ข่าว

"อภิสิทธิ์"ระบุเสนอกม.นิรโทษกรรมได้ชี้ยื่นเงื่อนไขไร้ประโยชน์

"อภิสิทธิ์"ระบุเสนอกม.นิรโทษกรรมได้ชี้ยื่นเงื่อนไขไร้ประโยชน์

25 มี.ค. 2552

พท.เข็นร่างพรบ.ปรองดองอีกรอบ ก่อนเสื้อแดงนัดชุมนุมใหญ่ ระบุ 2 มาตราสำคัญ ให้มีผลบังคับใช้ถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา และให้นิรโทษกรรมผู้ถูกกระทำจากเหตุการณ์ 19 ก.ย.49 ถึง 5 พ.ค.52 หรือก่อน 19 ก.ย. 49 อธิการนิด้าเฉ่งกม.นิรโทษกรรมทำเพื่อ"ทักษิณ"คนเดียว

ที่รัฐสภา วันที่ 25 มี.ค. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีพรรคเพื่อไทย เสนอร่าง พรบ.ว่าด้วยความปรองดองเเห่งชาติว่า ถือเป็นสิทธิที่สามารถเสนอกฎหมายได้ แต่ทั้งนี้ จะกลายเป็นเงื่อนไขความขัดแย้งของสังคมหรือไม่ เห็นว่า ขณะนี้ ยังไม่ได้หยิบยกขึ้นมาพิจารณา

 เมื่อถามว่า รัฐบาลยังมีจุดยืนในเรื่องนี้อย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ขณะนี้ ยังไม่เห็นเนื้อหาของร่าง พรบ.ฉบับนี้ เมื่อถามต่อว่า เรื่องนี้เป็นการต่อรองของกลุ่มเสื้อแดง ที่จะนำเรื่องนี้มาเป็นเงื่อนไขในการชุมนุมหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ยังไม่เห็นว่า กลุ่มเสื้อแดงจะต่อรองอะไร อีกทั้งข้อเรียกร้องของกลุ่มเสื้อแดง ก็ยังคงเป็นข้อเรียกร้องเดิม ๆ

 เมื่อถามว่า การยื่นร่าง พรบ.ฉบับนี้ เป็นเพราะต้องการนิรโทษกรรมให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า การยื่นเงื่อนไขเช่นนั้น คงไม่เป็นประโยชน์ และหากยังยื่นเงื่อนไขไปเรื่อย ๆ คงไม่มีประโยชน์อะไร ไม่สามารถแก้ไขความขัดแย้งได้ และคงไม่บรรลุวัตถุประสงค์ ที่พรรคฝ่ายค้านเป็นผู้ยื่นข้อเรียกร้อง

 เมื่อถามว่า เป็นยุทธศาสตร์การเคลื่อนไหวของพรรคเพื่อไทยเเละนปช. ที่แสดงให้เห็นว่า สอดรับกันทั้งในและนอกสภาหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า การเคลื่อนไหวทางการเมืองมีหลายรูปแบบ ทั้งในและนอกสภา ซึ่งคนที่เคลื่อนไหวก็คงมีแนวคิด มีจุดร่วมที่สอดคล้องกันอยู่แล้ว

 อย่างไรก็ตาม คงต้องมีการหารือกับฝ่ายค้านต่อไป เพราะยังต้องทำงานร่วมกัน แม้ว่าจะมีความเห็นที่แตกต่าง แต่ทั้งนี้ รัฐบาลก็ยังยืนยันว่า จะพยายามยื่นมือเข้าไป เพื่อให้บ้านเมืองสามารถก้าวเดินต่อไปได้

 พท.เข็นร่างพรบ.ปรองดองอีกรอบก่อนเสื้อแดงนัดชุมนุมใหญ่

 เมื่อเวลา 15.30 น. นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ส.ส.ยโสธร พรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย นายประเกียรติ นาสิมมา ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย และนายสมชัย ฉัตรพัฒนศิริ ส.ส.นครราชสีมา พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา ร่วมกันแถลงภายหลังการเข้ายื่นร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติ พ.ศ.... ที่จะเสนอต่อนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎรให้บรรจุเป็นวาระเพื่อพิจารณาต่อไป
 
