
ชวนชี้การเมืองต้องมืออาชีพ-ไม่ใช่มานั่งผ่านงบ
ชวนปาฐกถาผู้แทนราษฎรไทยในหัวใจของประชาชน ชี้การเมืองต้องการมืออาชีพกรีดบางคนไม่รู้จะทำอะไรก็มาเล่นการเมืองแค่ผ่านงบหวังบริษัทชนะประมูล ชี้ภาพการเมืองเลวร้ายอยู่ที่ตัวบุคคล แจงกกต.สั่งยุบปชป.เพราะถูกขู่ว่าจะไปเผาบ้าน หวังอำนาจวุฒิสภาช่วยถ่วงดุล ไม่ใช่ขา
(6ส.ค.) เวลา 09.00 น.ที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ มีการจัดเสวนาทางวิชาการเนื่องในวันรพี ประจำปี 2553 เรื่อง “ ผู้แทนฯ...แทนใคร ” โดยนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “ ผู้แทนราษฎรไทย ในหัวใจของประชาชน ” ว่า ทุกอาชีพต้องการมืออาชีพไม่ใช่ไม่รู้จะทำอะไรก็มาเล่นการเมือง ในสมัยนี้ก็มีว่ามาผ่านงบเฉย ๆ มาดูว่าบริษัทตัวเองจะได้ประมูลหรือไม่ เวลาบ้านเมืองมีปัญหาก็เลยชี้ไปที่นักการเมือง มีคนเคยพูดว่านักการเมืองกินจอบ กินเสียม เพราะเคยมีการแจกจอบตราจระเข้ให้ชาวบ้าน แต่พอไปถึงชาวบ้านกลายเป็นตัวตะกวด ข่าวเหล่านี้เป็นภาพที่ไม่ดีสำหรับคนที่อยากจะเล่นการเมือง แต่ทั้งหมดก็เป็นเรื่องของตัวบุคคล การทำให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย ไม่ได้ทำให้ทุกคนเป็นคนดี แต่ส่งเสริมให้คนดีมีอำนาจ ทุกวงการจึงมีทั้งคนดี และคนไม่ดี เช่นเดียวกับวงการการเมือง
นายชวน กล่าวต่อว่า นักการเมืองคือตัวปัญหาซึ่งมีมูลความจริงแต่ไม่ใช่ทั้งหมด ในระบบนี้ไม่มีทางหนีพ้นการมีผู้แทนฯไปได้ จะรังเกียจอย่างไรก็ตามระบอบประชาธิปไตยจะปฏิเสธการเลือกตัวแทนของประชาชนไม่ได้ แต่จะทำอย่างไรให้เป็นไปด้วยความราบรื่น ชอบธรรม และถูกต้อง ในสภามากกว่าครึ่งมาจากการซื้อเสียง ในอดีตไม่เคยมี ความรู้สูงสุดไม่ค่อยมี ขณะนี้สิทธิของผู้แทนฯ มากขึ้นโดยรัฐธรรมนูญระบุว่าส.ส.ห้ามเป็นรัฐมนตรี ตนอยากเป็นผู้แทนจึงไม่ได้สนใจว่าจะห้ามเป็นรัฐมนตรีหรือไม่ ถ้าเข้ามาเป็นส.ส.เพื่อมาดูว่ามีงบประมาณเท่าไหร่นั่นเป็นเป้าหมายของเขา ไม่ใช่เป้าหมายเพื่อประชาชน
นอกจากนี้ที่มาจากระบบที่ไม่ถูกต้องมากขึ้นทำให้การมีความรู้ไม่ได้ช่วยให้สภาดีขึ้น งานที่เป็นไปในสภาก็จะเป็นเหมือนกับคนที่เข้ามา การซื้อเสียง ทุจริตโกงกินก็ตามมา วิจารณ์งบประมาณบอกให้ตัดให้หมดแต่พอมาข้างนอกก็ไปพูดกับผู้ใหญ่ในกระทรวงขอแบ่งประโยชน์กัน ไม่อยากให้มองภาพการเมืองเลวร้าย ชั่วร้าย เพราะส่วนใหญ่จะเป็นที่ตัวบุคคลมากกว่าบ้านเมืองในระบอบประชาธิปไตยหากคนใช้แต่สิทธิอย่างเดียวบ้านเมืองจะไปได้ยาก ลุ่มๆ ดอนๆ ไปได้ก็ไม่แข็งแรง เราจึงต้องสอนเรื่องสิทธิและหน้าที่ไปพร้อม ๆ กัน
