
รายการ"เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์"
นายกรัฐมนตรีเชิญชวนประชาชนถวายพระพรออนไลน์แสดงความจงรักภักดีและถวายพระพรสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พร้อมจัดงาน "มหกรรมเทิดไท้ราชินี สามัคคีทั่วแผ่นดิน" 9 ส.ค.นี้
วันนี้ (8 ส.ค.) เวลา 09.00 น. ณ สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวกับพี่น้องประชาชนในรายการ "เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์" เป็นครั้งที่ 80 ออกอากาศทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย และสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย ดังนี้
ช่วงที่ 1
สวัสดีครับพี่น้องประชาชนที่เคารพรักทุกท่านครับ พบกันอีกครั้งนะครับในรายการเชื่อมั่นประเทศไทยฯ สำหรับเช้าวันอาทิตย์นี้นะครับ หลังจากที่ผมได้รายงานการทำงานของรัฐบาลในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาแล้ว ก็จะมีช่วงที่ 2 ที่เป็นการสนทนากับพิธีกรรับเชิญ สอบถามถึงปัญหาเรื่องราวต่าง ๆ ในบ้านเมืองที่อยู่ในความสนใจของพี่น้องประชาชน และช่วงท้ายของรายการไปดูบรรยากาศที่เมื่อวานนี้ผมได้เดินทางไปที่ประจวบคีรีขันธ์ไปที่สวนสนประดิพัทธ์ และก็เดินทางทางรถไฟจากสวนสนฯ มาที่สถานีรถไฟหัวหิน เพื่อที่จะไปเริ่มดำเนินการโครงการนำร่องในเรื่องของเครื่องกั้นอัตโนมัติ ซึ่งเป็นปัญหาเรื่องของจุดตัดระหว่างถนนกับรถไฟ แล้วก็เป็นจุดเริ่มต้นก็ว่าได้ครับของการลงทุนครั้งประวัติศาสตร์ของรถไฟ 1.7 แสนล้านบาทที่จะทำให้รถไฟนั้นมีความรวดเร็วมากขึ้นและมีความปลอดภัย นั่นจะเป็นช่วงท้ายของรายการและปิดท้ายเช่นเคยด้วยสกู๊ปที่เป็นผลสืบเนื่องมาจาก 6 วัน 63 ล้านความคิด ที่ไปติดตามพี่น้องประชาชนที่ได้ช่วยกันแสดงความคิดเห็น ระดมความคิดเห็นกันเข้ามา ในช่วงโครงการ 6 วัน 63 ล้านความคิด และเมื่อจบรายการนี้แล้วสำหรับวันนี้จะมีรายการพิเศษต่อเนื่องไปอีก 3 ชั่วโมง เพื่อที่จะมาสนทนาไขข้อข้องใจกันในเรื่องของปัญหาปราสาทพระวิหาร และปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา โดยมีกลุ่มเครือข่ายประชาชนซึ่งมีข้อสงสัยข้อเรียกร้องในเรื่องนี้ก็จะมาร่วมสนทนากับผม และทางท่านรัฐมนตรีและข้าราชการ เพื่อที่จะได้มีการแลกเปลี่ยนกัน นำไปสู่การระดมความคิดเห็นที่จะทำให้เราสามารถที่จะก้าวไปข้างหน้าด้วยความมั่นใจในเรื่องของการปกป้องอธิปไตยของประเทศ และเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่ดีระหว่างไทยกับกัมพูชาต่อไป เพราะฉะนั้นถ้าพี่น้องประชาชนที่สนใจก็อย่าลืมติดตามหลังจากที่จบรายการนี้แล้ว
เชิญชวนร่วมถวายพระพรออนไลน์
