ข่าว

ล้วงตับสุดสัปดาห์-“ไอโฟนของนายหัวชวน”

ล้วงตับสุดสัปดาห์-“ไอโฟนของนายหัวชวน”

08 ส.ค. 2553

เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทกับชีวิตประจำวันของเรามากขึ้นทุกที ทั้งในส่วนของสินค้าอุปโภคและบริโภค เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่มนุษย์

 โทรศัพท์ก็นับเป็นเทคโนโลยีชนิดหนึ่งที่มาเร็วและตกรุ่นเร็วไม่แพ้ใคร โดยเฉพาะในหมู่นักการเมืองรุ่นใหม่ มองไปทางไหนก็เห็นแต่แบล็กเบอร์รี่หรือไม่ก็ไอโฟน

 ขณะที่นักการเมืองรุ่นเก่า ร้อยทั้งร้อยแค่มีไว้ใช้โทรเข้าโทรออก เรื่องรับ-ส่งข้อความแทบไม่ต้องไปพูดถึง

 ในงานสัมมนาพรรคประชาธิปัตย์ที่ จ.ภูเก็ต ระหว่างวันที่ 30 กรกฎาคม- 1 สิงหาคม ที่ผ่านมานั้น "ชวน หลีกภัย" ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ควงคู่ “น้องปลื้ม” สุรบถ หลีกภัย บุตรชายมาร่วมงานด้วย

 สื่อมวลชนเห็นแบบนี้ก็รีบปรี่เข้าไปสอบถาม "น้องปลื้ม" ว่า มาสังเกตการณ์แบบนี้อนาคตจะลงเล่นการเมืองเหมือนคุณพ่อหรือไม่
 
 "น้องปลื้ม" ตอบทันทีว่า ต้องขอคิดดูก่อนแล้วก็หยุดอยู่แค่นั้น เพราะฉากหลัง “นายหัวชวน” โบกมือปฏิเสธไหวๆ อยู่ข้างหลังนั่นเอง

 แต่สะดุดตาตรงที่โทรศัพท์ในมือ "นายหัว" นี่สิ เพราะมองยังไงๆ ก็ใช่ไอโฟนแน่ๆ แถมยังใส่ปลอกโทรศัพท์เป็นสีฟ้า สีประจำพรรคประชาธิปัตย์อีกต่างหาก

 "น้องปลื้ม" เห็นกระจอกข่าวสงสัยเลยอดใจไม่ไหว แอบเฉลยให้ฟังว่า "คุณพ่อบอกให้ไปซื้อมาให้เพราะอยากมีไว้ใช้ติดตามอ่านข่าวสารต่างๆ"

 ที่สำคัญคือ ไว้ติดตามข่าวสารจาก “ชวน แฟนคลับ” ที่คนในโลกไซเบอร์ซึ่งเคารพและศรัทธา "ชวน" ทำขึ้นมาให้ในเฟซบุ๊กนั่นเอง 

 แม้ดูเหมือนว่าเวลานี้ "นายหัวชวน" ยังทำได้เพียงโทรเข้า โทรออก และอ่านข่าวสารเอสเอ็มเอสต่างๆ

 แต่ในอนาคตใครจะรู้ว่า เราอาจได้เห็นชื่อ “ชวน หลีกภัย” ในโลกทวิตเตอร์กับเขามั่งก็เป็นได้

 สงสัยงานนี้แฟนคลับนายหัว คงต้องรีบตั้งท่า "Follow" (ติดตาม หรือเพิ่มรายชื่อบุคคลที่ติดตาม) โดยด่วน


คนละยุค

 ในที่สุดฝันก็เป็นจริง หลังจากที่มีการวางแปลนสร้างรัฐสภามาหลายต่อหลายสมัย สุดท้ายก็สามารถมองหาที่ดินแห่งใหม่ได้ และจะมีการวางศิลาฤกษ์ในวันมหามงคล 12 สิงหาคมนี้

 โดยเฉพาะคนที่ปลาบปลื้ม กลั้นบ่อน้ำตาไว้ไม่ได้ นั่นก็คือ “ลุงชัย” ชัย ชิดชอบ ประมุขใหญ่แห่งฝ่ายนิติบัญญัติ ที่อุตส่าห์เข็นเรื่องจนสามารถจบในสมัยตัวเองได้

