ข่าว

ศาลให้ประกัน"เสก"1ล้านความดันขึ้นหามส่งรพ.

ศาลให้ประกัน"เสก"1ล้านความดันขึ้นหามส่งรพ.

06 ส.ค. 2553

"เสก"ความดันสูงดีเอสไอส่งรพ. ด้านดีเอสไอนำตัวฝากขังครั้งแรก 12 วัน “เสกสรร วรปีติเจริญกุล” ผู้ต้องหาครอบครองระเบิด ถึง 17 ส.ค.นี้ ไม่ค้านประกันหลังเข้ามอบตัว ขณะที่ญาติ หอบโฉนดที่ดิน ย่านลาดพร้าว ราคา 1.6 ล้านประกันตัว พร้อมรอศาลพิจารณา

(6ส.ค.) กรมสอบสวนคดีพิเศษ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ เปิดเผยว่า ช่วงเช้าวันนี้( 6 ส.ค.) พนักงานสอบสวนนำนายเสกสรร หรือเสก วรปีติเจริญกุล ผู้ต้องคดีระเบิดครอบครองวัตถุระเบิดในรถยนต์ฮอนด้า ซีวิค ที่ประกอบเป็นคาร์บอมแล้วนำไปจอดทิ้งอพาร์ตเมนต์ริมน้ำ ในพื้นที่สน.โคกคราม ไปขออำนาจศาลขัง โดยเบื้องต้นการสอบปากคำนายเสกไม่ได้ให้การใด  ๆ เพิ่มเติมในจุดที่พนักงานสอบสวนคิดว่าเป็นประโยชน์ โดยยอมรับเพียงว่า รู้จักกับกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบและเคยเข้าไปนั่งในรถคันก่อเหตุ

 อย่างไรก็ตาม จากการสอบปากคำนายเสกสรรได้ให้การซัดทอดถึงนายธนเดช หรือไก่ เอกอภิวัชร์ หนึ่งในผู้ต้องสงสัยคดีวางระเบิดบริเวณหน้าห้างบิ๊กซี สาขาราชดำริ ขณะนี้จึงมีความชัดเจนมากขึ้นว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุใน 2 คดี คือคาร์บอมในพื้นที่สน.โคกคราม กับระเบิดหน้าห้างบิ๊กซีมีความเชื่อมโยงกัน ทั้งในส่วนลักษณะการประกอบวงจร อุปกรณ์ที่ใช้ทำระเบิด และรายชื่อบุคคลผู้ร่วมก่อเหตุ ซึ่งในส่วนของนายธนเดช พนักงานสอบสวนจะตรวจสอบพยานหลักฐานตามคำซัดทอดก่อนขออนุมัติหมายจับต่อไป

 รายงานแจ้งเปิดเผยว่า ในช่วงเช้าก่อนนำตัวนายเสกสรรไปขออำนาจฝากขัง เพื่อส่งตัวเข้าควบคุมในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครในผลัดแรก ปรากฏว่านายเสกสรรมีอาการเครียด จนความดันขึ้นสูง เจ้าหน้าที่ต้องนำตัวไปโรงพยาบาลก่อนนำตัวมาพบกับญาติที่มาติดต่อขอเยี่ยมในช่วงเช้าและได้นำตัวออกไปฝากขัง ทั้งนี้ พบว่าญาติของนายเสกสรรก็มีอาการเครียด พร้อมร้องไห้และอ้างว่าน้องชายถูกหลอก โดยเมื่อเข้าพบพนักงานสอบสวนกลับถูกหลอกจนถูกจับกุมตัวไปดำเนินคดี

ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก เวลา 09.30 น. ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล พนักงานสอบสวน กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ควบคุมตัว นายเสกสรร หรือ ล้ง วรปีติเจริญกุล อายุ 37 ปี ชาวเชียงใหม่ ผู้ต้องหาคดีร่วมกันมีวัตถุระเบิดไว้ในครอบครอง ตามหมายจับศาลอาญาเลขที่1717/2553 ลงวันที่ 4 ส.ค. ซึ่งต้องสงสัยว่าวัตถุระเบิดเป็นชนิดเดียวกันกับเหตุระเบิดห้างบิ๊กซี ราชดำริ มายื่นคำร้องฝากขังครั้งแรกเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 6- 17 ส.ค.นี้ เนื่องจากต้องสอบพยานที่สำคัญอีก 10 ปาก รวมทั้งรอผลการตรวจพิสูจน์หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ และผลตรวจสอบประวัติต้องโทษผู้ต้องหา โดยการยื่นคำร้องฝากขัง พนักงานสอบสวนไม่คัดค้านการประกันตัวผู้ต้องหาแต่อย่างใด