สำหรับในช่วงแรกก่อนจะพูดถึงสัปดาห์ที่ผ่านมาขออนุญาตพูดถึงวันที่ 12 สิงหาคมที่จะมาถึง ก็ถือว่าเป็นวันมหามงคลที่เวียนมาบรรจบครบรอบอีกวาระหนึ่ง ซึ่งในปีนี้นอกเหนือจากการมีกิจกรรมที่พี่น้องประชาชนและภาครัฐได้จัดขึ้น อยากจะขอพูดถึง 2 โครงการที่มีความเป็นพิเศษในปีนี้ โครงการแรกคือว่าทางรัฐบาลได้จัดให้มีการดำเนินการในเรื่องของโครงการถวายพระพรออนไลน์ เปิดโอกาสให้พี่น้องประชาชนที่อยากจะแสดงความจงรักภักดี และถวายพระพรสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ แต่อาจจะไม่รู้ว่าจะใช้วิธีไหนอย่างไรที่จะสะดวก เราก็จะเปิดโอกาสครับ ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ ขณะนี้การถวายพระพรออนไลน์ก็จะสามารถทำได้ ทำมาได้ตั้งแต่วันที่ 5 สิงหาคม และจะทำต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 12 สิงหาคม สำหรับพี่น้องประชาชนที่มีคอมพิวเตอร์เชื่อมต่อกับระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ต สามารถที่จะเข้าไปสู่เว็บไซต์ของส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจต่าง ๆ แล้วก็สามารถที่จะถวายพระพรโดยระบบออนไลน์ ขณะเดียวกันพี่น้องประชาชนที่ใช้โทรศัพท์มือถือ สามารถที่จะส่งข้อความสั้นหรือ SMS เบอร์ที่จะส่งไปคือ 4567890 แล้วก็สามารถที่จะส่งข้อความเพื่อถวายพระพรได้ รัฐบาลจะรวบรวมข้อความทั้งหมดในทุกระบบนั้นนำขึ้นทูลเกล้าฯ เมื่อครบกำหนดตามโครงการ คือในวันที่ 12 สิงหาคมต่อไป และนอกจากนี้ในส่วนของกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักที่ได้จัดทำโครงการถวายพระพรออนไลน์ ก็ยังได้มีการจัดนิทรรศการที่ศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ ซึ่งพี่น้องประชาชนสามารถไปเยี่ยมชม และสามารถที่จะร่วมกิจกรรมในเรื่องของการถวายพระพรได้
รัฐบาลจัดงาน “มหกรรมเทิดไท้ราชินี สามัคคีทั่วแผ่นดิน”
โครงการที่ 2 นั้นเป็นผลสืบเนื่องมาจากที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถทรงห่วงใยปัญหายาเสพติด และพระองค์ท่านทรงมีแนวพระราชดำริว่าพลังของพี่น้องประชาชนในชุมชนหรือในหมู่บ้านเอง จะเป็นพลังที่มีความสำคัญที่สุดในการที่จะป้องกันในเรื่องของปัญหายาเสพติด นั่นก็เป็นที่มาที่ท่านได้พระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์จัดตั้งกองทุนแม่ของแผ่นดิน ซึ่งกองทุนนี้ก็นำไปสู่การบริหารงานในหมู่บ้านและชุมชนปัจจุบันกว่าหมื่นแห่งในการที่จะระดมกำลังของพี่น้องประชาชนในชุมชนด้วยกันเอง เพื่อที่จะต่อต้านยาเสพติด รัฐบาลจึงได้มีการจัดงานเป็นพิเศษขึ้นมาเป็นงานระดมทุน ระดมความสามัคคี ใช้ชื่อว่า “มหกรรมเทิดไท้ราชินี สามัคคีทั่วแผ่นดิน” โดยจะจัดขึ้นในวันพรุ่งนี้ (9 ส.ค.) ที่ทำเนียบรัฐบาล ตั้งแต่ช่วงเย็นเป็นต้นไป และในงานนี้จะมีการถ่ายทอดสดทางสถานีโทรทัศน์โมเดิร์นไนน์ ตั้งแต่เวลา 21.30 น. ไปจนถึงเวลา 24.00 น. อันนี้ก็เป็นโครงการที่มีความสำคัญอีกโครงการหนึ่ง ที่ได้แสดงให้เห็นถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ก็อยากจะขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนในช่วงสัปดาห์ที่จะถึงนี้ในโอกาสอันเป็นมหามงคลนี้ได้มีส่วนร่วมกันถวายความจงรักภักดี และถวายพระพรครับ
ทุกจังหวัดต้องมี 1 มหาวิทยาลัยหรือ 1 สถาบันอุดมศึกษา
