
พธม.ย้ายไปชุมนุมหน้ากองทัพภาคที่1
ม็อบยอมเคลื่อนย้ายจากหน้าทำเนียบ ไปปักหลักชุมนุมที่หน้ากองทัพภาคที่ 1 หลังเครือข่ายกลุ่มคนไทยหัวใจรักชาตินัดชุมนุม เรียกร้องให้ยกเลิกเอ็มโอยู43
(7ส.ค.) เวลา 11.00 น. นายวีระ สมความคิด นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ เข้าเจรจากับเจ้าหน้าที่อีกครั้ง จากนั้นนายวีระได้ขึ้นเวทีปราศรัย ชี้แจงผลการเจรจาแก่ผู้ชุมนุมว่า นาทีนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาขัดแย้งกระทบกระทั่งกับตำรวจ ทหารไม่เช่นนั้นคงเอาแผ่นดินคืนไม่ได้ ดังนั้นจึงขอให้ผู้ชุมนุมขยับออกจากพื้นที่ต้องห้าม ย้ายไปรวมตัวที่ตรงข้ามกองทัพภาคที่ 1 เพื่อรอฟังคำตอบจากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ หากเจ้าหน้าทีปล่อยให้เกิดเหตุร้ายกับผู้ชุมนุมพวกเราจะย้ายไปหน้าทำเนียบอีกครั้ง
นายวีระได้ประกาศให้ผู้ชุมนุมเตรียมพร้อมสำหรับการปักหลักชุมนุมยืดเยื้อด้วย แต่หากนายกฯไม่มีคำตอบที่ชัดเจนกับข้อเรียกร้องภายใน 7 วันเราจะกลับมาหน้าทำเนียบอีกครั้ง
ก่อนหน้านั้นผู้สื่อข่าวรายงานว่า เครือข่ายกลุ่มคนไทยหัวใจรักชาติได้ทยอยเดินทางมารวมหน้าทำเนียบรัฐบาลตั้งแต่เวลา 08.00 น.นายวีระ สมความคิด และนายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ แกนนำพร้อมรถบรรทุกหกล้อของกองทัพธรรม ที่ดันแปลงเป็นเวทีปราศรัยเคลื่อนที่เข้ามาจัดเตรียมพื้นที่ชุมนุมบริเวณถนนพิษณุโลกด้านหน้าสนง.ปปช.ตรงข้ามกับ ทำเนียบรัฐบาล
ทั้งนี้เบื้องต้นจนท.ตำรวจได้เข้าเจรจาขอให้เคลื่อนย้ายรถยนตร์ออกจากถนนพิษณุโลกเพราะรัฐบาลได้ประกาศให้พื้นที่รอบทำเนียบรัฐบาล เป็นพื้นที่หวงห้ามเด็ดขาด และจัดไปใช้สนามกีฬาไทยญี่ปุ่นดินแดง เป็นพื้นที่แสดงความเห็น แต่ผู้ชุมนุมยังยืนกรานจะชุมนุม
นายวีระ กล่าวว่าเครือข่ายคนไทยหัวใจรักษาชาติ ต้องการให้รัฐบาลผลักดันชาวกัมพูชาตลอดแนวชายแดนไทยและเรียกร้องให้ยกเลิกเอ็มโอยู 43 ส่วนการแยกการชุมนุมออกเป็นสองเวทีเพราะมีการเปลี่ยนกระทันหัน โดยไม่ผ่านมติเสียงส่วนใหญ่ หากเปลี่ยนแปลงสถานที่ประชาชนอาจสับสน แต่ยืนยันว่า ไม่มีความขัดแย้งในกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
ส่วนกรณีที่ศอฉ.ขู่จับกุมหากมีการชุมนุมฝ่าฝืนพรก.ฉุกเฉินนั้น เราไม่ได้ชุมนุมทางการเมืองแต่เป็นการทำหน้าที่ตามรธน.เพื่อปกป้องผประโยชน์ของบ้านเมือง โดยเวทีปราศรัยจะไม่อนุญาตให้นักการเมืองหรือกก.บห.พรรคขึ้นพูด เนื้อหาการปราศรัย จะมุ่งเน้นการเรียกร้องปชต.กลับคืนไม่วิพากษณ์วิจารณ์การเมือง
ส่วนการชุมนุมจะยืดเยื้อหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับรัฐบาลว่าจะประกาศผลักดันชาวกัมพูชาและยกเลิกเอ็มโอยูภายในกำหนดกี่วันหากประ กาศชัดการชุมนมก็จะยุติทันที
ต่อมาเวลา 08.30 น. พล.ต.บุญส่ง พาณิชอัตตา รองผบชน.และพล.ต.อนันต์ สิงห์หิรัญ รองผบชน.และพ.อ.ณัฐวัฒน์ อัคนิบุตร ผบ.กรมทหารราบที่ 1 รักษาพระองค์ เข้าเจรจากับนายไชยวัฒน์ เพื่อขอให้สลายการชุมนุมเพื่อไม่ให้ขัดต่อกฏหมายแต่นายไชยวัฒน์อ้างว่า ได้นัดหมายผู้ชุมนุมแล้วว่าจะจัดกิจกรรม ปราศรัยที่หน้าทำเนียบรัฐบาล ขอให้จนท.ผ่อนปรนเบื้องต้น หากขอใช้พื้นที่บนถนนพิษณุโลกถึง เวลา 10.00 น.