 นายพีรพันธุ์ กล่าวว่า การยื่นร่างพ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว มี ส.ส.ลงชื่อจำนวน 149 คน ประกอบด้วย พรรคเพื่อไทย 143 คน พรรคชาติไทยพัฒนา 3 คน พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา 2 คน และพรรคเพื่อแผ่นดิน 1 คน ซึ่งสาระสำคัญในร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ จะเป็นไปเพื่อหวังให้เกิดความปรองดอง โดยจะพิจารณาการกระทำความผิดทางการเมือง ที่เกิดขึ้นหลังจากการปฏิวัติรัฐประหาร 19 ก.ย. 2549 และเหตุการณ์ก่อนการปฏิวัติที่เกี่ยวเนื่องกัน โดยจะไม่เน้นยกโทษความผิดเฉพาะตัวบุคคล

 เมื่อถามว่า การเสนอร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้จะกลายเป็นประเด็นขัดแย้งทางการเมืองหรือไม่ นายพีรพันธุ์ กล่าวว่า คงไม่ได้กลายเป็นประเด็นความขัดแย้ง เพราะร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ไม่ได้ให้อภัยเฉพาะคนใดคนหนึ่ง แต่จะพิจารณาคดีที่เกิดขึ้นหลังการปฏิวัติรัฐประหาร เนื่องจากความขัดแย้งเกิดจากมีบุคคลบางกลุ่มไม่ได้รับความเป็นธรรม มีการตั้งหน่วยงาน องค์กร แก้ไขกฎหมาย และหน่วยงานรัฐถูกใช้เป็นเครื่องมือ โดยเฉพาะคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ที่มีการตั้งบุคคลที่เป็นศัตรูกันมาตรวจสอบ จึงควรยกเลิกและให้อภัยโทษคดีที่อยู่ในการดูแลของคตส.ด้วย นอกจากนี้ยังรวมถึงกรณีที่พันธมิตรฯ บุกยึดสนามบิน ก็จะพิจารณาให้มีอภัยโทษเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ส.ส.ที่ร่วมเสนอครั้งนี้จะมีการหารือกับแต่ละพรรคในวันที่ 26 มี.ค.อีกครั้ง

 เมื่อถามว่ามั่นใจว่าพรรคประชาธิปัตย์จะเห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวหรือไม่ นายพีรพันธุ์ กล่าวว่า ตนอยากขอร้องให้ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ พิจารณาเรื่องนี้ด้วยถ้าอยากเห็นบ้านเมืองมีความปรองดอง เมื่อถามต่อว่า คดีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เป็นความผิดทางอาญา จะได้รับการอภัยโทษด้วยหรือไม่ นายประเกียรติ กล่าวว่า ก็ต้องพิจารณาดูว่าเข้าข่ายหรือไม่ รวมถึงคดีเหตุการณ์ 7 ต.ค. 2551 ที่อยู่ในการพิจารณาของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ด้วย แต่ถ้าเป็นคดีเกี่ยวกับการทุจริต ประพฤติมิชอบ และคดีอาญาธรรมดา คงไม่ได้รับการยกเว้น

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล ที่ร่วมลงชื่อ มีทั้งหมด 6 คนประกอบด้วย พรรคเพื่อแผ่นดิน 1 คน คือ นายสมเกียรติ ศรลัมภ์ ส.ส.สัดส่วน พรรครวมใจไทยฯ จำนวน 2 คนคือนายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.สัดส่วน และนายสมชัย ฉัตรพัฒนศิริ ส.ส.นครราชสีมา พรรคชาติไทยพัฒนา จำนวน 3 คนคือ นายอดุลย์ เหลืองบริบูรณ์ ส.ส.อุทัยธานี นายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ และนายนพดล มาตรศรี ส.ส.สุพรรณบุรี