สัปดาห์ที่ผ่านมาก็มีงานหลายด้านของรัฐบาลที่มีความสำคัญ มีความคืบหน้าไป งานในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูป ผมได้มีโอกาสไปร่วมรับฟังความคิดเห็นและระดมความคิดในส่วนของสถาบันอุดมศึกษา หรือบรรดามหาวิทยาลัยต่าง ๆ นั่นเอง ในการประชุมสัมมนากันทั้งวัน มีการระดมความคิดเห็นกันอย่างกว้างขวางและเป็นที่น่ายินดีว่ามหาวิทยาลัย ไม่ว่าจะเป็นมหาวิทยาลัยที่ยังเป็นส่วนราชการอยู่ มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ มหาวิทยาลัยเอกชน ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของราชภัฏ ราชมงคล ล้วนแล้วแต่มีความคิดเห็นที่สอดคล้องกัน ต้องการที่จะมาสนับสนุนกระบวนการของการปฏิรูป ในส่วนของการทำงานของบรรดามหาวิทยาลัยหรือสถาบันเหล่านี้เอง ก็ได้มีการพูดถึงเรื่องของการที่จะต้องมีการไปปรับปรุงในเรื่องของหลักสูตร ระบบการประเมินต่าง ๆ เพื่อที่จะให้การสร้างคนที่ออกมาจากระบบมหาวิทยาลัย มีจิตอาสา มีจิตสาธารณะ มีความสำนึกในเรื่องของคุณธรรมจริยธรรม และมีค่านิยมที่ส่งเสริมในเรื่องของความสามัคคี ความปรองดอง ลดความขัดแย้งต่าง ๆ โดยจะมีการทำโครงการต่าง ๆเพื่อเปิดโอกาสให้คนหนุ่มคนสาวของเรานิสิตินักศึกษา สามารถร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ในลักษณะนี้ได้ ที่สำคัญไปกว่านั้นคือว่าในบรรดามหาวิทยาลัยต่าง ๆ ก็ยังได้มีความเห็นคล้องต้องกันว่ามหาวิทยาลัยเองนั้นจะมีส่วนร่วมอย่างสำคัญในการที่จะช่วยเรื่องของการปฏิรูป เช่นโครงการที่จะนำไปสู่การลดความเหลื่อมล้ำในสังคม โครงการที่จะสร้างโอกาส ในการพัฒนานั้น หากว่าได้มีการเชื่อมโยงเข้ามากับทางภาควิชาการคือภาคมหาวิทยาลัย โดยโยงเข้ามา จะเป็นทางท้องถิ่น จะโยงเข้ามาทางภาคธุรกิจเอกชน หรือภาคประชาชนก็ตาม เอาความรู้ เอาวิชาการ เอาเทคโนโลยีไปช่วยสนับสนุน ก็จะสร้างโอกาส สร้างรายได้ สร้างอาชีพ และลดความเหลื่อมล้ำได้ และเพื่อให้ เป็นรูปธรรมทางด้านนี้ สิ่งที่สำคัญที่ได้มีการตกลงกันในวันนั้นคือว่าจะมีการแบ่งพื้นที่ความรับผิดชอบของบรรดามหาวิทยาลัยต่าง ๆ หรือสถาบันอุดมศึกษาต่าง ๆ ซึ่งในประเทศไทยขณะนี้มีมากกว่า 100 แห่งเกือบ 200 แห่งแล้วด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นจึงได้มีการกำหนดว่าในทุกจังหวัดจะต้องมี 1 มหาวิทยาลัย หรือ 1 สถาบันอุดมศึกษานั้น ซึ่งเป็นเจ้าภาพในการที่จะขับเคลื่อนเรื่องนี้ อันนี้ก็เป็นอีกภาคส่วนหนึ่ง ซึ่งเข้ามาสนับสนุนการทำงานของการปฏิรูปและการปรองดอง
ครม.รับทราบมติข้อเสนอของ คอป. ในเรื่องปฏิรูปและการปรองดอง
ในวันอังคารที่ผ่านมาคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีการรับทราบบรรดามติของคณะกรรมการปฏิรูปและคณะกรรมการที่ทำหน้าที่ในการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อนำไปสู่ความปรองดอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือคณะกรรมการเหล่านี้ต้องการที่จะเห็นรัฐบาลช่วยลดปัญหาความขัดแย้งหรือบรรยากาศของความขัดแย้ง และสร้างบรรยากาศของการปรองดอง เพราะฉะนั้นได้ให้ข้อสังเกตมาในเรื่องของการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ของรัฐในระหว่างที่ยังมีการใช้พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ซึ่งควรจะได้มีการยกเลิกโดยเร็วต่อไป ว่าไม่ให้มีปัญหาที่จะทำให้เกิดความรู้สึกถึงความขัดแย้งต่าง