
'บิ๊กสุ'หยันนร.ตีกันยังแก้ไม่ได้อย่าหวังปรองดอง
บิ๊กสุ เชื่อสถานการณ์การเมืองยังเคลื่อนไหวไม่จบ เย้ยรบ. อย่าหวังแก้ปัญหาคนไทยปรองดอง หยันแค่นักเรียนตีกันยังไม่แก้ไม่ได้เลย ชี้กองทัพจำเป็นต้องเกี่ยวพันกับการเมืองจนแยกกันไม่ออก ชมเปราะ ประยุทธ์เป็นคนดีถ้าได้เป็นผบ.ทบ.มั่นใจย้ายทหารไม่ทำให้กองทัพแตกแย
(6ส.ค.) เช้าวันนี้ที่บ้านซอยระนอง 2 พล.อ.สุจินดา คราประยูร อดีตนายกรัฐมนตรี เปิดบ้านพักให้ข้าราชการทหาร พ่อค้า นักธุรกิจ เข้ามาอวยพรเนื่องในวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 77 ปี ซึ่งมีทั้งอดีตนายทหาร จปร.5 พร้อมภริยาซึ่งนำโดย พล.อ.ศัลย์ ศรีเพ็ญ พล.อ.วิโรจน์ แสงสนิท พล.ร.อ.วิเชษฐ์ การุณยวณิชย์ ฯลฯ นำแจกันดอกไม้เข้าอวยพรพร้อมร้องเพลงแฮปปี้ เบิร์ดเดย์ จากนั้น พล.อ.สุจินดา คราประยูร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์การเมืองในขณะนี้ว่า ตนอยากให้คนไทยรักสามัคคีกัน ขอให้กองทัพมีความมั่นคงเป็นกำลังหลักของประเทศชาติและประชาชนตลอดไป
เมื่อถามว่ามองอย่างไรที่กองทัพเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับรัฐบาลมากยิ่งขึ้นโดยเฉพาะผู้นำเหล่าทัพ พล.อ.สุจินดา กล่าวว่า ตนไม่คิดว่ากองทัพอยากไปเกี่ยวพันกับการเมือง ผบ.ทบ.หรือผู้นำเหล่าทัพทุกคนไม่มีใครอยากเข้าไปเกี่ยวข้องกับการเมืองและคิดว่าทุกคนต้องการทำเช่นนั้น ตนมั่นใจ ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า ช่วงนี้การเมืองเข้ามายุ่งกับกองทัพมากเกินไปหรือไม่ พล.อ.สุจินดา กล่าวว่า คงไม่ใช่ แต่เป็นเรื่องเกี่ยวพันกันไปตามหลัก
เมื่อถามว่าสถานการณ์การเมืองตอนนี้จบหรือยัง พล.อ.สุจินดา กล่าวว่า มันยังไม่จบหรอก สถานการณ์จบประเทศชาติก็จบด้วย เมื่อถามว่ายังมีการเคลื่อนไหวเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง พล.อ.สุจินดา กล่าวว่า ถ้ามันยังปรองดองกันไม่ได้มันก็ยังไม่จบ เมื่อถามว่า แสดงว่าแผนปรองดองของรัฐบาลไม่สามารถเป็นไปได้ พล.อ.สุจินดา กล่าวว่า พูดไม่ได้ ตนขี้เกียจพูดแล้ว ตนไม่อยากพูดในเรื่องนี้ เพราะทุกคนอยากจะแก้ปัญหาให้ดีที่สุด ไม่ว่าใครก็ตามที่เป็นรัฐบาลก็อยากจะแก้ปัญหาให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทุกคนก็ห่วงบ้านเมืองทั้งนั้น
เมื่อถามว่าการทำงานของรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นอย่างไร พล.อ.สุจินดา ปฎิเสธที่จะตอบคำถามได้แต่เพียงยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย พร้อมหัวเราะเบาๆ เมื่อถามว่า คาดหวังการทำงานของ นายอานันท์ ปันยารชุน ที่จะเข้ามาสร้างความปรองดองของคนในชาติได้หรือไม่ พล.อ.สุจินดา กล่าวย้อนว่า เมืองไทยนั่นหรือ แก้ปัญหานักเรียนตีกันตั้งนานแล้วยังแก้ไม่ได้เลย
