
ปักหลักพักค้าง...เครียดอีกแล้วพี่น้อง
วันเสาร์นี้จับตาที่ทำเนียบรัฐบาล เพราะว่าพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยส่วนหนึ่งประกาศว่า ไม่ว่าจะมีพ.ร.ก.ฉุกเฉิน หรือไม่อย่างไร จะมีการนัด 45 เครือข่ายเพื่อจะล้อมทำเนียบรัฐบาล ทวงถามรัฐบาลว่าจะเอาอย่างไรกับปราสาทพระวิหาร
ถ้าทางจะยืดเยื้อถ้าเป็นไปตามที่ คุณจำลอง ศรีเมือง ประกาศ นั่นคือเตรียมเสื้อกันฝน เตรียมเต็นท์ที่พักค้างแรม อาหารการกิน น้ำดื่ม กะว่าจะปักหลักยาว
จุดยืนของ คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี บอกว่าไม่ควรจะมีกลุ่มใดที่ผูกขาดว่าตัวเองเป็นฝ่ายถูกต้องแต่เพียงฝ่ายเดียว บอกว่าเรื่องของชาตินั้นรัฐบาลเปิดกว้างให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วม แปลว่าควรจะนั่งลงถกแถลงพูดจากันแต่ไม่ควรจะมีการล้อมทำเนียบรัฐบาลหรือว่ามีการชุมนุมในลักษณะเป็นการกดดันรัฐบาล
คุณสุเทพ เทือกสุบรรณ ในฐานะผู้อำนวยการ ศอฉ.และรองนายกรัฐมนตรี บอกว่าถ้าผู้มาล้อมทำเนียบละเมิด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จับแน่นอน ควรจะยื่นหนังสือแล้วกลับไปจะดีกว่า
มองไปที่ฝ่ายแดนไทย-กัมพูชาค่อนข้างเครียดเช่นกัน เพราะว่าเขมรอพยพคนออกแล้วและเสริมทหารเข้ามาแทน
ส่วนกรรมาธิการการต่างประเทศของสภาก็คึกคัก บอกว่าเป็นวาระแห่งชาติแน่นอนเรื่องไทย-กัมพูชา คนไทยทุกคนเป็นห่วงเป็นใยเรื่องดินแดนของไทย และต้องการให้รัฐบาลแสดงจุดยืนที่ชัดเจนรวมไปถึงยุทธศาสตร์ยุทธวิธีในการที่จะสู้กับกัมพูชา โดยหลีกเลี่ยงการใช้กำลัง
การใช้กำลังที่ชายแดนหลีกเลี่ยงได้ แต่ประเด็นขณะนี้คือรอบๆ ทำเนียบรัฐบาลในวันเสาร์ที่ 7 สิงหาคม เมื่อคนเสื้อเหลืองกลับมาขู่ว่าจะล้อมทำเนียบรัฐบาลอีกครั้งหนึ่งนั้น จะเกิดความรุนแรงเกิดการเผชิญหน้าที่ไม่จำเป็นหรือไม่
เพราะว่าประเด็นของเขาพระวิหารนั้นมีแง่มุมทางกฎหมายทางประวัติศาสตร์และแนวคิดของคนไทยที่ไม่เหมือนกันหลายจุดหลายด้าน ยกตัวอย่างง่ายๆ เรื่องของเอ็มโอยู หรือบันทึกความเข้าใจระหว่างไทย-กัมพูชา ฉบับ 2543 ฝ่ายหนึ่งบอกว่าควรยกเลิกเพราะไทยเสียเปรียบ อีกฝ่ายหนึ่งบอกว่าไม่ควรยกเลิกเพราะไทยได้ประโยชน์
เรื่องอย่างนี้ไม่ควรจะมีการกดดันด้วยกำลัง หรือมีการล้อมทำเนียบรัฐบาล ควรจะต้องแสดงจุดยืนผ่านสื่อและนำมาถกแถลง ทั้งสองฝ่ายต้องแสดงเหตุและผลแก่ประชาชนคนไทยทั่วไป มิใช่ใช้อำนาจของรัฐบาลหรือวิธีการกดดัน ที่สร้างความตึงเครียดให้แก่สังคมไทยอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งไม่มีความจำเป็นและจะทำให้ภาพลักษณ์ของคนที่ทำและคนที่ถูกกระทำเสียหายเปล่าๆ
สุทธิชัย หยุ่น



