรูปแบบกองทุน และรัฐให้การสนุบสนุนเพิ่มเติม ถือเป็นสิทธิ์ของประชาชนที่จะได้รับ ซึ่งไม่ใช่การสงเคราะห์ และไม่เลือกปฏิบัติให้สำหรับคนที่เลือกตั้ง