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สาระสำคัญของร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้มีดังนี้ เนื่องจากในปัจจุบันเหตุการณ์บ้านเมืองไม่ปกติ ประชาชนแบ่งแยกทางความคิดรุนแรงจนมีการแบ่งเป็นฝักฝ่าย ขัดแย้ง ขาดความสามัคคี ขาดความสมานฉันท์ ทำให้ประชาชนเกิดความหวั่นไหว ขาดความเชื่อมั่น ส่งผลให้เกิดความไม่มั่นคงของชาติทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ การเมือง จนอาจเป็นอันตรายต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เพื่อให้ประเทศกลับสู่ความสงบเรียบร้อย สมควรสร้างความปรองดองแห่งชาติ โดยการปฏิเสธและไม่ยอมรับอำนาจที่ได้มาโดยมิชอบของบุคคลหรือคณะบุคคล ทั้งนี้เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นในหมู่ประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยที่แท้จริงได้เดินหน้าต่อไปด้วยความมั่นคง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มาตราสำคัญๆในร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้มีดังนี้ มาตรา 2 ระบุให้ร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา มาตรา 3 เพื่อสร้างความปรองดองของคนในชาติ ให้นิรโทษกรรมบรรดาการกระทำ ผู้ถูกกระทำทั้งหลายของบุคคลใดๆซึ่งได้กระทำระหว่างวันที่ 19 ก.ย. 2549 ถึงวันที่ 5 พ.ค. 2552 หรือการกระทำก่อนวันที่ 19 ก.ย. 2549 ที่เกี่ยวเนื่องซึ่งได้รับผลร้ายจากองค์กรที่เกิดจากการปฏิรูปการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขวันที่ 19 ก.ย. 2549 ในความผิดที่เกี่ยวกับ
 1) การกระทำที่เกี่ยวกับการปฏิรูปการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขวันที่ 19 ก.ย. 2549 รวมทั้งการกระทำการตามคำสั่งหรือประกาศของคณะปฏิรูปการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขด้วย
 2) การกระทำในการชุมนุมหรือเกี่ยวเนื่องกับการชุมนุม การกล่าวหรือการไขข่าว ไม่ว่าโดยวาจาหรือการโฆษณาใดๆเพื่อเรียกร้องทางการเมืองในการต่อต้านการบริหารราชการแผ่นดินหรือการต่อต้านการปฏิรูปการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขวันที่ 19 ก.ย. 2549
 3) การกระทำที่เป็นเหตุให้บุคคลหรือคณะบุคคลผู้ถูกสอบสวน ไต่สวน ดำเนินคดีหรือวินิจฉัยจากบุคคล คณะบุคคลหรือองค์กรตามคำสั่งหรือประกาศของคณะปฏิรูปปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ทั้งนี้ให้รวมถึงการกระทำที่บุคคลหรือคณะบุคคลที่ถูกสอบสวน ผู้สอบสวน ไต่สวน ดำเนินคดี หรือวินิจฉัยจากบุคคลหรือคณะบุคคลหรือองค์กรตามรัฐธรรมนูญพ.ศ. 2540 ที่เกี่ยวข้องทางการเมืองด้วย
 4) การกระทำในการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ ทหาร ข้าราชการประจำ ข้าราชการการเมืองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐอื่นๆไม่ว่าจะเป็นบุคคลหรือคณะบุคคลหรือประชาชนที่ได้กระทำในการควบคุมการชุมนุม การสลายการชุมนุม ตลอดจนการปฏิบัติหน้าที่ราชการอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุม
 5) การกระทำอื่นใดอันเกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ขององค์กรอิสระหรือองค์กรอื่นใดตามรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว)พ.ศ. 2549 ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำตาม 1) 2) 3) 4) แล้วแต่กรณีหรือการกระทำเพื่อดำเนินการทางการเมืองตามรัฐธรรมนูญพ.ศ. 2540