นายชวน กล่าวอีกว่า ขณะนี้สถานการณ์ภาคใต้น้อง ๆ อิรักเลย แต่ตัวเลขผู้เสียชีวิตน้อยกว่าอิรักเพราะปัญหาทั้งหมดในภาคใต้มาจากการที่เราไม่เคารพกฎหมายบ้านเมือง ไม่ยึดหลักตามกฎหมาย หากผู้ปกครองไม่ยึดหลักนิติธรรม หากขาดสิ่งนี้ไปอาจจะนำมาซึ่งความเสียหายอย่างน่าตกใจ ภาคใต้ชัดเจนเพราะผู้มีอำนาจไม่เคารพกฎเกณฑ์ ใช้ความรู้สึกแก้ปัญหา สั่งฆ่าให้หมดภายใน 3 เดือน กลุ่มมุสลิมวัยรุ่นก็เริ่มลุกขึ้นมาซักซ้อมใช้อาวุธ แต่อย่าไปหวั่นไหวกับกระแส มิฉะนั้นการเมืองเราจะสูญเสียโอกาสทางอนาคตมาก หากรุ่นหลังไม่มีหลัก ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตบ้านเมืองก็อยู่ยาก แม้เศรษฐกิจจะเติบโตขึ้นแต่ความรั่วไหลและความไม่สุจริตก็จะตามมา คนที่เคารพกฎหมายส่วนใหญ่ไม่โกหก มีแค่คนบางกลุ่มที่ทำให้ภาพเสียหาย คนดี ๆ ก็มีแต่ไม่ได้โด่งดังหรือให้สัมภาษณ์ สิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันทำให้นักกฎหมายมีความวุ่นวายคือความรุนแรง ขู่ว่าจะเผา จะทำร้าย อย่างกรณีที่กกต.สั่งยุบพรรคประชาธิปัตย์นั้นเพราะถูกขู่ว่าจะไปเผาบ้าน หลังจากนั้นก็สั่งยุบพรรคทันที
เราต้องประสิทธิประศาสน์ความยุติธรรมอย่างคำโบราณที่บอกไว้ว่า ปล่อยคนผิด 10 คน ดีกว่าลงโทษคนบริสุทธิ์ 1 คน อย่าคิดเพียงแค่กฎหมาย แต่มันบาปกรรมแค่ไหน กระทบคนที่ไม่ผิดแล้วต้องมารับโทษกับการที่เหมาว่าเขาทำความผิด เมื่อเรารักที่จะทำงานด้านการเมืองก็ต้องทำให้ดีที่สุด เพราะผู้แทนฯไม่ได้มีหน้าที่ตามกฎหมายอย่างเดียว แม้โลกจะเปลี่ยนแต่สิ่งที่ดีงามก็ให้รักษาไว้อย่าไปเปลี่ยนแปลง นายกรัฐมนตรีก็เป็นตัวอย่างหนึ่งที่ตั้งใจจะเป็นนักการเมือง เป้าหมายคือตั้งใจเป็นนักการเมืองมืออาชีพ เรียนรู้ปัญหาในประเทศ แต่ผู้แทนฯ กับกฎหมายก็ผูกพันธ์กัน เพราะในสภาคือตัวแทนฝ่ายนิติบัญญัติ เป็นตัวแทนในการออกกฎหมาย ระบอบประชาธิปไตยการคานอำนาจต้องให้เกิดความสมดุล เราจึงหวังอำนาจวุฒิสภามาเป็นตัวถ่วงดุล ให้อำนาจแต่งตั้ง ถอดถอนองค์กรอิสระ แต่วันหนึ่งเมื่อวุฒิฯ ขายตัวซึ่งอาจจะไม่ใช่ทั้งหมดมันทำให้สภาเพี้ยนกันหมด เพราะการตัดสินใจไม่ได้อยู่ที่ความเหมาะสมหรือเป็นคนดี แต่กลายเป็นว่าเขาสั่งให้เอาคนนี้ นี่คือการไม่ได้ทำตามหน้าที่ การถ่วงดุลอำนาจซึ่งผู้แทนฯ เป็นฝ่ายนิติบัญญัตินั้นสามารถทำประโยชน์ให้กับประชาชนได้มาก



