
"ม็อบแรงโห่มาร์คไม่เอาเขมรเป็นเพื่อนบ้าน
"ม็อบแรงโห่มาร์คไม่เอาเขมรเป็นเพื่อนบ้าน ชวนนท์ ชี้แม้เห็นต่างก็ยังคุยได้ ปฐมพงษ์ กร้าวใครที่หยิบเรื่องนี้เอามาแสวงหาประโยชน์ส่วนตัว ถือว่ามันเลว
(7ส.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบรรยากาศการชุมนุมเครือข่ายประชาชนไทยหัวใจรักชาติ ที่อาคารกีฬาเวสน์ 1 ไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง เป็นไปอย่างคึกคัก โดยมีประชาชนมารวมตัวกระจายตัวตามอัฒจันทร์ และตามมุมต่างๆ ประมาณ 3 พันคน โดยมีการถือธงชาติ และมือตบ โดยเฉพาะเวลาที่นายกฯ ตอบข้อซักถาม ผู้ชุมนุมได้ตบมือและโห่ร้องชอบ และในระหว่างที่นายกฯ ตอบข้อซักถามเกี่ยวกับการผลักดันชาวกัมพูชา ออกจากพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตร โดยนายกฯ ระบุว่า ประเทศกัมพูชาเป็นประเทศเพื่อนบ้าน และอนาคตก็ยังเป็นเพื่อนบ้านเช่นเดิม ซึ่งกลุ่มเครือข่ายร้องตะโกนโห่ไล่ พร้อมทำมือ ว่า เราไม่เพื่อนบ้านแบบนี้ “ เราไม่เอา เราไม่เอา ” นอกจากนี้ ยังมีการตะโกนเรียกร้องเอ็มโอยู 43 อย่างต่อเนื่อง
ต่อมาเมื่อเวลา 14.50 น. อาคารกีฬาเวสน์ 1 ไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงตัวแทนรัฐบาลที่จะหารือ เพื่อหาทางออกกรณีปราสาทพระวิหาร ในวันที่ 8 ส.ค. นี้ ว่า ก็จะส่งตัวแทนไปร่วมหาทางออกฝ่ายละ 5 คน ซึ่งไม่รู้มีใครบ้าง อยู่ที่นายกฯ พิจารณา ส่วนพรุ่งนี้หารือจะได้ข้อยุติหรือไม่นั้น ยังไม่ทราบ เพราะนายกฯก็พยายามที่จะให้จบ และมีความเห็น เป้าหมายตรงกัน แต่วิธีการไม่เหมือนกัน ปัญหาอยู่ที่ว่าเรามองทิศทางของประเทศไม่เหมือนกัน ก็พยายามจะคุยใมห้วิธีการทำงานร่วมกัน ซึ่งตนคิดว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่ว่า เรามองทิศทางของประเทศต่างกัน หรือเรามองผลลัพธ์ต่างกัน ทุกอย่างพูดเหมือนกันหมด เพียงแต่ว่าเราคิดว่าจะเดินทางไปถึงจุดนั้นจะไปคนละวิธีเท่านั้นเอง ก็พยายามปรับความเข้าใจกัน ตนไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องใหญ่โต
เมื่อถามว่า การหารือเมื่อวันที่ 6 ส.ค.และ 7 ส.ค. มีวิธีการอะไรที่จะจูนไปในทิศทางเดียวกันและเร็ว จากาการหารือก็มีความเข้าใจกันมากขจึ้นทุกวัน จึงได้มีวันนี้ ทุกอย่างนายกฯเปิดโอกาสได้มีเวทีได้พูดคุย ส่วนกรณีที่นายวีระ สมความคิด ได้นำผู้ชุนนุมไปยังหน้าทำเนียบนั้น ได้มีการพูดคุยกันว่าอย่าได้ทำอะไรที่ละเมิดกฎหมายและพรก.ทำอย่างระมัดระวัง
ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่นายกฯจะใช้วิธีทางการทูตจะใช้อย่างไร อย่างที่นายกฯกล่าวไป โดยใช้วิธีทางการทูตควบคุมทางการทหาร ส่วนของตนจะเจรจาให้ทุกอย่างไปตามข้อตกลง
เมื่อถามย้ำว่า ที่ผ่านมาการเจรจาทางการทูตประสบผลสำเร็จมากน้อยแค่ไหน ดูปัญหาจะไม่จบลง นายชวนนท์ กล่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นมีหลายเรื่อง การเจรจาการทูตบางเรื่องก็จบได้ง่าย และบางเรื่องทั้งสองฝ่ายก็จะคำนึงถึงประโยชน์ของประเทศตัวเอง การเจรจาจึงต้องใช้เวลาบ้างก็เท่านั้นเอง
ถามว่า การที่นายกฯ ออกมาพูดว่าจะใช้มาตรการทางการทูต และต่อด้วยการทหาร จะเป็นการท้าทายทางกัมพูชาหรือไม่ นายชวนนท์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาทางกัมพูชาก็มีการใช่วิธีทางการทหาร ซึ่งการใช้วิธีการทหารจะไม่ได้ใช้การรบเพียงอย่างเดียว และเวลานี้นายกฯ ได้กล่าวชัดแล้ว ว่าให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องพยายามหาทางพูดคุยเจรจา ใครมีหน้าที่อะไรก็ทำ
พล.อ.ปฐมพงษ์ เกษรสุข อดีตที่ปรึกษากองทัพไทย กล่าวภายหลังร่วมหารือกับนายกฯว่า ตรงนี้เป็นเวทีหลักที่นายกฯ ได้ให้เกียรติแก่ผู้ที่มารับข้อมูล โดยเราจะเอาคำตอบตรงนี้ ไปแจ้งให้กับทางกลุ่มที่ผู้ชุมนุมหน้าทำเนียบ เพื่อให้เกิดการสอดคล้อง ที่จะมีการออกทีวีในวันที่ 8 ส.ค.นี้ เราโชคที่มีนายกฯ แฟร์ กล้าเข้ามาเผชิญกับความขัดแย้งด้วยตัวเอง ส่วนจะมีการชุมนุมค้างคืนหรือไม่นั้น ยังไม่แน่ใจ ใครจะอยู่ก็อยู่ แต่ถ้านายกฯ มารับฟังข้อเสนอตรงนี้แล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องค้าง การเรียกร้องต้องยอมรับว่า ไม่มีใครได้และเสียทั้งหมด ขอเตือนบางกลุ่มที่เคลื่อนอยู่ในขณะนี้ อย่าเอาเรื่องเล็กมากลบการใหญ่ อย่าให้ต่างชาติมองว่าพวกเราตีกันเรื่องการชุมนุม หลังจากการชุมนุม ใครที่หยิบเรื่องนี้เอามาแสวงหาประโยชน์ส่วนตัว ถือว่ามันเลว ส่วนเรื่องการปกป้องดินแดน มันทำได้ไม่ยาก ถ้ากองทัพเข้มแข็ง แต่ปัจจุบันไม่เป็นอย่างนั้น จึงต้องใช้เวลา วันนี้นายกฯ รับฟังแล้วเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ถ้านายกฯ อธิบายชัดเจน การชุมนุมที่นี่และที่อื่นก็ต้องจบ