 ผู้ได้รับนิรโทษกรรมตาม 1)ให้รวมถึงผู้กระทำทั้งในฐานะตัวการ ผู้สนับสนุน ผู้ใช้ให้กระทำ หรือผู้ถูกใช้ให้กระทำ หากการกระทำนั้นเป็นความผิดกฎหมายให้ผู้นั้นพ้นจากความผิดและความผิดทั้งในทางอาญา ทางแพ่งและทางปกครอง หากการกระทำผิดนั้นผิดกฎหมายก็ให้ผู้กระทำพ้นจากความผิดและความรับผิดโดยสิ้นเชิง หากผู้นั้นถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งให้คืนสิทธิการเลือกตั้งให้บุคคลดังกล่าวด้วย
 มาตรา 4 การนิรโทษกรรมเพื่อสร้างความปรองดองแห่งชาติ ตามร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ ไม่ก่อให้เกิดสิทธิแก่ผู้ได้รับนิรโทษกรรมในอันที่จะเรียกร้องสิทธิหรือประโยชน์ใดๆทั้งสิ้น และ มาตรา 5 ให้นายกฯรักษาการตามพ.ร.บ.ฉบับนี้

แย้มเอง"เสื้อแดง"เร่งเครื่องปิดเกมสอดคล้องนิรโทษฯ5พ.ค.พอดี

 นายสมชัย ฉัตรพัฒนศิริ ส.ส.นครราชสีมา พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา ผู้ที่ร่วมลงชื่อเสนอร่าง พรบ.ว่าด้วยความปรองดอง พ.ศ. ... กล่าวว่า สาเหตุที่ร่วมลงชื่อ เพราะขณะนี้ เห็นว่า บ้านเมืองเกิดความแตกแยก จึงต้องหาวิธีเพื่อให้สถานการณ์ดีขึ้น

 ทั้งนี้ ไม่ได้ขอความเห็นชอบจากทางพรรค เพราะเขาไม่ใช่นักเรียน แต่เป็น ส.ส. ที่สามารถคิดเองได้ว่า อะไรจะเป็นประโยชน์ต่อบ้านเมือง ส่วน ส.ส.คนอื่นในพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา ไม่ทราบว่า จะมีความคิดเห็นเหมือนเขาหรือไม่

 นายสมชัย กล่าวว่า สนใจเรื่องนี้ ตั้งแต่มีกระแสข่าวว่า พรรคเพื่อไทยจะเสนอ ร่าง พรบ.ดังกล่าว และศึกษาตามหน้าหนังสือพิมพ์มาโดยตลอด ดังนั้น เมื่อเห็นว่า เหมาะสม จึงไปขอร่างจาก ส.ส.เพื่อไทย และร่วมลงชื่อในร่างดังกล่าว อย่างไรก็ตาม หากเนื้อหาในร่าง พรบ พบว่า มาตราใดไม่ดี ก็สามารถแก้ไขในชั้นแปรญัตติได้

 ด้านนายพีรพันธุ์ พาลุสุข ส.ส.ยโสธร พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีมีการตั้งข้อสังเกต ถึงเนื้อหาในร่างพรบ.ว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติ มาตรา 3 ที่กำหนดให้นิรโทษกรรมระหว่างวันที่ 19 ก.ย. 2549 ถึงเฉพาะวันที่ 5 พ.ค. 2552 ว่า เนื่องจากวันที่ 5 พ.ค. เป็นวันดี

ปธ.วิปรัฐชี้กม.นิรโทษกรรมทำเพื่อ"ทักษิณ"หวังผลการเมือง
 
 นายชินวรณ์ บุญยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) เปิดเผยว่า การบรรจุร่างพรบ.ว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติ หากไม่ใช่เรื่องการเงิน เป็นอำนาจประธานสภา สามารถบรรจุวาระการประชุมทันที โดยเบื้องต้น จะต้องมีการตรวจสอบรายชื่อส.ส. และหลักการว่า ถูกต้องหรือไม่ หากทุกอย่างถูกต้อง ประธานสภาก็ต้องบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระเป็นเรื่องเสนอใหม่

 ส่วนจะหยิบยกนำมาร่างดังกล่าวมาพิจารณาในสภาหรือไม่ เป็นหน้าที่ของวิปรัฐบาล จะต้องหารือดูว่า ร่างดังกล่าว จะเหมาะสมต่อสถานการณ์บ้านเมืองและนโยบายของรัฐบาล