 ล่าสุดได้จัดแถลงข่าวอย่างใหญ่โตถึงการเตรียมความพร้อมในการวางศิลาฤกษ์ พร้อมทั้งแจกแจงการบูรณาการรัฐสภา รวมถึงประสบการณ์ที่เคยถูกม็อบล้อมรัฐสภา ครั้งนี้จึงมีการเตรียมวางแผนรับมือทั้งทางน้ำ ทางบก และทางอากาศ ถ้าถูกม็อบอีกรอบ เพื่อขนย้ายถ่ายเทส.ส.ออกจากพื้นที่ได้ทันท่วงทีและปลอดภัย

 นอกจากนี้ยังมีปัญหาพื้นที่เดิม ที่ยังต้องมีการโยกย้ายโรงเรียนโยธินบูรณะและบุคลากรออกจากพื้นที่ แม้ว่าที่ผ่านมาจะมีม็อบคอซองบุกถึงสภาคัดค้านการย้ายโรงเรียนของหนู

 แต่ล่าสุด “ลุงชัย” แถลงข่าวบอกว่า เด็กๆ ต่างยินดีและพร้อมที่จะย้ายออกไปจากพื้นที่เดิม เนื่องจากได้พื้นที่มากขึ้นและไม่ไกลจากที่เดิม แค่ 17 เส้น

 พอมาถึงตอนนี้ เล่นเอาผู้สื่อข่าว “งง” เป็นไก่ตาแตกว่า 17 เส้นคืออะไร ถามไปถามมา “ลุงชัย” ก็ยังย้ำคำเดิมว่า “17 เส้นไง ทำไมนักข่าวไม่รู้จัก”

 แหม..."ลุงชัย” นักข่าวแต่ละคนต่างหน้าตาจิ้มลิ้ม วัยใส เอ๊าะๆ ทั้งนั้น เกิดไม่ทันรุ่น “ลุง” สักคน

ผู้ว่าฯจังหวัดที่ 77


 ควันหลงจากมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม ที่ผ่านมา มีอยู่มติหนึ่งที่ได้รับความสนใจจากคนไทยทั้งประเทศ คือมติ ที่ครม.ได้อนุมัติหลักการ “ร่างพ.ร.บ.จังหวัดบึงกาฬ” ที่เป็นการแยก "อ.บึงกาฬ" และอีก 8 อำเภอของ จ.หนองคาย ออกมาเป็น จังหวัดที่ 77 ของประเทศไทย

 ส่วนประเด็นยิบย่อยว่าเป็นการแทนการนำเลขมาบวกกันแล้วไม่เป็นมงคล หรือเป็นจังหวัดที่เปิดพื้นที่ให้พรรคภูมิใจไทยเต็มที่ นั่นก็สุดแล้วแต่จะวิพากษ์วิจารณ์กัน แต่ถือว่านี่เป็นข่าวที่สร้างความเปลี่ยนแปลงให้แก่ประเทศไทยอย่างแน่นอน

 แต่เหนือกว่าสิ่งที่เป็นข่าว คือการแจ้งเกิดอย่างเป็นทางการของผู้ที่แถลงข่าวนี้ นั่นก็คือ “นพ.มารุต มัสยวาณิช” รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สังกัดพรรคเพื่อแผ่นดิน ที่เชื่อมโยงกับ จ.หนองคาย อย่างมาก

 ทั้งเป็นผู้แถลงข่าวแยก อ.บึงกาฬ ออกจาก จ.หนองคาย จนแจ้งเกิดในรัฐบาลนี้(เพราะข่าวนี้) หลังจากทำงานมาเดือนกว่า

 ทั้งหมอมารุตยังเคยเป็นสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดหนองคายเมื่อปี 2549

 เคยเป็นนายกสโมสรไลออนส์บึงกาฬ จังหวัดหนองคาย และสุดท้ายก็เคยใส่เสื้อแจ็กเก็ตพรรคเพื่อแผ่นดินเดินหาเสียงในการลงสมัครสมาชิกส.ส.เขต 1 หนองคายมาแล้ว

 เห็นไหมว่าแค่ข่าวข่าวเดียวโยงกับคนคนเดียวได้มากมายขนาดนี้ จนมีการแซวกันในนักข่าวกลุ่มเล็กๆ ว่า นี่ถ้า "หมอมารุต" รับราชการในกระทรวงมหาดไทย เผลอๆ จะยกเก้าอี้ผู้ว่าฯ จังหวัดที่ 77 ให้ "หมอมารุต" ไปซะเลย