ๆ ซึ่งผมก็ขอยืนยันว่าได้นำเอาข้อสังเกตทั้งหมด และข้อมติหรือข้อยุติทั้งหลายเสนอต่อคณะรัฐมนตรี กำชับให้การปฏิบัติทุกอย่างต้องเป็นไปตามหลักสากล และทางศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) เองก็มีความพร้อม และจะได้มีการเปิดเผยข้อมูลเพื่อที่จะให้ทุกฝ่ายมีความมั่นใจว่าการใช้อำนาจต่าง ๆ ในขณะนี้นั้นเป็นไปตามกระบวนการ มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้
เปิดประชุมสภาสมัยประชุมนิติบัญญัติ
ขณะเดียวกันครับสัปดาห์ที่ผ่านมาก็มีการเปิดสมัยประชุมรัฐสภาเป็นสมัยประชุมนิติบัญญัติ แต่ว่าทุกสัปดาห์ก็ยังมีการตอบกระทู้ถาม เพื่อนสมาชิกฝ่ายค้านก็มีความต้องการที่จะถามเรื่องนี้เช่นเดียวกัน ผมได้ยืนยันไปแล้วว่าขณะนี้เรากำลังทยอยยกเลิกภาวะฉุกเฉินในจังหวัดต่าง ๆ และจะทำอย่างต่อเนื่อง แล้วขณะเดียวกันการใช้กฎหมายพิเศษอยู่ในขณะนี้นั้นจะมีความโปร่งใสในเรื่องของการใช้อำนาจ และทุกอย่างตรวจสอบได้ ดำเนินการไปตามกระบวนการยุติธรรม ซึ่งในที่สุดแล้วข้อยุติต่าง ๆ จะเป็นอย่างไร ไม่ได้ขึ้นอยู่กับฝ่ายรัฐบาล แต่ว่าขึ้นอยู่กับฝ่ายศาล หรือฝ่ายตุลาการ นั่นเอง
ระดมความคิดเห็นจัดทำแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 11
ในสัปดาห์ที่ผ่านมายังมีงานอีกหลายด้านที่ความจริงอยากจะได้พูดคุยกับพี่น้องประชาชน เช่น เรื่องของการที่จะเชื่อมโยงกระบวนการการปฏิรูปทั้งหมดเข้าสู่เรื่องของการจัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 11 ที่มีการประชุมประจำปีของทางสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติหรือสภาพัฒน์ฯ มีการระดมความคิดเห็นกันอย่างกว้างขวาง แล้วจากวันนี้ไปอีกประมาณ 1 ปี จะเป็นกระบวนการที่เราจะสามารถจัดทำแผนฉบับที่ 11 และประกาศใช้เดือนตุลาคมปีหน้า ก็มุ่งเน้นในเรื่องของการที่ประเทศไทยจะต้องฟันฝ่าปัญหาที่ท้าทายต่าง ๆ ซึ่งนอกเหนือจากปัญหาความขัดแย้งในประเทศแล้ว ก็ยังมีปัญหาความท้าทายจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ปัญหาในเรื่องของสภาวะแวดล้อม การแปรปรวนของภูมิอากาศไปจนถึงปัญหาอื่น ๆ ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นในช่วง 5-6 ปีข้างหน้า แต่สิ่งที่ผมได้เน้นย้ำไปก็คือว่าในการจัดทำแผนครั้งนี้ต้องให้มีการมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวาง และต้องสร้างหลักประกันความมั่นคงให้กับคนไทยในการฟันฝ่าปัญหาต่าง ๆ ที่ได้กล่าวมาทั้งหมด และใช้ศักยภาพของประเทศ เช่น เรื่องของการเกษตร เพื่อมาตอบโจทย์ในเรื่องของปัญหาความมั่นคงทางอาหารและพลังงาน ไม่ใช่เฉพาะสำหรับประเทศไทย แต่อาจจะเป็นสำหรับภูมิภาคและสำหรับโลกด้วยซ้ำไป
ให้อปท.-มท.เร่งตกลงกับภาคประชาชนในการสร้างแนวกันชน