อย่างไรก็ตามในเวลา 09.00น.จนท.ตำรวจได้เพิ่มกำลังชุดควบคุมฝูงชนเข้ามาใกล้ถนนลิขิตด้านข้างรร.มัธยมวัดเบญจมบพิตรทำให้ผู้ชุมนุมไม่พอใจ ไม่ต้องการให้ตร.เข้ามากระชับพื้นที่ จึงได้จัดผู้ชุมนุมไปยืนเป็นแนวกั้นประกบหน้าหลังกับจนท.เพื่อกดดัน ให้ตำรวจสลายแนวกั้นแต่ทางตร.ได้ส่งกำลังตชด.มาเสริม เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยเพิ่มเป็นระยะ ๆ
ต่อมาเวลา 10.00น.พล.ต.อุดมเดช สีตะบุตร รองแม่ทัพภาคที่ 1 พ.อ.อภิรักษ์ คงสมพงษ์ ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 11 พล.ต.ท.บุญส่ง พาณิชอัตตา รองผบ.ชน. และพล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1ได้เข้าหารือร่วมกันภายในทำเนียบเพื่อประเมินสถานการณ์
ขณะที่เวทีปราศรัยนายไชยวัฒน์ได้ขึ้นชี้แจงเรียกความเชื่อมั่นจากผู้ชุมุนมว่าการรวมตัวเพื่อชุมนุมปกป้องเขาพระวิหารไม่เป็นความผิดตามพรก.ฉุกเฉินและประกาศห้ามของศอฉ.เพราะไม่ใช่การชุมนุมทางการเมือง แต่ขอให้ผู้ชุมนุมตัดสินใจว่าจะชุมนุมในสถานที่ใด ระหว่างหน้าทำเนียบหรือนอกเขตประกาศของศอฉ.เช่นหน้ากองทัพภาคที่ 1 หน้าสนามม้านางเลิ้ง บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิไตย หรือสนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง
จากนั้นพ.อ.อภิรักษ์ได้เชิญนายไชยวัฒน์เข้าพูดคุย ภายในทำเนียบรัฐบาล โดยนายไชยวัฒน์เปิดเผยว่า พ.อ.อภิรักษ์พยายามพูดคุยด้วยเหตุผลขอให้ตนนำผู้ชุมนุมไปรวมตัวที่สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น แต่ตนยืนยันว่าต้องรับฟังความเห็นของผู้ชุมก่อนเพราะไม่อยากหักประชาชนเหมือนเกมการเมืองของรัฐบาล
ตนต้องขอขอบคุณนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯที่อำนวยความสะดวกให้ใช้สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่นฯ แต่มุมมองอีกด้านการกระทำของนายกฯเป็นการป่วนประชาชน ในเวลานี้แต่ไม่สามารถให้คำตอบได้ว่าจะชุมนุมที่ไหนแต่หากผู้ชุมนุมมีมติให้ปักหลักใช้พื้นที่บนถนนพิษณุโลกก็จะกลัมาหารือกับฝ่ายจนท.อีกครั้ง