 นายชินวรณ์ กล่าวว่า ขณะนี้ ยังไม่เห็นเนื้อหาของร่างดังกล่าว แต่เชื่อว่า เป็นการหวังผลทางการเมือง ที่ส.ส.พรรคเพื่อไทย ต้องการแสดงให้พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี รู้ว่าทำเพื่อเขา อีกทั้งยังเป็นการเคลื่อนไหวสอดรับการเคลื่อนไหวของกลุ่มเสื้อแดงที่จะปิดล้อมทำเนียบรัฐบาล ในวันที่ 26 มี.ค.เพื่อกดดันรัฐบาลให้พิจารณาเรื่องนี้ เพื่อแลกกับการยกเลิกการชุมนุม

อธิการนิด้าเฉ่งกม.นิรโทษกรรมทำเพื่อ"ทักษิณ"คนเดียว
 
 นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) กล่าวว่า การเสนอร่างพรบ.ปรองดองฯ เป็นสิทธิ์กระทำได้ของ สส. อย่างไรก็ตาม การชุมนุมของคนเสื้อแดง จะต้องอยู่กรอบประชาธิปไตย ถ้าทำเกินกว่านั้น รัฐบาลก็มีอำนาจหน้าที่ดำเนินการตามกฎหมาย อยากให้ประชาชนใช้วิจารณญาณให้ดีว่า การเคลื่อนไหวครั้งนี้ทำเพื่อประโยชน์คน ๆ เดียวหรือไม่ เพราะประเทศเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจอยู่

 "วันนี้ ทุกฝ่ายควรร่วมกันสร้างเสถียรภาพทางการเมือง การเมืองไทยยังมีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้น เพราะพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เดินเกมอยู่จนกว่าจะล้มรัฐบาลได้ ซึ่งการเคลื่อนไหวอย่างนี้ไม่เป็นผลดีต่อประเทศ"

"ไชยันต์"ชี้กม.นิรโทษกรรมเป็นเงื่อนไขต่อรองรัฐบาล

 นายไชยันต์ ไชยพร อาจารย์รัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า การเสนอร่างพรบ.ปรองดองแห่งชาติ เป็นเงื่อนไขในการต่อรองรัฐบาล โดยมีข้อต่อรองโดยการชุมนุมของคนเสื้อแดงในวันที่ 26 มี.ค. หากรัฐบาลปฏิเสธกลุ่มเสื้อแดง ก็ชุมนุมยืดเยื้อ อย่างเช่นกลุ่มพันธมิตรฯ แต่หากรัฐบาลยอมรับ อาจจะไม่มีการชุมนุมเลยก็ได้

 ทั้งนี้ รัฐบาลจะต้องประเมินสถานการณ์การชุมนุมให้ดี เพราะการชุมนุมของคนเสื้อแดง ส่อว่า จะทำให้เกิดจราจล นองเลือด มีคนล้มตาย ตำรวจ ทหาร แบ่งเป็น 2 ฝ่าย อาจจะต้องรับข้อเสนอนี้ แต่หากรัฐบาลดูแล้วไม่รุนแรง ก็ไม่ควรอ่อนข้อให้

 “ส่วนตัว มองว่า หากมีการนิรโทษกรรม จะเกิดคำถามเรื่องบรรทัดฐานว่า คนกระทำผิดจะไม่ถูกลงโทษหรือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ขายหุ้นไม่เสียภาษียอมรับได้เหรือไม่ และหากยอมรับแล้ว คนบริสุทธิ์ทั้งเสื้อแดงเสื้อเหลือง ที่สูญเสียไปจากการชุมนุมต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย จะปล่อยให้ตายไปอย่างนั้นหรือ เพราะคนที่ได้ประโยชน์จากเรื่องนี้ คือระดับแกนนำทั้งหมดทั้งนั้น”

"มาร์ค"ระบุอยู่ระหว่างประสานนัดหน.พรรคถกปฏิรูปการเมือง

  นายอภิสิทธิ์   ให้สัมภาษณ์ถึงการนัดหารือกับหัวหน้าพรรคการเมืองเพื่อพิจาณาแนวทางในการปฏิรูปการเมืองในวันที่26มี.ค.นี้ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการประสานเวลาว่า มีความเป็นไปได้หรือไม่