ผมยังได้มีการประชุมในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เร่งดำเนินการตามข้อเสนอของคณะกรรมการ 4 ฝ่ายในเรื่องของพื้นที่มาบตาพุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งมาตรการที่จะต้องมาดูแลในเรื่องของสิ่งแวดล้อม การปรับปรุงคุณภาพมาตรฐาน ระบบการรายงานในเรื่องของมลพิษสารพิษ การเตรียมความพร้อมแผนเวลาเกิดสถานการณ์ที่เป็นความฉุกเฉินเร่งด่วนขึ้นมา ซึ่งทั้งกระทรวงอุตสาหกรรม ทั้งกระทรวงสาธารณสุข ขณะนี้ก็ผลักดันอย่างเต็มที่ จะมีอยู่เรื่องเดียวครับที่ยังเป็นปัญหาที่อาจจะยังค้างอยู่ ก็คือการที่จะพยายามสร้างแนวเขตกันชน ในส่วนที่เป็นแนวคุ้มครองที่ติดระหว่างโรงงานกับชุมชนนั้นเดินหน้าไปได้ แต่ว่าการจะมีเขตกันชนเลยระหว่างชุมชนกับโรงงานหรือนิคมอุตสาหกรรมขณะนี้ ยังจะต้องทำงานกันอย่างต่อเนื่อง เพราะว่าในสภาพพื้นที่จริง ๆ ขณะนี้ไม่สามารถสร้างขึ้นมาได้ง่ายนัก ผมได้ให้นโยบายไปว่าเรื่องนี้จะต้องดึงเอาทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและทางกระทรวงมหาดไทย เร่งในการเข้ามาตกลงร่วมกันกับภาคประชาชนว่าจะสร้างแนวกันชนอย่างไร เพื่อที่จะดูแลชีวิตความเป็นอยู่และคุณภาพ โดยเฉพาะทางด้านสิ่งแวดล้อมของพี่น้องประชาชนมากขึ้น แต่ข้อเสนออื่น ๆ เช่น การจะมุ่งไปสู่การตั้งสถาบันอาชีวเวชศาสตร์และเวชศาสตร์สิ่งแวดล้อม และการตรวจสุขภาพ การติดตาม การมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบัน สำหรับประชาชนในการติดตามในเรื่องของมลพิษนั้นมีความคืบหน้าไปมาก และคงจะเป็นไปได้ตามข้อสรุปของคณะกรรมการ 4 ฝ่าย ส่วนรายชื่อกิจการที่มีผลกระทบร้ายแรงนั้น วันที่ 23 สิงหาคม คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติจะมีการประชุมกัน และคิดว่าจะได้ข้อยุติอย่างแน่นอน เพื่อที่จะมีประกาศที่ออกมาสร้างความชัดเจนในเรื่องนี้ต่อไป
ตั้งจังหวัดบึงกาฬเป็นจังหวัดที่ 77 ของประเทศไทย
สุดท้ายนะครับสัปดาห์ที่ผ่านมาคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติหลักการในการที่จะตราพระราชบัญญัติจัดตั้งจังหวัดใหม่ 1 จังหวัดคือจังหวัดบึงกาฬ ก็จะเป็นการแยกออกมาจากจังหวัดหนองคาย เหตุผลเพราะว่าจังหวัดหนองคายนั้นมีลักษณะพิเศษคือว่าเป็นจังหวัดที่มีความยาวมาก เพราะฉะนั้นความไม่สะดวกของพี่น้องประชาชนในการเดินทางเป็นหลายร้อยกิโลฯ การที่จะแยกจังหวัดนี้ออกมา ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากการที่ไปตรวจสอบสอบถามจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่แล้ว จึงเป็นสิ่งที่จะอำนวยความสะดวกและทำให้บริการพี่น้องประชาชนนั้นเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น แต่เรื่องนี้ต้องนำเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาต่อไป เพราะว่าจะต้องตราเป็นพระราชบัญญัติ
พักกันสักครู่นะครับเดี๋ยวกลับมาพบกับพิธีกรรับเชิญสนทนาในเรื่องปัญหาของบ้านเมืองก่อนที่จะไปดูเรื่องของรถไฟในช่วงสุดท้ายของรายการนี้ครับ
ช่วงที่ 2
ผู้ดำเนินรายการ (อัญชลี ไพรรีรักษ์) สวัสดีค่ะอีกช่วงหนึ่งของรายการเชื่อมั่นประเทศไทยฯ นะคะ เชื่อมั่นวันนี้รถไฟมาถึงก่อนเวลาค่ะ เข้าสถานีก่อนเวลาที่กำหนดเอาไว้ ต้องกราบขอประทานโทษนะคะ และตลอดสัปดาห์นี้ค่ะบ้านเมืองของเรามีเรื่องวุ่นวาย และก็มีประเด็นที่น่าสนใจไปพร้อม ๆ กัน ในเช้าวันนี้เราจะมาค้นหาคำตอบในรายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สวัสดีค่ะ
