ข่าว

ต้องสามัคคีจากวิกฤติ

ต้องสามัคคีจากวิกฤติ

08 ส.ค. 2553

การเรียกร้องและการชุมนุมสร้างพลังกดดันโดยภาคีเครือข่ายตัวแทนประชาชนจากทั่วประเทศ เรียกร้องให้รัฐบาลแก้ปัญหาของประเทศ เกี่ยวเนื่องกับแผ่นดินไทยรอบปราสาทพระวิหาร ซึ่งถูกกัมพูชาส่งทหาร พระสงฆ์ และชาวบ้านเข้ามายึดครองหลายปี ภายใต้แผนเต็มไปด้วยเล่ห์กลเพื่อต้อ

นี่เป็นวิกฤติของรัฐบาล ซึ่งในแต่ละยุคในช่วง 7-8 ที่ผ่านมา ได้ทำข้อตกลงกับกัมพูชา สร้างเงื่อนไขแตกต่างกัน โดยบางกรณีมีผลประโยชน์ส่วนตน มีพฤติกรรมขายชาติเป็นตัวผลักดัน ทำให้เกิดวิกฤติสำหรับประเทศไทยซึ่งอยู่ในสภาพเสียเปรียบ และเสี่ยงต่อการสูญเสียอธิปไตยเหนือดินแดนหลายล้านไร่ ทั้งบนบกและในทะเล รวมทั้งทรัพยากรมีมูลค่ามหาศาล

 มีเสียงเรียกร้องให้รัฐบาลเลิกหวาดกลัวการเสียหน้า เสียคะแนนนิยม มากกว่าการสูญเสียผลประโยชน์และอธิปไตยของชาติ อย่ามองประชาชนและกล่าวถ้อยคำเหน็บแนมว่าเป็นพวกผูกขาดในการรักชาติ ขณะที่การเรียกร้องให้รัฐบาลปกป้องผลประโยชน์ของชาตินั้นไม่ใช่การคลั่งชาติตามที่กลุ่มผู้ได้ประโยชน์จากเครือข่ายผู้เสียอำนาจได้ใช้เป็นข้ออ้างโจมตีการชุมนุม เป็นการเบี่ยงเบนประเด็น ทั้งๆ ที่การปกป้องแผ่นดินและอธิปไตยเป็นหน้าที่ของประชาชนไทยทุกคน โดยข้อกำหนดของรัฐธรรมนูญ นอกเหนือจากจิตใจรักชาติ

 การเจรจากับกัมพูชาจะได้ผลเต็มที่ ต้องมียุทธศาสตร์ร่วมของชาติไทย และผู้มีหน้าที่เจรจา กำหนดเป้าหมายต้องไร้ผลประโยชน์ส่วนตนและเฉพาะกลุ่ม เพราะประเทศไทยได้ปล่อยปละละเลยเรื่องนี้มานาน เกิดความซับซ้อนยุ่งยาก เพราะการรุกคืบเข้ายึดครองแผ่นดินไทยมาหลายปี โดยฉกฉวยโอกาสและสถานการณ์ต่างๆ ใช้ผลประโยชน์เป็นตัวล่อให้นักการเมืองไทยผู้โลภมาก ได้ยินยอมให้ทหารและพลเมืองกัมพูชาเข้ามายึดครอง

 ถ้ามีสนธิสัญญา ข้อตกลง ซึ่งมีการลงนามหลายฉบับทำให้เกิดความยุ่งยากในการเจรจา คณะตัวแทนไทยในการเจรจากับกัมพูชายังมีข้อต่อรองสำคัญ นั่นคือการอ้างคำพิพากษาของศาลโลกในปี 2505 ซึ่งชี้ชัดว่าปราสาทพระวิหารเป็นของกัมพูชา แต่แผ่นดินโดยรอบปราสาททั้งหมดเป็นของไทย นี่เป็นภาษา เข้าใจได้ง่าย ไม่ซับซ้อน ไม่ต้องอ้างถึงแผนที่ ตัวเลขอย่างอื่น และในอดีต คนไทยสามารถขึ้นไปถึงตัวปราสาท จนกระทั่งสงครามระหว่างเขมรแดงกัมพูชาและทหารเวียดนามเปิดช่องให้ทหารเขมรแดงขึ้นไปบนพื้นที่เขา และไม่ยอมลงจนกระทั่งทุกวันนี้

 ถ้าการเจรจาไม่สำเร็จ ก็ต้องใช้วิธีอื่น เช่น การผลักดันด้วยกำลัง ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นสงครามระหว่างประเทศ การปะทะเรื่องปัญหาพรมแดนเป็นสภาวะทั่วไป และต้องไม่ลืมว่าความสำเร็จของกัมพูชาที่ผ่านมาเกิดจากการส่งทหาร พระ และชาวบ้านเข้ามาร่วมกันยึดครอง เพราะผู้นำรัฐบาลกัมพูชาเป็นเผด็จการ สามารถสั่งการได้ โดยไม่ต้องเกรงเสียงคัดค้านจากกลุ่มใด การที่ไทยยอมเป็นม้าอารี หรือไก่รองบ่อน ตลอดมานั้น นายกฯ อภิสิทธิ์ต้องตอบว่าเป็นเพราะอะไร มีอะไรผูกติดไว้ และถ้าต้องใช้กำลังผลักดันนั้น เรามีข้อสงสัยในศักยภาพและความกล้าหาญของผู้นำชาติและกองทัพหรือไม่