เมื่อถามถึงการแต่งตั้งโยกย้ายที่มีข่าวว่านายทหารกลุ่มบูรพาพยัคฆ์ จะขึ้นมาดำรงตำแหน่งหลักจะสามารถช่วยประคับประคองรัฐบาลให้อยู่รอดหรือไม่ พล.อ.สุจินดา กล่าวว่า คนที่เป็นผบ.ทบ.ทุกคนก็พยายามตั้งผบ.หน่วยต่างๆเพื่อให้เกิดความมั่นคง ทุกคนต้องการทำเช่นนั้น เมื่อถามถึงกระแสข่าวความขัดแย้งในกองทัพระหว่างกลุ่มบูรพาพยัคฆ์กับกลุ่มวงศ์เทวัญ ในการแต่งตั้งโยกย้ายครั้งนี้ อาจจะทำให้กองทัพเกิดความแตกแยก พล.อ.สุจินดา กล่าวว่า กองทัพไม่แตกแยกแน่นอน ส่วนกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รอง ผบ.ทบ.หากได้รับการแต่งตั้งขึ้นมาเป็น ผบ.ทบ.ก็ถือว่าเป็นคนดี เพราะคนที่ได้รับแต่งตั้งมาเป็นผบ.ทบ.ก็เป็นคนดีทุกคน
พล.อ.อภิชาต เพ็ญกิตติ ปลัดกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงสถานการณ์ในเดือนสิงหาที่จะมีการก่อวินาศกรรมตามสถานที่ต่างๆ ว่า รมว.กลาโหม สั่งการว่าอย่าประมาทพยายามติดตามสถานการณ์ด้านการข่าวให้เข้มข้นมากยิ่งขึ้นตามความเคลื่อนไหวต่างๆ ซึ่งกองทัพพยายามทำในหน้าที่รับผิดชอบโดยกำหนดแนวทางทั้งกองทัพไทยและเหล่าทัพอื่นได้รับแนวทางจาก รมว.กลาโหม ทั้ง 5 ข้อไปดำเนินการตามขั้นตอนซึ่งขณะนี้ทุกส่วนราชการในกระทรวงกลาโหม พยายามดำเนินการในเรื่องนี้โดยกำหนดให้บุคลากรของกองทัพเป็นผู้ดำเนินการ ส่วนผลยังไม่ออกมาขณะนี้ต้องติดตามกันต่อไป
“ผมอยากให้เป็นบทเรียนของประชาชนว่า สิ่งที่เกิดขึ้นมีผลกระทบต่อชาติบ้านเมืองของเรา เราควรจะทำอย่างไรให้บ้านเมืองกลับมาสู่ภาวะปกติ ทำให้ชาติบ้านเมืองมีโอกาสเจริญก้าวหน้าอย่างมีคุณภาพ อย่างน้อยบทเรียนที่เกิดขึ้นควรจะต้องนำมาศึกษา ว่าเราควรจะอยู่กันอย่างไร จะอยู่กันอย่างนี้ต่อไป จะทะเลาะกันอย่างนี้ทุกวัน ต้องมีเรื่องมีถกแถลงมาพูดจากัน ทั้งที่ไม่ใช่ประเด็นที่จะต้องมาพัฒนาชาติบ้านเมือง เราควรจะทำอย่างไรให้ชาติบ้านเมืองเดินไปข้างหน้าได้ สามารถแข็งขันกับกลุ่มประเทศอาเชี่ยนหรือในภูมิภาคอื่นๆได้ เราต้องช่วยกัน” ปลัดกระทรวงกลาโหม กล่าว
พล.อ.อภิชาต กล่าวอีกว่า เราต้องกราบขอร้องถือโอกาสวันอันเป็นมงคล คือวันแม่แห่งชาติ ทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อพระองค์ท่านและชาติบ้านเมือง ตนเชื่อว่าจะเป็นประโยชน์กับคนไทยทุกคนที่จะได้ได้รับ ว่าทำความดีเพื่อในหลวงของเราและประเทศชาติของเรา
เมื่อถามว่ากรณีที่กลุ่มพันธมิตรจะออกมาปิดล้อมทำเนียบรัฐบาลเพื่อกดดันรัฐบาลให้ยกเลิกเอ็มโอยู. พล.อ.อภิชาต กล่าวว่า เป็นสิทธิของเขาถ้าชุมนุนมโดยสงบไม่มีปัญหาอะไร แต่ก็มีเงื่อนไขอยู่คือเรื่องของ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯที่ยังบังคับใช้ในพื้นที่กรุงเทพฯ ซึ่งการชุมนุนมเกินเลยไปและเป็นประเด็นที่ทำให้รัฐบาลต้องทำตามหน้าที่ของรัฐบาลหรือส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง
เมื่อถามว่าที่ประชุม ศอฉ.จะหารือในเรื่องนี้หรือไม่ พล.อ.อภิชาต กล่าวว่า การระดมความคิดเป็นคำตอบที่ชัดเจนว่า เราช่วยกันระดมความคิดเพื่อช่วยกันแก้ปัญหา กรณีของปราสาทพระวิหาร ตนอยากให้เป็นเรากลับมานั่งคุยกันว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเราควรจะต้องทำอะไร จะยกเลิกเอ็มโอยู ปี 2543 หรือไม่อย่างไร หรือจะต้องเดินหน้าต่อไปอย่างไร คือเราไม่ได้คิดที่จะกลับมานั่งคุยกัน เราคิดแต่จะชวนหาเรื่องทะเลาะกันโดยตลอด สิ่งที่ทางกัมพูชาทำ ตนเชื่อว่าเขาคิดอยู่ตลอดว่า เขาจะเดินเกมอย่างไรต่อไป ส่วนในสิ่งที่เราคิดกลับคิดว่าเราทำอย่างไรถึงจะได้มาโดยที่ไม่ต้องเป็นไปตามความต้องการของกลุ่มของตนเองเป็นหลัก เราไม่ได้มองในภาพรวมว่า ในรายละเอียดของสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นขึ้นต้นกันอย่างไรทำไมถึงนำมาสู่จุดนี้ได้ ต้องหาทางแก้ไขอย่างไร ตนอยากจะฝากให้เรากลับมานั่งคุยกันดีกว่า
เมื่อถามว่า มีการเรียกร้องให้ยกเลิกเอ็มโอยู. พล.อ.อภิชาต กล่าวว่า เป็นเรื่องนี้หนึ่งแต่หากถามว่าการยกเลิกเอ็มโอยู.เป็นไปได้ง่ายหรือไม่ ยังมีผลบังคับใช้อยู่ ระยะเวลาอย่างไรต้องดูรายละเอียด ต้องดูจุดอ่อนว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นที่ไปดำเนินการไว้ มีจุดอ่อนตรงไหนอย่างไรที่ต้องแก้ไข ดังนั้นจะต้องคุยกันทั้งสองฝ่าย เรื่องนี้เป็นเรื่องที่รัฐบาลจะต้องดูแล พยายามหาทางออกที่เหมาะสมที่สุด ถือว่าเป็นเรื่องที่เป็นประเด็นความขัดแย้งที่เราพยายามสร้างกันขึ้นมา ซึ่งไม่มีประโยชน์อะไร ทำให้เราต้องมาเสียเวลา เราควรจะมานั่งคุยกันมากกว่า ว่ามีประเด็นปัญหาตรงไหนที่ควรจะแก้ไขตรงไหนอย่างไร เพราะทุกคนไม่รู้รายละเอียดทั้งหมดว่า มีจุดบกพร่องตรงไหน ถึงออกมาเป็นอย่างนี้ ถ้าได้พุดคุยทำความเข้าใจกัน ก็น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด
เมื่อถามว่า ขณะนี้ทางกัมพูชาอพยพชาวบ้านกลับเข้าไป เพราะมีการเสริมกำลังทหารกัมพูชาเข้ามาในพื้นที่มากขึ้น พล.อ.อภิชาต กล่าวว่า เรื่องนี้ทางแม่ทัพภาคที่ 2 ยืนยันว่า ไม่ปัญหาอะไร ความเข้าใจในระดับพื้นที่ไม่ปัญหา การทำความเข้าใจในระดับพื้นที่ไม่ปัญหาอะไร ซึ่งในระดับกองทัพเองก็ไม่มีปัญหา ในส่วนของกระทรวงกลาโหมก็สามารถคุยกันได้
ประเด็นต่างๆที่ยังเป็นปัญหาก็สามารถหยิบยกขึ้นมาคุยกันได้ ในกรอบของกระทรวงกลาโหมที่จะต้องคุยกันซึ่งรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม สามารถยกหูโทรศัพท์คุยกันได้กับรัฐมนตรีกลาโหมกัมพูชาได้อยู่แล้วไม่มีปัญหาอะไร
เมื่อถามว่า สมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชามีอำนาจตัดสินใจ แต่ยังไม่มีท่าทีอะไรกับประเทศไทย จะเป็นอุปสรรคในการแก้ปัญหาหรือไม่ พล.อ.อภิชาต กล่าวว่า ก็เป็นไปตามที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีชี้แจง คงต้องรอดูท่าทีของ สมเด็จฮุนเซน ว่าที่สุดแล้วจะดำเนินการอย่างไร เมื่อถามว่าบทบาทขงอนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคงอาสาไปเจรจาแก้ปัญหา พล.อ.อภิชาต กล่าวว่า นายสุเทพ เป็นผู้รับอาสาในการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ว่ายินดีที่จะทำงานเพื่อส่วนรวม จึงอาสาสมัครในฐานะที่ดูแลด้านความมั่นคง เมื่อมีปัญหาด้านความมั่นคงก็รับที่จะไปดูแลให้ เพราะอาสาเข้ามาเอง