นายกรัฐมนตรี สวัสดีครับ
ผู้ดำเนินรายการ เมื่อวานเป็นอย่างไรบ้างคะ
นายกรัฐมนตรี เมื่อวานนี้เราก็ได้ไปพบกับผู้ที่เขามาเคลื่อนไหวเรื่องของปราสาทพระวิหาร ตอนแรกผมก็เป็นห่วงเพราะว่าทราบว่ามีการพูดคุยกับพี่น้องประชาชนไว้เยอะ พี่น้องประชาชนซึ่งเป็นห่วงเป็นใยเรื่องนี้ก็มากันเยอะแน่นอน ทุกสารทิศ
ผู้ดำเนินรายการ และไปรวมกันที่หน้าทำเนียบฯ
นายกรัฐมนตรี ตอนแรกบอกว่าจะไปรวมกันที่หน้าทำเนียบฯ ผมก็บอกว่ามันมีประกาศ มีพระราชกำหนดอยู่นะ แล้วก็มันจะผิดกฎหมายนะครับ และทางศอฉ.เองเขาก็มีการกำหนดเรื่องเส้นทางที่จะห้ามผ่าน หวงห้ามอะไรต่าง ๆ นี้ จริง ๆ แล้วก็ไม่น่าที่จะต้องมีปัญหากัน เพราะว่าถ้าหากว่าไปอยู่ตรงนั้นเดี๋ยวมันก็กระทบกระทั่งกัน เพราะทางเจ้าหน้าที่เขาก็ต้องทำหน้าที่ของเขา
ผู้ดำเนินรายการ จะเป็นเรื่องเสียเปล่า ๆ
นายกรัฐมนตรี ทั้ง ๆ ที่ความจริงแล้วผมก็ยืนยันว่ารัฐบาลกับกลุ่มพี่น้องประชาชนก็ไม่ได้มีความต้องการต่างกัน เรื่องการรักษาประโยชน์ประเทศ ก็ต้องขอบคุณครับ ก็มีตัวแทนของเครือข่ายที่มาพบผมที่ทำเนียบฯ ก่อน 1 วัน คุณแซมดิน มาพบแล้วก็น่ารัก ก็คือคุยกันแล้วก็เข้าใจกันดี ตกลงก็บอกว่าอย่างนั้นเราก็ประสานงาน ไปไทย-ญี่ปุ่น ไปสนามกีฬา
ผู้ดำเนินรายการ ใครเป็นเจ้าของแนวความคิดว่าเอาผู้ชุมนุมให้ออกจากหน้าทำเนียบแล้วย้ายไปอยู่ในสนามกีฬา
นายกรัฐมนตรี คือเดิมทีนี้เราก็คุยกันบอกว่าความต้องการคืออะไร เขาก็บอกว่าประชาชนเคยมายื่นคำถามไว้ 4 ข้อ อยากจะมาฟังคำตอบ ผมบอกเอ๊ะต้องตอบกันด้วยการจะชุมนุมอะไรกันหรือเปล่า เอาเข้ามาคุยกัน หาจัดเวทีได้ไหม เพราะว่ารัฐบาลทำงานเรื่องนี้มันไม่ได้จบวันนี้อาทิตย์นี้อยู่แล้ว เราต้องทำงานต่อเนื่องไปในเรื่องนี้ ก็อยากจะหากระบวนการ ก็คุยกันว่าอยากจะมีรายการโทรทัศน์ ทีนี้ก็วันนั้นก็คุยกันก็บอกจะเอาวันศุกร์เลย เมื่อวานนี้หรืออะไร เขาบอกมันจัดไม่ทันหรอกเพราะว่าใครจะมาออก จะคุยเรื่องอะไร
ผู้ดำเนินรายการ วันที่คุยกันคือเป็นศุกร์
นายกรัฐมนตรี วันศุกร์
ผู้ดำเนินรายการ ตอนบ่าย ๆ แล้ว
นายกรัฐมนตรี วันศุกร์แล้วคือจะจัดศุกร์กลางคืนก็ไม่ทัน จะจัดเมื่อวานก็ไม่ทัน และทางพี่น้องประชาชนรู้สึกเริ่มออกเดินทางกันมาแล้ว ก็เลยบอกว่าเอาเร็วสุดในวันอาทิตย์ เพราะฉะนั้นเดี๋ยวจบรายการนี้ก็จะมีรายการมาคุยกัน แต่ว่าเขาก็บอกว่าแล้วทำอย่างไรล่ะพี่น้องประชาชนมาแล้ว ผมก็บอกเอาอย่างนี้สิ ใน พ.ร.ก. เขาไม่ได้ห้ามที่จะมาประชุมจัดกิจกรรมอะไรกันนะครับ แต่ว่าถ้าหากว่าไปกีดขวางทางจราจร ไปปิดสถานที่ราชการอะไรอย่างนั้นน่ะผิด ก็ลองคิดสิว่าจะไปที่ไหนกันได้ ก็คิดกันไปคิดกันมา คิดอยู่หลายที
ผู้ดำเนินรายการ หารือร่วมกัน
นายกรัฐมนตรี หารือร่วมกัน
ผู้ดำเนินรายการ ก่อนหน้าที่จะเป็นสนามกีฬาเวศม์ มีการเสนอที่อื่นไหมคะ
นายกรัฐมนตรี เยอะแยะครับ มีคนบอกว่าเอาโรงแรมไหม ไม่ไหวหรอกโรงแรมใครจะออกค่าใช้จ่าย หรือว่าตอนนั้นเขาบอกให้ไปหอประชุมใหญ่ธรรมศาสตร์ ปรากฏว่าตรวจสอบไปบอกมีซ้อมรับปริญญา สุดท้ายมาที่ไทย-ญี่ปุ่น ความจริงก็รู้สึกไม่ว่างเหมือนกัน
ผู้ดำเนินรายการ รู้สึกจะมีแข่งฟุตบอลหรืออะไรสักอย่าง