 ส่วนกรอบการหารือ คงต่อเนื่องจากครั้งที่แล้ว ที่ได้ส่งเรื่องไปยังสถาบันพระปกเกล้าฯ ดังนั้น เมื่อสถาบันพระปกเกล้าฯ ตอบกลับมา จึงจะนำมาขอความเห็นจากพรรคการเมืองแต่ละพรรค

 เมื่อถามว่า ขณะนี้ พรรคเพื่อไทยปฏิเสธแนวทางของสถาบันพระปกเกล้า นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า คงไม่ใช่การปฏิเสธ แต่อย่างไรก็ตาม คงต้องมีการหารือกันอีกครั้งหนึ่ง แต่ถ้าปฏิเสธจริง ก็ต้องชี้แจงถึงเหตุผลให้ได้

"ผบ.ทบ."เสียดายความขัดแย้งทำให้ชาติเสียโอกาสการพัฒนา

 พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. กล่าวถึงความเคลื่อนไหวของกลุ่มนปช.ที่จะมาชุมนุมบริเวณทำเนียบฯในวันที่ 26 มี.ค. นี้ ว่า  ตนรู้สึกเหมือนคนไทยทุกคน ตอนนี้ประเทศไทยเสียโอกาสที่จะพัฒนากลับไปสู่ภาวะปกติ และที่ต้องเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจ โอกาสที่เราเสียไปเรื่องเดียว คือ เรื่องความขัดแย้ง ที่เราต้องเสียเงินทองในการนำตำรวจและทหารมาปฏิบัติหน้าที่ในการชุมนุม รวมทั้งเราเสียโอกาสด้านเศรษฐกิจที่จะพัฒนาภายใต้ความไม่แน่นอน และไม่นิ่ง ซึ่งตรงนี้มันทำให้เสียโอกาสไปพอสมควร ผลกระทบนี้จะตกอยู่กับประชาชนโดยรวมมากกว่าที่ควรจะเป็น ตนหวังเพียงว่าขอให้การเมืองนิ่งเพื่อเอื้ออำนวยกับการแก้ปัญหาประเทศ สิ่งสำคัญนั้นความขัดแย้งควรหมดไปจากประเทศ เพราะเป็นความขัดแย้งที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องที่เป็นเรื่องวาระแห่งชาติ 

 เมื่อถามว่า ความขัดแย้งจะหมดไปได้อย่างไร ผบ.ทบ.กล่าวว่า แนวคิดตนนั้นมองว่าหากทุกฝ่ายมองเห็นเป้าหมายสูงสุดคือชาติ และสถาบันหลักก็ต้องไม่นำเรื่องความขัดแย้งมาพูดกัน หากนำความขัดแย้งมาพูดนั้นก็ไม่มีทางจบ

 เมื่อถามว่า อดีตนายกฯพาดพิงองคมตรีที่มีความใกล้ชิดสถาบันเรื่องนี้จะทำให้สถาบันได้รับผลกระทบหรือไม่ ผบ.ทบ.กล่าวว่า เรื่องความไม่บังควรนั้น หากถามตน ตนถือว่าสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นสถาบันสูงสุดซึ่งคนไทยทุกคนถือเป็นมิ่งขวัญ ตนจะไม่เข้าไปทำอะไรที่กระทบกระเทือน ส่วนคนอื่นนั้นก็แล้วแต่วิจารณญาณของแต่ละคน

 ผู้สื่อข่าวถามว่า จะดูแลไม่ให้คนอื่นทำในสิ่งที่กระทบกับสถาบันอย่างไร ผบ.ทบ.กล่าวว่า ตนอยากเรียนประชาชนชาวไทยว่าเราอยู่กันมาตั้งแต่ดึกดำบรรพ์จนถึงปัจจุบัน สถาบันพระมหากษัตริย์มีความสำคัญกับประเทศ  อยากให้ทุกคนระลึกถึงสิ่งนั้นและต้องช่วยกัน เมื่อถามว่าในฐานะเป็นเพื่อนร่วมรุ่นเตรียมทหาร 10 กับอดีตนายกฯ อยากจะเตือนอดีตนายกฯในสถานการณ์ตอนนี้เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประเทศอย่างไร ผบ.ทบ.กล่าวว่า ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดี ซึ่งหากนึกถึงชาติให้มากก็คงจะดี