ข่าว

รัสเซียปลดผบ.ฐานทัพเรือสังเวยไฟป่าโบลิเวียหนาวจัดปลาตายกว่า 6 ล้านตัว

รัสเซียปลดผบ.ฐานทัพเรือสังเวยไฟป่าโบลิเวียหนาวจัดปลาตายกว่า 6 ล้านตัว

05 ส.ค. 2553

มอสโก-ปธน.รัสเซียสั่งปลดนายทหารเรือระดับสูงโทษฐานไม่สามารถป้องกันไฟป่าทำลายฐานทัพ ส่วนโบลิเวียเผชิญสภาพอากาศหนาวจัดผิดปกติ เป็นเหตุให้ปลาตายเป็นเบือ ทางการสั่งห้ามประชาชนบริโภค ด้านปากีสถานหวั่นน้ำโคลนทะลักพื้นที่ตอนใต้

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันพฤหัสบดี (5 ส.ค.) ว่านายดมิทรี เมดเวเดฟ ประธานาธิบดีรัสเซียต้องร่นเวลาการพักร้อนประจำปีให้สั้นลงเพื่อจะได้แก้ไขวิกฤติไฟป่า ด้วยการสั่งปลดเจ้ากรมขนส่งทหารเรือ รวมทั้งผู้บัญชาการกองบินฐานทัพเรือเมืองโคลอมมา ทางตะวันออกเฉียงใต้ของกรุงมอสโก หลังจากไฟป่าลุกลามเผาผลาญอาคารสำนักงาน แผนกการเงิน คลังเก็บเครื่องมือด้านการบิน 13 แห่ง และอาคารเก็บยานพาหนะทางทหาร 17 แห่ง ในฐานทัพที่เป็นศูนย์การขนส่งยุทโธปกรณ์ ทั้งยังกล่าวสำทับด้วยว่าหากเกิดเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกันในสถานที่ราชการอื่นๆ จะออกคำสั่งปลดผู้บริหารโดยไม่ปรานี

 มีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ดับเพลิงสามารถดับไฟได้แล้ว 293 แห่ง แต่พบพื้นที่ที่ไฟป่าลุกลามใหม่อีก 403 แห่ง ทั้งยังมีพื้นที่อีกกว่า 500 แห่งที่ไฟป่ายังลุกลามต่อเนื่องจากสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะนี้มีรายงานผู้เสียชีวิต 48 รายในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

 ขณะเดียวกัน การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศโลกยังส่งผลให้เกิดอากาศเย็นจัดผิดปกติในประเทศโบลิเวีย โดยผู้ว่าราชการจังหวัดซานตาครูส เปิดเผยว่า สภาพอากาศหนาวจัดผิดปกติ ทำให้มีอุณหภูมิต่ำสุดในรอบเกือบ 50 ปีบางแห่งมีอุณหภูมิต่ำถึง 0 องศาเซลเซียส ทำให้น้ำในแม่น้ำกรานเด ปิไรย์ และอิชิโร ทางตะวันออกของประเทศเย็นจัดจนทำให้ปลาในแม่น้ำทั้ง 3 สายตายเกือบ 6 ล้านตัว ส่งผลให้น้ำในแม่น้ำเน่าเสีย ทั้งยังทำให้สัตว์อีก 27 ชนิด รวมทั้งกิ้งก่า เต่า และคาปีบารา สัตว์ฟันแทะตระกูลหนูที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกต้องล้มตายด้วยเช่นกัน ด้านกรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์ว่าสภาพอากาศหนาวจัดจะปกคลุมพื้นที่ต่อไปตลอดสัปดาห์นี้ โดยบางแห่งมีอุณหภูมิต่ำสุดถึง 0 องศาเซลเซียส ทั้งๆ ที่อากาศของโบลิเวียมีอุณหภูมิเฉลี่ยที่ 30 องศา เพราะเป็นประเทศในเขตโซนร้อน

 ขณะที่ทางการปากีสถานต้องเร่งอพยพประชาชนออกจากพื้นที่ตะวันออกเฉียงเหนือ หลังเจ้าหน้าที่บรรเทาทุกข์เตือนว่าจะมีน้ำเอ่อท้นแม่น้ำหลายสายและทะลักเข้าสู่พื้นที่ทางตอนใต้ของประเทศ ขณะที่รัฐปัญจาบซึ่งได้ชื่อว่าเป็นแหล่งผลิตอาหารสำคัญของประเทศ กำลังจะเผชิญกับน้ำโคลนเข้าท่วมพื้นที่เกษตรกรรมหลังจากพื้นที่เพาะปลูกทางตะวันตกเฉียงเหนือได้รับความเสียหายอย่างหนักจากเหตุน้ำท่วมก่อนหน้านี้ เหตุการณ์น้ำท่วมในปากีสถานครั้งร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์คร่าชีวิตประชาชนแล้วกว่า 1,500 ราย มีผู้เดือดร้อนกว่า 3.2 ล้านคน ทำให้สหประชาชาติและประเทศเพื่อนบ้านต้องส่งอาหารเข้าช่วยเหลือ