นายกรัฐมนตรี ขอร้องให้เขาย้ายสถานที่แข่งขันไป ทางกทม. ก็น่ารักครับ
ผู้ดำเนินรายการ ก็ลงตัวกันว่าจะเป็นสนามกีฬา แต่ว่าอีกกลุ่มหนึ่งน่ะค่ะ กลุ่มคุณการุณ ใสงาม คุณวีระ สมความคิด คุณชัยวัฒน์ บอกว่า มันไม่ใช่มติรวมกันของฉัน ไม่เป็นเอกฉันท์ ฉันจะไปละ
นายกรัฐมนตรี คือตรงนั้นก็บอกว่าเจ้าหน้าที่ก็ดำเนินการไปนะครับ ซึ่งเจ้าหน้าที่เวลาเกิดเหตุอย่างนั้นขึ้น สิ่งแรกที่เขาต้องทำก็คือไปเจรจา ก็เห็นมาตลอดนะครับ เราก็จะใช้วิธีการแบบนี้ ก็รู้สึกว่าเจรจาเสร็จแล้วเขาก็ออกไปนอกบริเวณที่มีการประกาศนะครับ แต่ว่าล่าสุดผมยังไม่ทราบ แต่ผมก็บอกว่าถ้าทำผิดกฎหมายก็ต้องดำเนินการ ซึ่งเขาก็ดูแลอยู่ว่ามันต้องไม่ไปกีดขวางการจราจรอะไรต่าง ๆ ครับ
ผู้ดำเนินรายการ เมื่อวานนี้หลังจากที่ท่านนายกฯ ไปที่สนามไทย-ญี่ปุ่น ดินแดงแล้ว บรรยากาศที่เกิดขึ้นตลอด
นายกรัฐมนตรี ผมไม่ได้อยู่ตลอด ผมไม่ทราบนะครับ
ผู้ดำเนินรายการ ตอนที่ท่านนายกฯ ยืนอยู่นี้เป็นอย่างไรบ้างครับ
นายกรัฐมนตรี คือ หนึ่ง ผมคิดว่าประชาชนก็ให้โอกาสนะครับ อยากจะฟัง และผมก็พูด แต่ผมรู้ว่าสิ่งที่ผมพูดนี้ก็ถูกใจบ้างไม่ถูกใจบ้าง
ผู้ดำเนินรายการ ชัดว่ามีทั้งปรบมือและเสียงโห่
นายกรัฐมนตรี ใช่ครับ ก็เป็นธรรมดา แต่ว่าผมถือว่าอันนี้ก็เป็นเรื่องปกติที่เราจะเห็นแตกต่างกันได้ แต่ว่าสิ่งที่ผมอยากจะยืนยันก็คือว่าเราไม่ได้มีเป้าหมายแตกต่างกันนะครับ ส่วนพอใจไม่พอใจนี้มันต้องใช้เวลาอีกนานเหมือนกันในการทำความเข้าใจ
ผู้ดำเนินรายการ เครียดไหมคะเมื่อวานตอนอยู่บนเวที
นายกรัฐมนตรี ก็ไม่เชิงครับ ผมก็เคยอยู่บนเวทีที่มีบรรยากาศอย่างนี้มาก่อนอยู่แล้วนะครับ แต่ว่าเราก็เห็น เราก็กังวลเหมือนกันว่าหลายคนก็เหมือนกับมีความรู้สึกค่อนข้างที่จะรุนแรงนะครับ
ผู้ดำเนินรายการ ฉันจะต้องเอาอย่างนี้เดี๋ยวนี้ ตอนนี้
นายกรัฐมนตรี แต่ว่าเราก็พยายามพูดว่าทุกอย่างถ้าเราเป้าหมายเดียวกันเราพูดคุยกันด้วยเหตุด้วยผล
ผู้ดำเนินรายการ ในเป้าหมายเดียวกันท่านนายกรัฐมนตรีเช้าวันนี้มีเสียงจากสื่อมวลชนบอกว่าท่านนายกรัฐมนตรีพูดเมื่อวานนี้ว่ามีประชาชนกลุ่มหนึ่งขายชาติ
นายกรัฐมนตรี ผมก็ยังงงอยู่ว่าไปเอามาจากไหนนะครับ เพราะว่าผมก็บอกว่า ผมเพียงแต่บอกว่าถ้าผมไปขายชาติ คือมีคนมาว่า ผมบอกว่ามีคนอยู่ดี ๆ มาว่าว่าผมขายชาติ ผมบอกว่ามันเป็นไปได้อย่างไร ผมจะไปแลกกับอะไร ผมไม่มีผลประโยชน์อื่น รัฐบาลนี้ไม่มีผลประโยชน์อื่น แต่ผมบอกว่า ถ้าเกิดผม ผมยังพูดด้วยซ้ำว่าถ้าผมนี้ไปทำอะไรซึ่งเสียประโยชน์ของชาติ เอาดินแดนไปแลกกับอะไรนี้ อย่าว่าแต่เป็นนายกฯ เลย อยู่ในประเทศนี้ก็ไม่ควรอยู่ ถูกไหมครับ ผมพูดเท่านั้นเอง
ผู้ดำเนินรายการ แต่ไม่ได้ไปพาดพิงถึงใครว่าใครขายชาติ
นายกรัฐมนตรี ผมก็ยังงง ๆ อยู่ว่าไปพาดหัวหนังสือพิมพ์อะไรกันแปลก ๆ
ผู้ดำเนินรายการ แต่อย่างไรก็ตาม พรรคเพื่อไทยเองก็มองว่าท่านนายกรัฐมนตรีกับพันธมิตรจับมือกันซูเอี๋ยกัน เพราะว่าหาทางแก้ไขพระวิหารไม่ได้แล้ว คือไม่รู้จะไปอย่างไรแล้ว พอมันวนอยู่อย่างนี้ เอาละจับมือกับพันธมิตรแล้วกัน