 ทั้งนี้ตามคำร้องระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อต้นเดือน เม.ย.53 ผู้ต้องหาร่วมกับ นายกิตติศักดิ์ หรืออ้วน สุ่มศรี ครอบครองรถยนต์ฮอนด้า ซีวิค หมายเลขทะเบียน กพ - 5773 เชียงใหม่ ที่ลักทรัพย์ไปจากผู้เสียหายรายหนึ่ง มูลค่า 220,000 บาท ซึ่งมีการแจ้งความไว้ที่ สภ.สันทราย จ.เชียงใหม่ และครอบครองวัตถุระเบิด อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนที่ได้ยึดไว้ของกลาง รวม 20 รายการ โดยนายกิตติศักดิ์ ได้ขับรถยนต์ดังกล่าวมาจอดไว้ที่ลานจอดรถ อาคารเลขที่ 25/7 ซอยรามอินทรา 34 แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กรุงเทพฯ ที่นายธนเดช หรือไก่ เอกอภิวัชร์ เป็นผู้ดูแลอยู่ โดยผู้ต้องหาได้ขับรถตู้ตามรับนายกิตติศักดิ์ออกไป ซึ่งพนักงานสอบสวน มีพยานหลักฐานยืนยันพฤติการณ์ของผู้ต้องหา และพบว่ารถยนต์คันดังกล่าวจอดอยู่ที่เดิมโดยไม่มีใครนำออกไปใช้ กระทั่งวันที่ 14 พ.ค.53 เวลา 15.20 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจค้นและยึดรถยนต์ พร้อมวัตถุระเบิด อาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนของกลางทั้ง 20 รายการไว้

 ต่อมาได้มีการขออนุมัติหมายจับศาลอาญาได้ออกหมายจับผู้ต้องหา และนายกิตติศักดิ์ โดยผู้ต้องหาได้เข้ามอบตัวพนักงานสอบสวนจึงแจ้งข้อหาร่วมกันมีวัตถุระเบิดอาวุธปืนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้โดยผิดกฎหมาย และเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่มีเหตุอันควร และพาอาวุธและอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร ตามความผิด พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิดฯ พ.ศ.2490 และข้อหาลักทรัพย์ในเวลากลางคืน หรือรับของโจร ตามประมวลกฎหมายอาญา 335 (1) (7) , 357 และ 371 โดยชั้นสอบสวนผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา
 
 ศาลพิจารณาแล้วมีคำสั่งอนุญาตให้ฝากขังได้ตามคำร้อง

 
 ขณะที่ญาติของนายเสกสรร ผู้ต้องหา ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นโฉนดที่ดิน ย่านลาดพร้าว เนื้อที่ 50 ตารางวา ราคาประเมิน 1,650,000 บาท ขอประกันตัว ต่อมาเวลา 14.30 น. ศาลพิจารณา แล้ว มีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวผู้ต้องหาได้โดยตีราคาประกัน 1 ล้านบาท พร้อมกำหนดเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกประเทศ

ศาลอุทธรณ์สั่งไต่สวน“หมอเหวง”ขอปล่อยตัวจันทร์หน้า

 พร้อมกันนี้ผู้พิพากษาได้อ่านคำสั่งของศาลอุทธรณ์คดีที่ น.พ.เหวง โตจิราการ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หนึ่งในผู้ต้องหาหาคดีร่วมกันก่อการร้าย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 135 / 1-3 ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้น ที่ไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว โดยขอให้ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาระหว่างการสอบสวนด้วย

 ศาลอุทธรณ์พิเคราะห์แล้วเห็นว่า กรณีมีเหตุสมควรรับฟังข้อเท็จจริงให้ได้ความชัดทั้งฝ่ายผู้ต้องหา และฝ่ายเจ้าพนักงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อประกอบการพิจารณา จึงมีคำสั่งให้ศาลชั้นต้นนัดไต่สวนกรณีดังกล่าว

 ทั้งนี้ศาลอาญาได้นัดไต่สวนพยาน ตามคำสั่งศาลอุทธรณ์ในวันที่ 9 ส.ค.นี้ เวลา 09.00 น. โดยจะเบิกตัว นพ.เหวง จากเรือนจำพิเศษกรุงเทพมาไต่สวน พร้อมพยานปากอื่นๆ