
"วิกรม"ชี้ไทยขาดผู้นำที่ดีมีวิสัยทัศน์ต้นเหตุวิกฤต
"วิกรม" ชี้ไทยขาดผู้นำที่ดี มีวิสัยทัศน์ต้นเหตุวิกฤต แนะ ผู้นำต้องเสียสละ ไม่เห็นแก่ตัว ระบบบริหารโปร่งใส เชื่อ ไทยกลับผงาดในอาเซียนได้ ขณะที่สื่อเนชั่น ระบุให้มองเพื่อนบ้านเป็นพันธมิตรมากกว่าศัตรู ใช้เวลาที่เหลือ 1,670 วัน ก่อนเป็นประชาคมอาเซียน สร้างควา
เมื่อเวลา 15.15 น. วันที่ 6 ส.ค.ที่กระทรวงการต่างประเทศ ได้จัดการเสวนา หัวข้อเรื่อง “2558 ปีแห่งอาเซียน : ใครเป็นคู่แข่ง...ใครเป็นหุ้นส่วนของไทย?” โดยมีนายวิกรม กรมดิษฐ์ ประธานมูลนิธิอมตะ นายกวี จงกิจถาวร บรรณาธิการอาวุโสเครือเนชั่น และนายกลินท์ สารสิน กรรมการผู้จัดการ บริษัทค้าสากลซิเมนต์ไทย จำกัด เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นสะท้อนถึงศักยภาพประเทศไทยในภูมิภาคอาเซียน และเตรียมความพร้อมนำไปสู่การเป็นประชาคมอาเซียน
นายวิกรม กล่าวถึงจุดแข็งจุดอ่อนของประเทศไทย ในฐานะหนึ่งในประเทศสมาชิกอาเซียนว่า ในมุมมองของตนเห็นว่า ประเทศไทยมีความยิ่งใหญ่ในอาเซียนมากที่สุด อาทิ สนามบินพาณิชย์แห่งแรกของอาเซียนอยู่ที่ดอนเมือง ไทยเป็นประเทศที่ตั้งอยู่กลางอาเซียนที่ได้เปรียบ มีจุดขายด้านศิลปวัฒนธรรมที่โดดเด่นและเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่ง และมีประวัติศาสตร์ชาติไทยที่มีความเป็นมายาวนาน รอดพ้นวิกฤติประเทศมาหลายต่อหลายครั้ง แต่ขณะนี้สถานการณ์เปลี่ยนไป โดยปัญหาที่เกิดขึ้นกับเราทุกวันนี้ มาจากระบบการบริหาร และขาดการมีผู้นำที่ดี มีวิสัยทัศน์ ซึ่งเชื่อว่าหากประเทศวางระบบบริหารที่โปร่งใส เสียสละ ปราศจากค่านิยมเห็นแก่ตัว จะทำให้ประเทศก้าวล่วงไปข้างหน้าต่อไปได้ และกลับไปเป็นผู้นำอาเซียนอย่างที่เคยเป็นได้
นายกวี กล่าวว่า การมองว่าใครเป็นคู่แข่ง และใครเป็นหุ้นส่วนของไทย ต้องกลับมามองตนเองก่อน ตอนนี้ประเทศไทยเหมือนเป็นตุ๊กตาล้มลุกที่ต้องเริ่มต้นอะไรหลายอย่างขึ้นมาใหม่ โชคดีที่มีต้นทุนในอดีตและได้รับความรับเชื่อถือจากประชาคมโลก จึงทำให้ฟื้นตัวได้ไม่ยาก แต่น่าเสียดายมากที่การพัฒนาของไทยขาดความต่อเนื่อง หากตอนนี้มองและก้าวไปข้างหน้าคงไม่เป็นเรื่องง่าย โดยตนมองว่า ประเทศคู่แข่งที่น่าจับตามองสำหรับไทยมากที่สุดคือ เวียดนาม ที่มีความมุ่งมั่นจะพัฒนาประเทศให้รุดหน้าอย่างรวดเร็ว
ขณะที่ไทยเป็นประเทศที่สามารถปรับตัวได้ง่ายได้ทุกสถานการณ์ สามารถฟื้นฟูตัวกลับมาเป็นที่หนึ่งของภูมิภาคได้ แต่ควรมองประเทศอื่นเป็นพันธมิตรมากกว่าการเป็นคู่แข่ง เนื่องจากขณะนี้สภาพการณ์ของไทยแข่งกับใครไม่ได้ เพราะอยู่ในช่วงปฏิรูปประเทศแบบบูรณาการ อย่างไรก็ตาม ตนเห็นว่าควรใช้เวลาที่เหลืออยู่ 1,670 วัน ก่อนการเป็นประชาคมอาเซียน สร้างความพร้อมและแข็งแกร่งให้กับประเทศ
นายกลินท์ กล่าวเสริมว่า ประเทศไทยควรเป็นผู้นำภูมิภาคสร้างบรรยากาศความร่วมมือและความเป็นหุ้นส่วนของอาเซียน ตั้งแต่ดูแลประเทศเพื่อนบ้านให้อยู่ในระดับ และร่วมขับเคลื่อนให้เป็นตลาดเดียวกัน มีความจริงใจสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจซึ่งกันและกัน โดยสิ่งที่น่าจับตามากที่สุด นั่นคือ การเมือง และกฎกติกาของแต่ละประเทศ ที่จะเป็นไปได้หรือไม่ ทางภาครัฐจะช่วยกำหนดกฎเกณฑ์ข้อตกลงอาเซียนที่ชัดเจนร่วมกัน เพื่อให้เกิดการลงทุน การขนส่งสินค้าเชื่อมโยงกันได้