นายกรัฐมนตรี ก็เป็นวิธีการซูเอี๋ยที่แปลกประหลาดมากนะครับ เพราะต้องไปดูว่าที่วิพากษ์วิจารณ์ผมอยู่ในเว็บไซต์ แม้กระทั่งที่ sms มาเข้าโทรศัพท์ผมนี่รุนแรงมาก แต่ว่าหลายเรื่องก็จากความเข้าใจผิดนะครับ เช่น ที่บอกว่าผมเคยพูดอะไรไว้ปี 51 แล้วตอนนี้มันพูดไม่เหมือน ผมก็ยังหาไม่เจอเลยว่าที่ผมพูดไม่เหมือนนั้นคือตรงไหนนะครับ เพราะทุกอย่างเป็นจุดยืนเดิมทุกอย่าง ซึ่งเดี๋ยวก็ 3 ชั่วโมงเต็มอิ่มเลยครับ ซักถามได้ว่ามันมีอะไรที่มันเปลี่ยนแปลงไปหรือเปล่า
ผู้ดำเนินรายการ ใน 3 ชั่วโมงเต็มอิ่มนี้ฝ่ายรัฐบาลจะมีใครบ้างคะ
นายกรัฐมนตรี ขณะนี้ก็คงจะมีผมและมีท่านรัฐมนตรีสุวิทย์นะครับ เพราะท่านเดินทางไปที่คณะกรรมการมรดกโลก และก็คงจะมีในส่วนของกระทรวงการต่างประเทศ และอาจจะมีนักวิชาการหรืออาจจะมีคนที่เคยทำงานในเรื่องนี้ จะดูก่อนครับ เดี๋ยวดูตามความเหมาะสมครับ
ผู้ดำเนินรายการ แล้วในกลุ่มของกลุ่มหัวใจคนไทยรักชาติละคะ
นายกรัฐมนตรี ก็เป็นเรื่องของทางเครือข่ายเขาจะ
ผู้ดำเนินรายการ ภาคีว่าจะจัดใครมา
นายกรัฐมนตรี ผมไม่ไปก้าวก่าย
ผู้ดำเนินรายการ นายกฯ ไม่ได้สเป็คลงไปว่าจะเป็นใครใช่ไหมคะ
นายกรัฐมนตรี ไม่ละครับ จะเอาคุณสนธิ จะเอาใครต่อใครมาได้ตามสบายอยู่แล้ว ไม่ได้ว่ากัน แต่ว่าเขาเป็นคนจัดครับไม่ใช่ผม เพราะว่าถือว่าต้องให้เกียรติกัน
ผู้ดำเนินรายการ เงื่อนไข 4 ข้อที่ทางกลุ่มภาคีคนไทยหัวใจรักชาติได้นำเสนอไปก่อนหน้านี้ตั้งแต่ครั้งเมื่อไปประท้วงที่หน้ายูเนสโก เรื่องแรกเลยซึ่งเป็นเรื่องที่พูดกันขรมหนาหูมากเลย เรื่อง MOU 43 คือตอนนี้ทุกคนได้ยินหมด
นายกรัฐมนตรี แต่อาจจะไม่รู้ เดี๋ยวเข้าใจผิด
ผู้ดำเนินรายการ ตกลงมันคืออะไรกันแน่
นายกรัฐมนตรี เอาอย่างนี้ดีกว่านะครับ เท่าที่ผมติดตามนี้ มีความกังวลกันมากว่า MOU 43 หรือข้อตกลงที่มีการไปลงนามในปี 2543 ตอนนั้น ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ฯ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศไปลงนามกัมพูชานี้ ไปยอมรับแผนที่ซึ่งทางกัมพูชาเขาเคยใช้ ตอนที่เขาฟ้องเอาปราสาทพระวิหารเป็นของเขาที่ศาลโลกนะครับ และถ้าเอาแผนที่นี้ ไปยอมรับแผนที่นี้ จะทำให้เราเสียดินแดน พูดง่าย ๆ เรายึดถือตามสนธิสัญญาสันปันน้ำ เราก็จะสูญเสียดินแดนมหาศาลเลย ผมก็เข้าใจเลยว่าถ้า MOU ตัวนี้ไปยอมรับอย่างนั้นไม่ดีแน่ แต่ผมก็ยืนยันว่า MOU นี้มันไม่ได้ไปยอมรับอย่างนั้น MOU นี้เขาเขียนเพื่ออะไร ก็ต้องบอกว่าช่วงประมาณก่อนปี 2543 นี้ที่เรื่องนี้กลับมาเป็นปัญหา คือต้องเข้าใจนิดหนึ่งหลังจากที่ศาลโลกตัดสินไป มันมีระยะอยู่ช่วงนานมากที่กัมพูชาเขามีปัญหาภายใน สู้รบกันเอง เขมรหลายฝ่ายที่เราเคยได้ยินกัน แต่พอมาช่วงประมาณ 2540 ช่วงนั้นเป็นต้นมา เหตุการณ์มันเริ่มสงบแล้ว เพราะฉะนั้นก็จะเริ่มมีความต้องการของคนที่จะไปเที่ยว แล้วก็เลยทำให้มีหลายคนอยากจะไปค้าขาย ตั้งชุมชนอะไรต่าง ๆ ทีนี้ก็ย้อนกลับไปเรื่องเดิมว่าเราก็ยึดสันปันน้ำ เขาก็พยายามจะเอาแผนที่เข้ามา ทั้งสองฝ่ายก็เลยบอกว่าดีที่สุดก็คือว่าอย่าไปเปลี่ยนแปลงสภาพพื้นที่ที่เป็นอยู่ตอนนั้น หยุดไว้ก่อน แล้วก็มาจัดทำหลักเขตแดนว่าตกลงเขตแดนนี้มันอยู่ตรงไหน



